แซงนำฝูงแบบเซ็ง! บาร์ซ่าแต้มหล่นโดนเซลต้าไล่เจ๊าท้ายเกม

หลุยส์ ซัวเรซ แม้จะเหมาคนเดียวสองประตู ทว่า บาร์เซโลน่า กลับไม่ได้สามแต้มหลังโดนทีเด็ดของ ยาโก้ อาสปาส ซัดฟรีคิกใน นาที 88 ช่วยให้ เซลต้า บีโก้ ไล่ตีเสมอ 2-2 ส่งผลให้ "เจ้าบุญทุ่ม" แซง เรอัล มาดริด หนึ่งคะแนนขึ้นนำเป็นจ่าฝูงด้วยการมี 69 คะแนน แต่แข่งมากกว่าหนึ่งนัด ในศึกลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา

    ศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน นัดที่ 32 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน เซลต้า บีโก้ ทีมอันดับ 16 คว้าชัยมาสองเกมติด ล่าสุดบุกไปอัด เรอัล โซเซียดาด 1-0 เกมนี้รับการมาเยือนของแชมป์เก่า บาร์เซโลน่า ที่แต้มเท่ากับจ่าฝูง เรอัล มาดริด 68 แต้ม แต่เฮดทูเฮดเป็นรองทำให้รั้งรองจ่าฝูง ซึ่งฟอร์มล่าสุดเพิ่งเปิดรังเบียด แอธ.บิลเบา มาหวุดหวิด 1-0

     เริ่มเกมได้แค่ 6 นาที บาร์เซโลน่า เกือบบุกมาขึ้นนำก่อนหลัง เมสซี่ เตะคอนเนอร์มาให้ เคราร์ด ปีเก้ โขกระยะไม่ถึง 6 หลาไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

    กระนั้น นาที 20 เจ้าบุญทุ่มมาพังสกอร์ขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะเซ็ตเพลย์หน้ากรอบเขตโทษ เมสซี่ เปิดฟรีคิกเข้ามาทางเสาแรกให้ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ยืนโล่งๆ สะบัดโขกบอลเบียดเสาเข้าไป

    นาที 24 เซลต้า มีโอกาสเช่นกันหลัง เดนิส ซัวเรซ จ่ายให้ แบรส์ เมนเดซ กดด้วยซ้ายกลางประตูแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น

     จบครึ่งแรก เซลต้า บีโก้ ตามหลัง บาร์เซโลน่า 0-1

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง แค่นาที 50 เจ้าบ้านมาทวงประตูตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ โอกาย โยกุสลู หลุดเข้าไปในกรอบทางด้านขวาก่อนจะหักเลียดมาในกรอบแค่ 6 หลาให้ เฟดอร์ สโมลอฟ ที่ยืนโล่งๆ ซัดด้วยซ้ายเข้าไป

    นาที 67 บาร์เซโลน่า มาแซงขึ้นนำเจ้าถิ่น 2-1 อีกครั้ง และยังเป็นคู่หูคนเดิมอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ที่วิ่งมาฉกบอลจากแนวรับก่อนจ่ายสั้นๆให้ ซัวเรซ ล้มตัวยิงด้วยซ้ายไปทางเสาไกลหนีมือ รูเบน บลังโก้ เข้าไป

    แต่แล้วในช่วงท้ายเกม นาที 88 เจ้าบ้านมาฮึดไล่ตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ หลังได้ฟรีคิกนอกกรอบไม่ถึง 20 หลา ก่อนที่ ยาโก้ อาสปาส จะปั่นหนีกำแพงเบียดเสาเข้าไปชนิดที่ มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น ได้แต่ยืนมอง

    จบเกม เซลต้า บีโก้ เสมอกับ บาร์เซโลน่า แบบสนุก 2-2 แบ่งแต้มกันไปทีมละหนึ่งคะแนน ส่งผลให้ เจ้าบุญทุ่ม แซง เรอัล มาดริด ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงแค่หนึ่งคะแนน โดยมี 69 คะแนน ส่วน "ราชันชุดขาว" ซึ่งมี 68 แต้มจะมีคิวเตะในวันอาทิตย์นี้ด้วยการบุกไปเยือน เอสปันญ่อล

รายชื่อนักเตะลงสนามตัวจริง

    เซลต้า บีโก้ (3-5-2) : รูเบน บลังโก้ – โจเซป ไอดู,จอร์จ แซนซ์ ,เนสตอร์ อาเราโฮ – เกบิน บาสเกซ, บราอิส เมนเดซ, โอกาย โยกุสลู, เดนีส ซัวเรซ, จาโคโบ กอนซาเลซ – ยาโก้ อาสปาส, ฟีโอดอร์ สโมลอฟ

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น – เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, ซามูแอล อุมติตี้, ยอร์ดี้ อัลบา – อาร์ตูโร่ วีดัล, อีวาน ราคิติช, ริการ์ด ปูก – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อันซู ฟาติ

ฟาติ-เมสซี่คนละตุง! บาร์ซ่าไล่อัดบ๊วยเลกาเนส ทิ้งชุดขาว 5 แต้ม

ไอ้หนู อันซู ฟาติ และลิโอเนล เมสซี่ จัดการยิงคนละเม็ดพา บาร์เซโลน่า เปิดคัมป์นูไล่บดเอาชนะ เลกาเนส 2-0 เก็บสามแต้มพร้อมนำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยทิ้ง เรอัล มาดริด ที่มีคิวแข่งวันพฤหัสนี้เป็น 5 คะแนน ในศึก ลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : คัมป์ นู

    ศึก ฟุตบอล ลา ลีกา สเปน นัดที่ 29 เมื่อคืนวันอังคารที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา "เจ้าบุญทุ่ม" ของนายใหญ่ กีเก้ เซเตียน ทีมจ่าฝูง ฟอร์มกำลังร้อนแรงมีแต้มเหนือ "ราชันชุดขาว" 2 คะแนนโดยเกมนี้มีการเปลี่ยนผู้เล่นถึง 5 ตำแหน่งจากนัด บุกชนะ มายอร์ก้า ส่วนข่าวดีได้ เกลม็อง ล็องเล่ต์ พ้นโทษแบนคืนตัวจริง

    ทางด้าน ฮาเวียร์ อากีร์เร่ กุนซือ เลกาเนส อาการแย่จมบ๊วยของตาราง ผลงานล่าสุดบุกพ่าย เรอัล บายาโดลิด การจัดทัพขาด ดิมิตริออส ซิโอวาส เซนเตอร์ฮาล์ฟกรีซ กับ ออสการ์ โรดริเกซ เพลย์เมกเกอร์ที่ติดโทษแบนพร้อมกัน

    เปิดฉากได้ 10 นาที เจ้าถิ่น บุกเพลินเกือบโดนหมัดสวนเป็น ฆาเบียร์ เอราโซ่ หลุดกับดักล้ำหน้าขึ้นมาทางฝั่งซ้ายบอลไปติดบล็อค ล็องเล่ต์ ลอยมาเข้าทาง โรเก้ เมซ่า โขกต่อให้ มิเกล เกร์เรโร่ ซัดผ่านมือ แทร์ ชเตเก้น ไปติดขาหลัง เกลม็อง ล็องเล่ต์ ตามมาเคลียร์ทิ้งจากบนเส้น

    2 นาทีต่อมา เลกาเนส พลาดโอกาสทองอีกครั้งเป็นลูกครอสทางซ้ายบอลมาเข้าหัว อูไน บุสตินซ่า โขกเสยเปลี่ยนทางไปเสาไกลให้ มิเกล เกร์เรโร่ สอดมาซัดคนเดียวผ่านหน้าปากประตูออกไปเหลือเชื่อ
   
    โอกาสลุ้นของ "เจ้าบุญทุ่ม" ต้องรอถึงนาทีที่ 30 อิวาน ราคิติช เปิดไปหน้าประตู อองตวน กรีซมันน์ วิ่งเข้ามาโขกแต่บอลก็ยังหลุดกรอบออกไป

    หลังบดมานาน นาที 42 บาร์เซโลน่า มาขึ้นนำ 1-0 จนได้ บอลจากเมสซี่ไหลออกซ้ายให้ จูเนียร์ ฟีร์โป้ ก่อนจังหวะสุดท้ายจะชนกับแข้งทีมเยือน ก่อนจะจิ้มเข้ากลางให้ อันซู ฟาติ ตะบันด้วยขวาลอดขา โรดรีโก้ ตาริน พุ่งผ่านมือ อีบัน ก้วยยาร์ เข้าประตูไป

    จบครึ่งแรก บาร์เซโลน่า ขึ้นนำ เลกาเนส 1-0

    ครึ่งหลัง นาที 53 กีเก้ เซเตียน นายใหญ่ของบาร์ซ่าเปลี่ยนสองคนรวดส่ง เนลสัน เซเมโด้ และหลุยส์ ซัวเรซ ลงมาแทน เซร์จี้ โรเบร์โต้ และอันซู ฟาติ

    อีกนาทีถัดมา โรเจอร์ อาสซาเล่ ตัวสำรองของ เลกาเนส ได้โอกาสตะบันนอกกรอบเต็มแรงแต่บอลยังไม่ผ่านมือ มาร์ก-อังเดร แทร์ ชเตเก้น

    นาที 64 เมสซี่ แทงบอลให้ เนลสัน เซเมโด้ หลุดเข้าไปปาดบอลมาหน้าประตูให้ อองตวน กรีซมันน์ วิ่งมาแปด้วยซ้ายเข้าไป แต่ผู้ตัดสินได้รับสัญญาณจากห้อง วีเออาร์ ว่าเป็นลูกล้ำหน้าของ เซเมโด้ ไปก่อน หลังภาพช้าจะชี้ให้เห็นว่าช่วงสตั๊ดเท้าของแบ็กชาวโปรตุกีสล้ำหน้าไปนิดเดียว
   
    กระนั้น อีก 3 นาทีต่อมา บาร์เซโลน่า มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง เมสซี่ โดน โฆนาตาน ซิลบา ทำฟาวล์ล้มลงในเขตโทษ ซึ่งผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษทันที ก่อนที่ เมสซี่ จะสังหารเข้าไปไม่พลาด

    นาที 80 อิวาน ราคิติช ได้ลองปั่นฟรีคิกเยื้องทางมุมธงทางด้านซ้าย แต่ห้องเครื่องชาวโครแอตดั่นปั่นเหินคานออกไปแบบหมดลุ้น

    จบเกม บาร์เซโลน่า เปิดบ้านเอาชนะ เลกาเนส 2-0 เก็บสามแต้ม นำจ่าฝูงลาลีกาต่อไป โดยมี 64 คะแนน ทิ้ง เรอัล มาดริด อันดับสอง 5 คะแนน แต่ราชันชุดขาวแข่งน้อยกว่าหนึ่งนัด ส่วน เลกาเนส หล่นไปอยู่บ๊วยของตารางมี 23 คะแนนต้องหนีตกชั้นต่อไป

    11 นักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อังเดร แทร์ ชเตเก้น – เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็อง ล็องเล่ต์, จูเนียร์ ฟีร์โป้ – อิวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อาร์ตู เมโล่ – ลิโอเนล เมสซี่, อันซู ฟาติ, อองตวน กรีซมันน์ 

    เลกาเนส (4-2-3-1) : อีบัน ก้วยยาร์ – อูไน บุสตินซ่า, โรดรีโก้ ตาริน, ชิโดซี่ อวาเซียม, โฆนาตาน ซิลบา – รูเบน เปเรซ, เรซีโอ – ไอตอร์ รุยบัล, ฆาเบียร์ เอราโซ่, โรเก้ เมซ่า – มิเกล เกร์เรโร่

เบนเซม่าซัด! เรอัลมาดริดบุกเชือดโซเซียดาด แซงบาร์ซ่านำจ่าฝูง

   

เรอัล มาดริด บุกไปคว้าชัยเหนือ เรอัล โซเซียดาด ได้สำเร็จ 2-1 คว้าสามแต้มสำคัญส่งผลให้มีแต้มเท่ากับบาร์เซโลน่า 65 คะแนน แต่ "ราชันชุดขาว" เฮดทูเฮดเหนือกว่าทำให้รั้งเป็นจ่าฝูง ลา ลีกา เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : เรอาเล่ อารีน่า

    ศึก ลา ลีกา สเปน นัดที่ 30 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน เรอัล โซเซียดาด อันดับ 6 เปิดรังรับการมาเยือนของรองจ่าฝูง เรอัล มาดริด ซึ่งเกมนี้หากลูกทีมของ ซีดาน คว้าสามแต้มได้จะมี 65 คะแนนเท่ากับ บาร์เซโลน่า ทว่าเฮดทูเฮดดีกว่าจะแซงนำเป็นจ่าฝูงทันที

    อีมานอล อัลกวาซิล เทรนเนอร์เจ้าถิ่นส่ง มาร์ติน โอเดการ์ด ที่ยืมมาจาก "ราชันชุดขาว" ลงปั้นเกมโดยมี มิเกล โอยาซาบัล  และอเล็กซานเดอร์ อีซัค ล่าตาข่าย ส่วน เรอัล มาดริด ของซีเนดีน ซีดาน ส่ง ฮาเมส โรดริเกซ ประสานงานร่วมกับ คาริม เบนเซม่า และวินิซิอุส จูเนียร์

    ออกสตาร์ทครึ่งแรก มาได้แค่ 2 นาที "ราชันชุดขาว" เกือบได้ลุ้นขึ้นนำก่อนเลย หลัง เฟเด บัลเบร์เด้ หลุดเข้าไปถึงเส้นหลังก่อนตบมากลางประตูให้ วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงด้วยขวาหลุดกรอบไป

    นาที 15 มาร์ติน โอเดการ์ด แข้งตัวยืมของชุดขาวได้ลุ้นบ้างเหมือนกัน หลังตะบันนอกกรอบแต่บอลยังหลุดกรอบออกไป

    นาที 33 เป็นโอกาสยิงเข้ากรอบหนแรกของ เรอัล มาดริด คราวนี้ เฟเด บัลเบร์เด้ ไหลให้ คาริม เบนเซม่า หลุดไปทางซ้ายก่อนโยกหลอกแล้วอัดเต็มแรงพุ่งไปติด อเล็กซ์ เรมีโร่ รับไม่อยู่ก่อนโดนกองหลังเคลียร์ออกมาได้

    ชุดขาวยังบุกอย่างหนัก อีก 2 นาทีถัดมา ได้ลุ้นอีกจาก คาเซมีโร่ หวดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือนายด่านโซเซียดาด

    นาที 42 วินิซิอุส จูเนียร์ เลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบก่อนจะโยกหลบผู้เล่นเจ้าบ้านสองคนแล้วกดด้วยขวาเน้นๆ บอลพุ่งไปติดเซฟของ เรมีโร่

    จบครึ่งแรก เรอัล โซเซียดาด ยังเสมอกับ เรอัล มาดริด 0-0

    ครึ่งหลัง นาที 48 มาร์เชโล่ แทงบอลทะลุช่องให้ วินิซิอุส จูเนียร์ หลุดเข้าไปก่อนเลี้ยงแหวกแนวรับโซเซียดาด ก่อนจังหวะสุดท้ายที่กำลังจะยิงไปโดน ดีเอโก้ ยอเรนเต้ ขัดขาจากด้านหลัง ผุ้ตัดสินเช็กจาก วีเออาร์ ก่อนจะยืนยันให้จุดโทษ และเป็น เซร์คิโอ รามอส ที่สังหารเข้าไปไม่พลาด เรอัล มาดริด บุกมานำ 1-0

    นาที 60 ซีดาน ต้องเปลี่ยนตัวคนแรก ส่ง เอแดร์ มิลิเตา ลงไปคุมหลังแทน เซร์คิโอ รามอส ที่มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว

    นาที 68 โซเซียดาดชวดได้ประตูตีเสมอ หลัง อัดนาน ยานาไซ สับไกเบียดเสาแรกเข้าไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตูเนื่องจาก มิเกล เมรีโน่ ที่ยืนในตำแหน่งล้ำหน้าไปบังการป้องกันของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ถือมีส่วนร่วมกับเกม

    อีกสองนาทีถัดมา กลายเป็น เรอัล มาดริด มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 เฟเด บัลเบร์เด้ ครอสบอลมาหน้าประตูให้ คาริม เบนเซม่า ใช้ไหล่พักบอลก่อนจะซัดด้วยขวาเข้าประตูไป แข้งเจ้าถิ่นฟ้องว่าเป็นแฮนด์บอลแต่หลังจากเช็กจาก วีเออาร์ แล้วผู้ตัดสินยืนยันให้ประตูมองว่าบอลโดนไหล่ไม่แฮนด์บอล

      นาที 83 เรอัล โซเซียดาด มาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 จนได้ จากจังหวะที่ โรแบร์โต้ โลเปซ วางบอลไปไกลถึง มิเกล เมรีโน่ จับบอลลงก่อนจะอัดด้วยซ้ายเบียดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด

    จบเกม เรอัล โซเซียดาด พ่ายให้ เรอัล มาดริด 1-2 ทำให้ "ราชันชุดขาว" มี 65 คะแนนเท่ากับ บาร์เซโลน่า แต่เฮดทูเฮดดีกว่าทำให้แซงขึ้นนำจ่าฝูงทันที

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    เรอัล โซเซียดาด (4-2-3-1) อเล็กซ์ เรมีโร่ – อันโดนี โกโรซาเบล, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, โรแบง เลอ นอร์มังด์, นาโช่ มอนเรอัล – อีกอร์ ซูเบลเดีย, มิเกล เมรีโน่ – ปอร์ตู, มาร์ติน โอเดการ์ด, มิเกล โอยาซาบัล – อเล็กซานเดอร์ อีซัค

    ผู้จัดการทีม : อีมานอล อัลกวาซิล

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ – เฟเด บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส – ฮาเมส โรดริเกซ – คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์

 

แซงปุสกัส! เบนเซมาขึ้นอันดับ 5 ดาวซัลโวตลอดกาล เรอัล มาดริด

ดาวยิงชาวฝรั่งขึ้นรั้งอันดับ 5 ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของราชันชุดขาว หลังยิงเพิ่มสองประตูใส่ไอ้ค้างคาว

คาริม เบนเซมา กองหน้าตัวเก่งของ เรอัล มาดริด ผงาดขึ้นรั้งอันดับ 5 ในทำเนียบดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล เรอัล มาดริด หลังยิงเพิ่มอีกสองประตูในเกมกับ บาเลนเซีย

หัวหอกชาวฝรั่งเศสซัดคนเดียวสองประตูในเกมลีกที่ราชันชุดขาวเปิดบ้านเอาชนะ บาเลนเซีย 3-0 ซึ่งทำให้เขาทำไปแล้ว 243 ประตูรวมทุกรายการ แซงหน้า เฟเรนซ์ ปุสกัส ตำนานกองหน้าชาวฮังการี ที่ทำไว้ 242 ประตู ขึ้นรั้งอันดับ 5 ในทำเนียบดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร

สำหรับสี่อันดับแรกประกอบด้วย อันดับ 1.คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 450 ประตู, อันดับ 2.ราอูล กอนซาเลซ 323 ประตู, อันดับ 3.อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน 308 ประตู และอันดับ 4. ซานติยานา 290 ประตู

ไม่น่าเลย! “เลอมาร์” รับเสียใจพลาดซบลิเวอร์พูล

ไม่มีอะไรต้องปิดบัง…โตมาส์ เลอมาร์ ปีกร่างเล็ก แอตเลติโก มาดริด รับผิดหวังที่ชวดย้ายซบ ลิเวอร์พูล เมื่อสามปีก่อน พร้อมแย้มอาจเลือกอำลาถิ่น ว่านต๋า เมโตรโปลีตาโน่ หลังจบซีซั่นนี้

     โตมาส์ เลอมาร์ ปีกชาวฝรั่งเศสของ แอตเลติโก มาดริด สโมสรดังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน ยอมรับว่า รู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อสามปีที่แล้ว
 
     สมัยอยู่กับ อาแอส โมนาโก นั้น เมื่อปี 2017 เลอมาร์ เคยมีข่าวเกี่ยวโยงกับ "หงส์แดง" แต่ด้วยการที่ โมนาโก ตั้งค่าตัวไว้สูงเกินไป ทำให้ "หงส์แดง" เลิกให้ความสนใจในตัว เลอมาร์ ขณะที่เจ้าตัวก็ได้ย้ายไปร่วมก๊วน "ตราหมี" แทนในปี 2018

         "ถามว่าเสียใจหรือเปล่า? ก็อาจจะใช่นะ ผมไม่อยากปิดบังหรอก ผมผิดหวังนิดหน่อย มันจบไปแล้วก็ให้มันจบไป ผมพยายามที่จะไม่คิดถึงมัน" สตาร์ทีมชาติฝรั่งเศสวัย 24 ปี กล่าวกับ เตเลฟุต สื่อลูกหนังเมืองน้ำหอม

     เลอมาร์ ยังไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของ แอต. มาดริด ได้ ทำให้มีข่าวเกี่ยวโยงกับเรื่องย้ายทีมมาตลอด ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ปิดโอกาสที่จะอำลาถิ่น ว่านต๋า เมโตรโปลีตาโน่ หลังจบฤดูกาลนี้เช่นกัน

         "ผมพร้อมพิจารณาทุกข้อเสนอ ผมเป็นนักฟุตบอล ผมชอบฟุตบอล และไม่มีทางปิดโอกาสดีๆ ให้กับตัวเอง" แข้งดีกรีแชมป์โลก ระบุ

รามอสฟรีคิกงาม! เรอัลมาดริดไม่พลาดอัดมายอร์ก้า ทวงจ่าฝูงคืนจากบาร์ซ่า

เรอัล มาดริด ไม่พลาดสามคะแนนหลังเล่นใน อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ไล่อัดเรอัล มายอร์ก้า 2-0 วินิซิอุส จูเนียร์ ซัดเปิด ก่อนเซร์คิโอ รามอส จะปั่นฟรีคิกสุดสวยปิดกล่อง ส่งผลให้มี 68 แต้มเท่ากับบาร์เซโลน่า แต่เฮดทูเฮดดีกว่าทำให้นั่งเป็นจ่าฝูงเหมือนเดิม ในเกม ลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา


สนาม :
เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

    เรอัล มาดริด ก่อนเกมหล่นมาเป็นรองจ่าฝูงหลังโดน บาร์เซโลน่า แซงขึ้นแท่นนำมี 68 คะแนน เกมนี้ต้องคว้าชัยอย่างเดียวเพื่อแซงขึ้นไปรั้งจ่าฝูง ด้วยเฮดทูเฮดที่เหนือกว่าบาร์ซ่า โดยเกมนี้เปิดรังรับมือ มายอร์ก้า ทีมโซนตกชั้นอันดับ 18 ของลีก

    เปิดฉากมาได้แค่ 7 นาที "ราชันชุดขาว" ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ครอสมาหน้าประตูให้ เบนเซม่า ซัดด้วยขวาไปติดเซฟนายด่านมายอร์ก้า

    นาทีถัดมาบอลต่อเนื่องจากลูกเตะมุม ดานี่ การ์บาฆาล จ่ายบอลให้ แกเร็ธ เบล ตะบันด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลยังไปติดมือ มาโนโล่ เรน่า

    มายอร์ก้า ตอบโต้มาบ้าง นาทีที่ 10 อิดริสซู บาบา ได้บอลนอกกรอบก่อนซัดไกลแต่ยังไปติดมือของ ติโบล กูร์กตัวส์ พุ่งปัดออกไป

    นาที 19 ชุดขาวมาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ ลูก้า โมดริช แทงบอลออกซ้ายให้ วินิซิอุส จูเนียร์ หลุดเข้าไปก่อนชิพบอลข้าม มาโนโล่ เรน่า เข้าไปอย่างเหนือชั้น

    นาที 23 วินิซิอุส เกือบใส่สกอร์ที่สองของตัวเองในเกมนี้หลัง เบนเซม่า แทงบอลอย่างสวยให้ดาวยิงเลือดบราซิลหลุดเข้าไปซัดบอลชนคาน

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+3 ทีมเยือนมีโอกาสจากลูกคอนเนอร์ หลัง ดานี่ โรดริเกซ เปิดมาเข้าหัว ลาโก้ จูเนียร์ โขกหลุดกรอบออกไป

    จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด ขึ้นนำ เรอัล มายอร์ก้า 1-0

    กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง มายอร์ก้า เปิดเกมรุกทันที นาที 47 ดานี่ โรดริเกซ เปิดมาให้ อเล็กซานดาร์ เซดลาร์ โขกกลางประตูไปเข้ามือ ติโบล กูร์กตัวส์

    นาที 56 เรอัล มาดริด มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะลูกฟรีคิกหน้ากรอบไม่ถึง 25 หลา ก่อนจะเป็น เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมปั่นด้วยขวาข้ามกำแพงโค้งเสียบตาข่ายเข้าไป
   
    นาที 62 ทาเคฟุสะ คุโบะ โชว์สเต็ปหลอกล่อแนวรับชุดขาวเข้าไปซัดด้วยขวามุมแคบแต่บอลพุ่งเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เรอัล มาดริด ไล่บดเอาชนะ มายอร์ก้า ไปแบบสนุก 2-0 คว้าสามแต้มมี 68 คะแนน เท่ากับบาร์เซโลน่า แต่เฮดทูเฮดเหนือกว่าทำให้ ชุดขาว ขึ้นนำจ่าฝูงต่อไป

    รายชื่อ 11 ผู้เล่นทั้งสองทีม

    เรอัล มาดริด (4-2-3-1) ติโบล กูร์กตัวส์ – ดานี่ กาบาร์ฆัล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – เฟเด บัลเบร์เด้, ลูก้า โมดริช – แกเร็ธ เบล, เอแดน อาซาร์, วินิซิอุส จูเนียร์ – คาริม เบนเซม่า

    เรอัล มายอร์ก้า (3-4-2-1) มาโนโล่ เรน่า – มาร์ติน บัลเยนต์, อันโตนิโอ ไรโย่, อเล็กซานดาร์ เซดลาร์ – อเลฆานโดร โปโซ่, อิดริสซู บาบา, อเล็กซ์ เฟบาส, ลาโก้ จูเนียร์ – ดานี่ โรดริเกซ, ทาเคฟุสะ คุโบะ – อันเต บูดิมีร์

    สรุปผลฟุตบอล ลา ลีกา เมื่อคืนวันพุธที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา

    – อลาเบส แพ้ โอซาซูน่า 0-1

    – เรอัล โซเซียดาด แพ้ เซลต้า บีโก้ 0-1

    – เรอัล มาดริด ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 2-0

พลาดไม่ได้! บาร์ซ่าต้องเน้นส่ง “เมสซี่” บัญชาทัพรับแอธ.บิลเบา

กีเก้ เซเตียน นายใหญ่ "เจ้าบุญทุ่ม" ไม่มีทางเลือกนอกจากคว้า 3 แต้มเพื่อขึ้นนำจ่าฝูงก่อนให้ได้ความพร้อมไม่มีปัญหาส่ง ลิโอเนล เมสซี่ บัญชาทัพลุย ทางด้าน กาอิซก้า การีตาโน่ นายใหญ่ แอธ.บิลเบาอาจปรับทีมเล็กน้อยเพื่อรับมือเจ้าถิ่นแนวรุกไว้ใจ อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ เป็นตัวทีเด็ด ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอังคารที่ 23 มิ.ย. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2563
บาร์เซโลน่า (2) – แอธ.บิลเบา (10)
เวลา : 03.00 น.
สนาม : คัมป์ นู

    กีเก้ เซเตียน กุนซือเจ้าบุญทุ่มได้ แซม อุมติตี้ พ้นโทษแบนกลับมา แต่เชื่อว่าจะใช้ เกลม็อง ล็องเล่ต์ ลงยืนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ เคราร์ด ปีเก้ ตามเดิม

    ส่วนแบ็กขวา เนลซอน เซเมโด้ จะได้ลงแทน เซร์จี้ โรเบร์โต้ ที่บาดเจ็บ ขณะที่แบ็กซ้ายเป็น จอร์ดี้ อัลบา ตามเดิม

    แผงกลางไม่มี เฟร็งกี้ เดอ ยอง ที่เจ็บน่องขวา เชื่อว่า อาร์ตูโร่ วีดาล จะลงตัวจริงร่วมกับ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และ อาร์ตู เมโล่ โดยมี อิวาน ราคิติช เป็นตัวสอดแทรก

    แนวรุก หลุยส์ ซัวเรซ จะลงยืนหน้าเป้า เลโอ เมสซี่ ยืนด้านขวา ส่วนฝั่งซ้าย อองตวน กรีซมันน์ น่าจะกลับมาเป็นตัวจริง โดยที่มี อันซู ฟาติ เป็นตัวสอดแทรก

    ขณะที่ กาอิซก้า การีตาโน่ กุนซือบิลเบา เตรียมปรับระบบการเล่นเพื่อรับมือบาร์ซ่า โดยเฉพาะ จาก 4-2-3-1 มาใช้ระบบ 3-4-1-2  มี เยราย อัลบาเรซ, อูไน นูนเญซ และ อินญิโก้ มาร์ติเนซ ใช้ อันเดร์ กาป้า เล่นวิงแบ็กขวา ส่วนแบ็กซ้ายไม่มี ยูริ เบร์ชีเช่ ที่ติดโทษแบน

    ทำให้โอกาสจะเป็นของ มิเกล บาเลนเซียก้า ตรงกลางสนาม มิเกล เบสก้า เดินเกมร่วมกับ ดานี่ การ์เซีย และใช้ดาวรุ่ง ออยอาน ซานเซ็ต เล่นหน้าต่ำอยู่หลังคู่หน้าอย่าง อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ กับ อาเซียร์ บียาลิเบร

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อังเดร แทร์ ชเตเก้น – เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็อง ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา – อาร์ตูโร่ วีดาล, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อาร์ตู เมโล่ – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อองตวน กรีซมันน์ (อันซู ฟาติ) 

    แอธ.บิลเบา(3-4-1-2) : อูไน ซิมอน – เยราย อัลบาเรซ, อูไน นูนเญซ, อินญิโก้ มาร์ติเนซ – อันเดร์ กาป้า, ดานี่ การ์เซีย, มิเกล เบสก้า, มิเกล บาเลนเซียก้า – ออยอาน ซานเซ็ต – อินญากี้ วิลเลี่ยมส์, อาเซียร์ บียาลิเบร

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   

07/02/20    โกปา เดล เรย์    แอธ.บิลเบา    1-0    บาร์เซโลน่า
17/08/19    ลา ลีกา    แอธ.บิลเบา    1-0    บาร์เซโลน่า
11/02/19    ลา ลีกา    แอธ.บิลเบา    0-0    บาร์เซโลน่า       
29/09/18    ลา ลีกา    บาร์เซโลน่า    1-1    แอธ.บิลเบา
18/03/18    ลา ลีกา    บาร์เซโลน่า    2-0    แอธ.บิลเบา
29/10/17    ลา ลีกา    แอธ.บิลเบา    0-2    บาร์เซโลน่า
04/02/17    ลา ลีกา    บาร์เซโลน่า    3-0    แอธ.บิลเบา
    
ผลงาน 5 นัดหลังสุด

บาร์เซโลน่า

19/06/20    เสมอ เซบีย่า 0-0 (เยือน)    ลา ลีกา
17/06/20    ชนะ เลกาเนส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
14/06/20    ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 4-0 (เยือน)    ลา ลีกา
08/03/20    ชนะ เรอัล โซเซียดาด 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
02/03/20    แพ้ เรอัล มาดริด 0-2 (เยือน)    ลา ลีกา
   
แอธ.บิลเบา

21/06/20    ชนะ เรอัล เบติส 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
18/06/20    เสมอ เออิบาร์ 2-2 (เยือน)    ลา ลีกา
14/06/20    เสมอ แอต.มาดริด 1-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
08/03/20    ชนะ เรอัล บายาโดลิด 4-1 (เยือน)    ลา ลีกา
06/03/20    แพ้ กรานาด้า 1-2 (เยือน)    โกปา เดล เรย์

 

บาร์เซโลน่าขอโกยแต้ม! “เมสซี่” นำ3หน้ากระซวกรับเลกาเนสที่สู้หนีตาย

"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า จ่าฝูงเน้นหนักหวังเก็บชัยเพื่อสามแต้มสุดสำคัญโดยมี ลิโอเนล เมสซี่ ประสานคมแข้งกับ หลุยส์ ซัวเรซ และ อองตวน กรีซมันน์ ปิดสกอร์ เกมรับ เลกาเนส ทีมรองบ๊วย ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน วันอังคารที่ 16 มิ.ย. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2563
บาร์เซโลน่า   –   เลกาเนส
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)

สนาม : คัมป์ นู

    กีเก้ เซเตียน ได้ เกลม็อง ล็องเล่ต์ เซนเตอร์ฮาล์ฟพ้นโทษแบนกลับมาและจะลงยืนคู่เซนเตอร์กับ เคราร์ด ปีเก้ ทันที ทำให้ โรนัลด์ อาเราโฮ ดาวรุ่งต้องกลับไปนั่งข้างสนาม

    ส่วนแบ็กขวา เซร์จี้ โรเบร์โต้ ลงทำหน้าที่, แบ็กซ้ายจะขาด จอร์ดี้ อัลบา ที่ติดโทษแบน ทำให้โอกาสจะตกเป็นของ จูเนียร์ ฟีร์โป้ ตรงกลางคาดว่าจะสลับมาใช้ อิวาน ราคิติช ลงเป็นตัวจริงร่วมกับ อาร์ตูโร่ วีดาล และ อาร์ตู เมโล่

    ส่วนแนวรุก หลุยส์ ซัวเรซ จะลงยืนหน้าเป้า, อองตวน กรีซมันน์ ถ่างออกไปยืนด้านซ้าย  และ ลิโอเนล เมสซี่ ยืนด้านขวา

    ฮาเวียร์ อากีร์เร่ มีปัญหาทีเดียวเมื่อจะขาด ดิมิตริออส ซิโอวาส เซนเตอร์ฮาล์ฟกรีซ กับ ออสการ์ โรดริเกซ เพลย์เมกเกอร์ที่ติดโทษแบนพร้อมกัน ทำให้จะปรับจาก 3-4-2-1 มาเล่น 4-2-3-1

    แนวรับปรับมาใช้ โรดรีโก้ ตาริน ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ เคเน็ธ โอเมรูโอ แบ็กขวา อูไน บุสตินซ่า กัปตันทีม และ โฆนาตาน ซิลบา เล่นแบ็กซ้าย แผงกลางโรซีโอ้ คุมเกมกับ รูเบน เปเรซ

    ตัวรุก ไอตอร์ รุยบัล ยืนด้านขวา, ฝั่งซ้ายเป็น โรเจอร์ อาสซาเล่ มี ฆาเบียร์ เอราโซ่ เล่นหน้าต่ำอยู่ด้านหลัง มิเกล เกร์เรโร่ ทำให้ กุยโด้ การ์รีโย่ ต้องหลุดไปนั่งสำรอง

11 นักเตะตามคาด
    บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อังเดร แทร์ ชเตเก้น – เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็อง ล็องเล่ต์, จูเนียร์ ฟีร์โป้ – อิวาน ราคิติช, อาร์ตูโร่ วีดาล, อาร์ตู เมโล่ – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อองตวน กรีซมันน์ 

    เลกาเนส (4-2-3-1) : อีบัน ก้วยยาร์ – อูไน บุสตินซ่า, โรดรีโก้ ตาริน, เคเน็ธ โอเมรูโอ, โฆนาตาน ซิลบา – รูเบน เปเรซ, เรซีโอ – ไอตอร์ รุยบัล, ฆาเบียร์ เอราโซ่, โรเจอร์ อาสซาเล่ – มิเกล เกร์เรโร่

มีเสียวครึ่งหลัง! เรอัลมาดริดไม่พลาดรีสตาร์ทอัดเออิบาร์ จี้บาร์ซ่า 2 แต้ม

"ราชันชุดขาว" มีแผ่วให้เห็นในครึ่งหลังแต่ยังคว้าชัยเหนือ เออิบาร์ ไปได้อย่างสนุก 3-1 ซิวสามแต้มยึดรองฝูง มีเพิ่มเป็น 59 คะแนน จี้จ่าฝูง บาร์เซโลน่า 2 แต้มเหมือนเดิม ส่วน เออิบาร์ ยึดที่ 16 หนีตายต่อหลังมีแต้มมากกว่าโซนตกชั้นแค่สองคะแนน ในศึก ลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา

สนาม : อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ สเตเดี้ยม (มาดริด)

    รีสตาร์ท ลา ลีกา นัดที่ 28 "ราชันชุดขาว" รองจ่าฝูง เกมนี้ต้องมาเล่นที่สนามของทีมสำรอง รับการมาเยือนของ เออิบาร์ ทีมอันดับ 16 โดยก่อนเกม เรอัล มาดริด โดนจ่าฝูง บาร์เซโลน่า ทิ้งห่างเป็น 5 คะแนน ทำให้แมตช์นี้ต้องคว้าชัยเพื่อลดช่องว่างให้เหลือแค่ 2 แต้มเหมือนเดิม

    เริ่มเกมมาได้แค่ 4 นาทีแรก เรอัล มาดริด ชิงขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ คาริม เบนเซม่า พยายามเลี้ยงบอลแหวกเข้าไป แต่โดน เซร์คิโอ อัลบาเรซ สกัดบอลออกมาเข้าทาง โทนี่ โครส แปด้วยขวาเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม

    นาที 12 เออิบาร์ เกือบทวงประตูตีเสมอ หลัง โรแบร์โต้ คอร์เรอา ผ่านบอลเข้ากลางมาให้ เซบาสเตียน กริสโตโฟโร่ อัดด้วย

    นาที 30 สกอร์ของเจ้าบ้านหนีห่างเป็น 2-0 หลัง เซร์คิโอ รามอส ตัดบอลได้แล้วพาขึ้นมาเอง ก่อนออกบอลให้ คาริม เบนเซม่า เลี้ยงตัดเข้ากลางแล้วจ่ายให้ โรดรีโก้ หลุดเข้าไปดวลก่อนจะถวายพานจ่ายให้ รามอส ที่เติมมากลางประตูยิงโล่งๆเข้าไปอย่างง่ายดาย เป็นประตูที่ 6 ใน ลา ลีกา ของแนวรับวัย 34 ปี

    เกมรุกของเจ้าบ้านจัดจ้านจริงๆ นาที 37 เรอัล มาดริด มาพังประตูนำโด่งเป็น 3-0 อาซาร์ เล่นกับ เบนเซม่า ก่อนที่จะจ่ายตัดแนวรับให้ อาซาร์ หลุดเข้าไปซัดเสาแรกติดเซฟของ ดมิโตรวิช แนวรับทีมเยือนสกัดไม่พ้นมาเข้าทาง มาร์เซโล่ ตะบันด้วยซ้ายติดไซด์ก้อยพุ่งเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด

    ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+3 มาร์เซโล่ ครอสบอลมาเสาสองให้ โรดรีโก้ ยิงด้วยซ้ายมุมแคบแต่บอลยังไปติดเซฟของ มาร์โก ดมิโตรวิช

    จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด นำห่าง เออิบาร์ 3-0

    ครึ่งหลัง นาที 49 ติโบต์ กูร์กตัวส์ ทำเสียวหลังออกบอลด้วยเท้าพลาดไปติด ฟาเบียน โอเรยาน่า ก่อนบอลมาเข้าทาง  เอดู เอ็กซ์โปซิโต้ ซัดเร็วนอกกรอบ แต่ กูร์กตัวส์ ยังแก้ตัวเซฟออกไปแบบหวุดหวิด

     ทีมเยือนบุกมาเป็นชุด นาที 57 เอดู เอ็กซ์โปซิโต้ ตะบันไกลด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งจะเสียบมุม แต่กูร์กตัวส์ยังไวบินปัดมือเดียวออกหลังไป

    ถัดมาอีกนาทีเดียว จากจังหวะเตะมุมต่อเนื่อง เออิบาร์ ชวดได้ประตูตีไข่แตก หลัง เปโดร เลออน เปิดมาเสาแรกให้ ปาโบล เด บลาซิส โขกเสาแรกไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

    กระนั้น นาที 60 เออิบาร์ มาได้ประตูไล่คืนมาเป็น 1-3 จนได้ บอลจากลูกคอนเนอร์เปิดเข้ามา แนวรับชุดขาวเคลียร์กันไม่ได้ เอดู เอ็กซ์โปซิโต้ อัดด้วยขวาไปแฉลบ เปโดร บิกาส เปลี่ยนทางไปชน กูร์กตัวส์ ปลิ้นเข้าประตูไป ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีจังหวะล้ำหน้า ก่อนจะให้ประตูแก่ทีมเยือนและเป็นเครดิตการทำประตูของ เปโดร บิกาส

    นาที 61 ซีดาน เปลี่ยนรวดเดียว 3 คน เอแดร์ มิลิเตา, แกเร็ธ เบล และวินิซิอุส จูเนียร์ ลงเล่นแทน เซร์คิโอ รามอส, โรดรีโก้ และเอแด็น อาซาร์

    โอกาสได้ลุ้นยังเป็นทีมเยือนที่มีเสียวกว่า คราวนี้ นาที 74 บอลจากลูกเซ็ตเพลย์ เปโดร เลออน เปิดมาให้ เปาโล โอลิเวยร่า เซ็นเตอร์แบ็กขึ้นโขกหลุดกรอบออกไป

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เรอัล มาดริด กลับมารีสตาร์ทคว้าชัยเหนือ เออิบาร์ 3-1 คว้าสามแต้มยึดรองจ่าฝูงต่อไป มีเพิ่มเป็น 59 คะแนน ตามหลังจ่าฝูง บาร์เซโลน่า 2 แต้ม ส่วน เออิบาร์ ยังต้องดิ้นรนหนีตกชั้นต่อหลังอยู่อันดับ 16 มีแต้มมากกว่าโซนตกชั้นแค่ 2 คะแนน

       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เรอัล มาดริด (4-4-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล (แฟร์กล็องด์ เมนดี้ น.46), ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส (เอแดร์ มิลิเตา น.61),มาร์เซโล่ – ลูก้า โมดริช (เฟเด้ บัลเบร์เด้ น.84), เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส – เอแด็น อาซาร์ (วินิซิอุส จูเนียร์ น.61), คาริม เบนเซม่า, โรดรีโก้ (แกเร็ธ เบล น.61)

        เออิบาร์ (4-2-3-1) มาร์โก ดมิโตรวิช – โรแบร์โต้ คอร์เรอา, เปาโล โอลิเวร่า, ราฟา ซัวอาเรซ (เปโดร บิกาส น.57), อานาอิตซ์ อาร์บีย่า (เอสเตบัน เบอร์โกส น.84) – เซบาสเตียน กริสโตโฟโร่, เซร์คิโอ อัลบาเรซ – ฟาเบียน โอเรยาน่า (เปโดร เลออน น.57), เอดู เอ็กซ์โปซิโต้, ปาโบล เด บลาซิส (ทาเคชิ อินูอิ น.78) – กีเก้ (เซร์จี้ เอ็นริช น.57)

 

ราชันเฮขึ้นฝูง! มาดริดเน้นเต็มพิกัดจัด “เบนเซม่า” บุกซัดโซเซียดาด

โอกาสมาแล้วสำหรับ "ราชันชุดขาว" หลังบาร์ซ่าที่เก็บได้เพียง 1 คะแนนทำให้หากเกมนี้ลูกทีมของ ซีเนดีน ซีดาน คว้าชัยจะทะยานขึ้นจ่าฝูงด้วย ”เฮดทูเฮด” ที่ดีกว่าความพร้อมมี คาริม เบนเซม่า นำทัพ ทางด้าน อีมานอล อัลกวาซิล นายใหญ่ เรอัล โซเซียดาด ผลงานไม่สู้ดีวาง อัดนาน ยานูไซ ลงบู๊ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2563
เรอัล โซเซียดาด – เรอัล มาดริด
เวลา : 03.00 น.

สนาม : เรอาเล่ อารีน่า

    อีมานอล อัลกวาซิล เตรียมเปลี่ยนผู้เล่น 5-6 ตำแหน่งจากเกมพ่าย อลาเบส 0-2 แบ็กขวาไม่มี โยเซบา ซัลดูอา ที่ติดโทษแบน ก็จะใช้งาน อันโดนี่ โกโรซาเบล ยืนแทน

    ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟจะปรับมาเป็น อาริตซ์ เอลูสตอนโด้ ยืนกับ โรแบง เลอ นอร์มังด์ และแบ็กซ้ายเปลี่ยนจาก ไอเอน มูนญอซ กลับมาเป็น นาโช่ มอนเรอัล

    แดนกลางได้ มิเกล เมรีโน่ พ้นโทษแบนกลับมาเล่นร่วมกับ มาร์ติน โอเดการ์ด และ อีกอร์ ซูเบลเดีย ทำให้ ดาบิด ซูรูตูซ่า จะกลับไปสำรอง ส่วน 3 ประสานในเกมรุก อัดนาน ยานูไซ จะนั่งแล้วให้ กริ
สเตียน ปอร์ตู ลงตัวจริงฝั่งขวา, ฝั่งซ้ายเป็น มิเกล โอยาซาบัล ส่วนกองหน้าตัวเป้า อเล็กซานเดอร์ อีซัค ลงยืนแทน วิลเลี่ยน โชเซ่

    ซีเนดีน ซีดาน อาจจะเปลี่ยนทีมแค่ตำแหน่งเดียวคือ แบ็กซ้ายที่ มาร์เซโล่ น่าจะลงมาเล่นแทน แฟร์กล็องด์ เมนดี้

    ส่วนที่เหลือเหมือนเดิมทั้งหมดคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟใช้ เซร์คิโอ รามอส ลงสนามร่วมกับ ราฟาแอล วาราน ตามเดิมแดนกลาง เฟเด บัลเบร์เด้ จะลงเป็นตัวจริงเดินเกมร่วมกับ เอ็มรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส
และ ลูก้า โมดริช  คู่หน้า คู่หน้าใช้ เอแด็น อาซาร์ ล่าตาข่ายกับ คาริม เบนเซม่า

    ส่วนในรายของ นาโช่ เฟร์นานเดซ, ลูก้า โยวิช ลูกัส บาสเกซ และ อิสโก้ นั้นยังไม่พร้อมลงสนาม

11 นักเตะตามคาด

    เรอัล โซเซียดาด (4-3-3) อเล็กซ์ เรมีโร่-โยเซบา ซัลดูอา, อาริตซ์ เอลูสตอนโด้, โรแบง เลอ นอร์มังด์, นาโช่ มอนเรอัล-มาร์ติน โอเดการ์ด, ดีเอโก้ ยอร์เรนเต้, อีกอร์ ซูเบลเดีย-อัดนาน ยานูไซ, อเล็กซานเดอร์ อีซัค, มิเกล โอยาซาบัล

ผู้จัดการทีม : อีมานอล อัลกวาซิล

    เรอัล มาดริด (4-4-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่-เฟเด บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส-เอแด็น อาซาร์, คาริม เบนเซม่า

ผู้จัดการทีม : ซีเนดีน ซีดาน

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

07/02/20    โกปา เดล เรย์    เรอัล มาดริด        3-4    เรอัล โซเซียดาด
24/11/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด         3-1    เรอัล โซเซียดาด   
12/05/19    ลา ลีกา    เรอัล โซเซียดาด    3-1    เรอัล มาดริด
07/01/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด        0-2    เรอัล โซเซียดาด
11/02/18    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด        5-2    เรอัล โซเซียดาด
18/09/17    ลา ลีกา    เรอัล โซเซียดาด    1-3    เรอัล มาดริด
30/01/17    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด        3-0    เรอัล โซเซียดาด   
        
ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เรอัล โซเซียดาด

19/06/20    แพ้ อลาเบส 0-2 (เยือน)     ลา ลีกา
15/06/20    เสมอ โอซาซูน่า 1-1 (เหย้า)    ลา ลีกา   
11/03/20 ชนะ เออิบาร์ 2-1 (เยือน)    ลา ลีกา
08/03/20    แพ้ บาร์เซโลน่า 0-1 (เยือน)    ลา ลีกา
05/03/20    ชนะ มิรันเดส 1-0 (เยือน)    โกปา เดล เรย์
 
เรอัล มาดริด

19/06/20    ชนะ บาเลนเซีย 3-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
15/06/20    ชนะ เออิบาร์ 3-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
09/03/20    แพ้ เรอัล เบติส 1-2 (เยือน)    ลา ลีกา
02/03/20    ชนะ บาร์เซโลน่า 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
27/02/20    แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-2 (เหย้า)    ชปล.