ราชบุรี กับความเป็นไปได้ในถ้วยเอเชีย

ย้อนกลับไปก่อนเริ่มฤดูกาล คงไม่มีใครกล้าพูดเต็มปากว่า ราชบุรี จะติด 1 ใน 4 ของตารางคะแนน

เพราะสถานะ “ราชันมังกร” เป็นเพียงสโมสรระดับกลางกึ่งบน ห่างไกลคำว่า “แชมป์ลีก” เป้าหมายหลักถูกเบนเข็มไปหา “ฟุตบอลถ้วย” ซึ่งทำได้ดีสุดแค่ “พระรอง” อยู่ร่ำไป
จนช่วงเปิดฤดูกาล 4 นัดแรก ราชบุรี กลายเป็นทีมที่หักปากกากูรูอย่างเต็มปัง หลังออกสตาร์ทด้วยผลงานชนะรวด 4 นัด ดีสุดในรอบ 8 ปีสโมสร มีแต้มเทียบเท่า ทรู แบงค็อกฯ จ่าฝูงของตาราง เป็นรองเพียงลูกได้เสีย

แม้จากนั้นไม่นานไวรัสโควิดจะพรากฟุตบอลไทยให้แช่แข็งไปหลายเดือน แต่อีกมุมกลับกลายเป็น “ผลดี” สำหรับ ราชบุรี

เพราะทำให้ไทยลีกไม่สามารถแข่งขัน-จบฤดูกาล ตรงตามปฏิทินลูกหนังที่วางไว้ และในช่วงปลายปี สมาคมฟุตบอลไทยฯ ต้องส่งรายชื่อ 4 ทีม ไปเล่นในศึก AFC champions league 2021 ซึ่งปีนี้เป็นครั้งแรกที่สโมสรจากไทยได้โควตา 2+2  ทำให้สมาคมตัดสินใจใช้วิธีส่งชื่อ 4 ทีมไปเล่นถ้วยเอเชีย โดยวัดผลงานหลังจบ 15 นัดแรก

นั่นหมายถึงโปรแกรมหา 4 สโมสรไปโลดแล่นใน AFC champions league ถูกลดไปกว่าครึ่ง และ ราชบุรี ที่นั่งรองจ่าฝูงขณะนี้ ได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ

ทว่าภารกิจที่เหมือนง่ายแต่ไม่ง่ายของ ราชันมังกร คือ หลังไทยลีกกลับมาแข่งขัน เขาจะรักษา “มาตรฐาน” ทีมเหมือน 4 นัดแรกได้แค่ไหน

เพราะเอาเข้าจริงหากเทียบเคียงทรัพยากรนักเตะ 4 อันดับแรกเวลานี้ ราชบุรี ล้วนเป็นรองทีมอื่นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ทรู แบงค็อก ที่แข้งระดับทีมชาติคุณภาพคับแก้ววิ่งชนกันเต็มทีม การท่าเรือ หรือ บีจี ปทุมฯ ที่ช้อปแหลกไม่สนโควิด ผู้เล่นเกรดเอ-บี มีให้เลือกใช้แบบที่ส่งแข่ง 2 ทีมได้สบาย

ยังไม่นับรวมยักษ์ที่รอวัน “ตื่น” อย่างแชมป์เก่า สิงห์ เชียงรายฯ และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีก

ทำให้เป็นงานหินพอควรสำหรับ ราชบุรี ในการรักษาสถานะอันดับ 1 ใน 4 ไปจนถึงอีก 11 นัดที่เหลือ

อย่างไรก็ดีในมุมผู้เขียน ยังมองเห็นความเป็นไปได้ที่ทีมเมืองโอ่ง จะสร้างประวัติศาสตร์ ในการไปเล่นบนถนนสายเอเชีย

จุดแข็งที่ ราชันมังกร มีเหนือกว่าทุกทีมในไทยลีก ในช่วง 4 นัดแรกคือ “ระบบทีม” ที่ค่อนข้างปึก ผู้เล่นเก่า-ใหม่ ต่างเข้าใจแท็คติกของ “โค้ชเจี๊ยบ” สมชาย ไม้วิลัย ไม่ว่าจะถูกจับสลับเปลี่ยนเล่นในแบบแผนไหน

มีกองหลังปึก กองกลางที่สร้างสรรค์เกมได้หลากหลายรูปแบบ กองหน้าที่มีความเร็ว และความคม การเข้าทำน้อยจังหวะ แต่เฉียบขาดและรู้ใจกันเป็นอย่างดี

ทีมเวิร์ค ราชบุรี กลายเป็นจุดแข็งกลบเรื่องศักยภาพนักเตะที่ด้อยกว่าบรรดา “บิ๊กทีม” ด้วยกัน

อีกจุดหนึ่งที่ผู้เขียนกล้าพูดได้เต็มปากคือ ราชบุรี เป็นสโมสร ที่ใช้โควตาแข้งต่างชาติได้ “คุ้มค่า” ที่สุดในไทยลีกจาก 4 นัดแรกที่แข่งขันกันไป

โย ซัง-แฮ เข้ามาเติมเต็มในแผงหลังจับคู่กับ ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ ได้อย่างลงตัว
ลอสเซมี คาราบูเอ กองกลางที่บู๊ไม่มีถอย เปลี่ยนบอลตรงกลางเป็นเกมรุกได้เนียนตา และเติมขึ้นไปทำประตูได้
สตีเฟ่น ล็องจิล หมอนี่ไม่ได้มีแค่ความเร็วเป็นทีเด็ด แต่ยังมีลูกครอสที่แม่นยำสร้างอันตรายได้ตลอด
ยานนิก โบลี คือเครื่องจักรสังหารผู้ทำประตูได้ทุกรูปแบบในกรอบเขตโทษ

4 คนนี้คือแกนหลักในบรรดาตัวจริงโควตาต่างชาติที่ถูกส่งลงสนาม

ขณะที่ม้านั่งสำรองพวกเขามีโควตาอาเวียนชั้นดีอย่าง ฆาเบียร์ ปาตินโญ ที่พร้อมลงมาเปลี่ยนเกมได้ทุกเมื่อ ยังไม่นับรวมถึง ลุค วู๊ดแลนด์ และแข้งใหม่อย่าง จัสติน มิเกล บาส ที่เป็นอีกตัวเลือก

สิ่งที่พอหยิบมาตอบแทนข้อเขียนข้างบนได้ คงเป็นผลงาน 4 นัดแรกที่ทีมชนะรวด และถลุงคู่แข่งไปถึง 9 ประตู โดยทั้งหมดเกิดจากการมีส่วนร่วมของนักเตะต่างชาติทั้งสิ้น ขาดไปเพียงประตูเดียวที่เกิดจากจังหวะทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่ง

ชนะ ตราด เอฟซี 2-0
สตีเฟ่น ล็องจิล ครอสให้ ยานนิก โบลี โขก
ฆาเบียร์ ปาตินโญ เรียกจุดโทษ ฟิลิป โรเลอร์ ยิง

ชนะ สุโขทัย เอฟซี 2-1
จักรพันธ์ พรใส แอสซิสต์ให้ ยานนิก โบลี หลุดไปยิง
ปิยะราษฎร์ ลาจังหรีด (ทำเข้าประตูตัวเอง)

ชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4-3
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ชิ่งต่อให้ ยานนิก โบลี ยิง
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ลอสเซมี คาราบูเอ เติมขึ้นมาซัด
เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม ผ่านให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ที่แปะต่อให้ ฟิลิป โรเลอร์ หลุดไปยิง
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ยิงเหน่ง ๆ

ชนะ นครราชสีมา 1-0
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ โหม่ง

สิ่งเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่าผู้เล่นต่างชาติ ราชบุรี เป็นฟันเฟืองสำคัญสำหรับทีม โดยมีผู้เล่นไทยอย่าง จักรพันธ์ พรใส, จิตปัญญา ทิสุด หรือ ฟิลิป โรเลอร์ ร่วมกันสร้างสรรค์เกมให้ไหลลื่น

มันคือ “ความลงตัว” ของแข้งต่างชาติ ที่เหนือกว่าสโมสรอื่น ณ เวลานี้

อย่างที่บอกไป จนกว่าจะกลับมาแข่งขันอีกครั้ง หากแข้งหลักที่ว่ามาไม่เจอตลกร้ายปัจจัยภายนอก หรืออาการบาดเจ็บเล่นงาน และรักษามาตรฐานระดับสูงไว้ดัง 4 เกมแรก ถนนสู่ AFC champions league สำหรับ ราชบุรี

ก็มีความเป็นไปได้      

“น้าชัช”ตบ,”เดอะตุ๊ก” ชม…วันนี้ของเรือตรี ชายชาญ เขียวเสน

แบดบอย เมืองไทย จะเป็นใครไปไม่ได้นอกซะจาก "เจ้าจ็อบ" ชายชาญ เขียวเสน อดีตกองหน้าทีมชาติไทย แห่งทีม "ลูกประดู่ " ราชนาวี สโมสร นั่นเอง

    ฉายาดังกล่าวไม่ได้มาแบบข้อกล่าวหาหรือโดนยัดเยียดแต่คือตัวตนที่แท้จริงของ "ชายชาญ เขียวเสน" ที่ใครก็รู้ดีถึงกิตติศัพท์ของเขาว่า เกเร ขนาดไหน

    อดีตนักเตะ"ตะหานน้ำ" ราชนาวี ผู้นี้ ไม่มีใครเถียงความไม่ธรรมดาในฝีเท้าของเขา ขนาดกองหน้าอย่าง "เดอะตุ๊ก" ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ยังเอ่ยปากพูดถึงนักเตะรุ่นน้องรายนี้ว่า "ไอ้จ็อบ" มันนักเตะประเภท "พรสวรค์"แต่แม้จะพรสรรค์ ดีขนาดไหน แต่ก็ต้องมีด้านลบอยู่เหมือนเหรียญย่อมต้องมี 2 ด้าน เพราะความเกเรของ "เจ้าจ็อบ" ทำให้จริงแล้วเขาน่าจะไปได้ไกลกว่านี้

 

    วันนี้กลับอายุเกินหลักสี่มาแล้ว "จ็อบ" มีหน้าที่การงานที่มั่นคงทำกับการเป็นข้าราชการทหาร แห่ง กองทัพเรือ โดยเมื่อปี พ.ศ.2562 ที่ผ่านมาเจ้าตัวเพิ่งได้ครองยศเป็นนายทหารสัญญาบัตร มีดาวประดับบนบ่าหลังรับราชการมาเกือบ 30 ปี ก่อนหน้าจะเป็นเรือตรีนั้น "เจ้าจ็อบ" มียศพันจ่าเอก สังกัดกองเรือยุทธการ ตำแหน่งพันจ่าช่างกลเรือหลวงเจ้าพระยาโดยปัจจุบัน ตำแหน่งประจำกำลังพลฟริเกต 1

    "เจ้าจ็อบ"เป็นอดีตนักเตะราชนาวี ที่เดินตามรอยรุ่นพี่ที่รับราชการอยู่หลายคน ทั้ง สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์, สุขสันต์ คุณสุทธิ์ , สมศักดิ์ อักษร , เอกรัตน์ ทรัพย์สิน , ปิยะกุล แก้วน้ำค้าง

    น่าจะเป็นการเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของนายทหารเรือ ที่"เจ้าจ็อบ" มีคุณพ่อรับราชการ ทหารเรือ อย่าง เรือเอกสว่าง เขียวเสน นั่นเอง ทำให้"เจ้าจ็อบ" เลือกเดินตามรอยรับราชการเหมือนคุณพ่อ เพราะเกิดมากับสังคมทหาร

 

    หลังเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนสิงห์สมุทร ที่ สัตหีบ บ้านเกิด ก็ตัดสินใจเข้าศึกษาต่อยังโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ทร.รุ่น 35 มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2535 หลังร่ำเรียนจบก็เริ่มรับราชการตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537 เป็นต้นมาโดยเริ่มจากยศจ่าตรี

    ไม่เพียงแต่เคยเล่นให้ทีมอู่ข้าวอู่น้ำที่ตัวเองรับราชการอยู่อย่าง ราชนาวีสโมสร แต่หากใครยังจำได้ คงนึกภาพที่ "เจ้าจ็อบ "ใส่เสื้อรับใช้ทีม บีอีซีเทโรศาสน มาแล้วด้วย และยังเคยเล่นให้กับ ราชประชา ในรายการควีนสคัพ เมื่อครั้งอดีตอีกต่างหาก

 

    ความเก่งอาจที่เรียกว่าเป็นนักเตะพรสวรรค์ ตัวพ่อนั้น การเคยเป็นดาวซัลโว ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษา และยังเคยผ่านสมรภูมิ ทั้งโค้กคัพ , เยาวชนแห่งชาติ , ยามาฮ่า ไทยแลนด์คัพ

    ความไม่ธรรมดาดังกล่าวทำให้ "เจ้าจ็อบ" แม้จะเล่นกับทีมไม่ได้โด่งดังอย่าง ราชนาวี แต่ก็มีโอกาสได้ติดทีมชาติ โดยเขารับใช้ชาติในฐานะนักเตะทีมชาติไทย ชุดแรกก็คือ เยาวชน 19 ปี ที่มี "น้าชัช" ชัชชัย พหลแพทย์ เป็นกุนซือพร้อมทีมงานรุ่นใหญ่ไฟกระพริบในอดีต ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป๊ะเรื่องระเบียบวินัย ทั้ง "น้าติ๊ก" สมชาติ ยิ้มศิริ ,อ.สุรินทร์ เข็มเงิน

 

    ยช. 19 ปียุคนั้นถือว่าไทยอุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีหลายราย ทั้ง เทิดศักดิ์ ใจมั่น , เศกสรรค์ ปิตุรัตน์, ธงชัย อัครพงษ์ ,กัณวีร์ ทองชิว , กิตติศักดิ์ ระวังป่า , อนุรักษ์ ศรีเกิด  โดยรอบคัดเลือกศึกชิงแชมป์เอเชีย ไทยเป็นเจ้าภาพ แข่งที่ จ.สุพรรณบุรี

    ครั้งนั้น "เจ้าจ็อบ" ได้ยืนค้ำในแดนหน้ากับ "จุ่น" อนุรักษ์ ศรีเกิด ที่เคยเล่นกองหน้ามาก่อน 

 

    แม้จะแน่และเจ๋งขนาดไหน แต่หากเรื่องของ ระเบียบวินัย ไม่ได้ กุนซือ อย่าง "น้าชัช" ก็ไม่เอา และ"เจ้าจ็อบ" ก็เคยโดน "น้าชัช" ตบมาแล้วด้วย

    ความเป็นนักเตะเกเร ชอบเบี้ยวซ้อมไม่รับผิดชอบต่อตัวเองและเพื่อนๆ ทำให้เขา"เจ้าจ็อบ"ไม่ถูกเลือกไปทำศึก ชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้ายที่ เกาหลีใต้ ด้วย

    ชั่วโมงนั้นใครก็คาดกันว่า "เจ้าจ็อบ" น่าจะหมดอนาคตปิดฉากการรับใช้ชาติไปแล้วจากพฤติกรรม แบดบอย ของเขา แต่ ทีมชาติ ยังคงให้โอกาส  เพราะยังเห็นในความอัจฉริยะ และคำว่า พรสรรค์ ของนักเตะรายนี้

 

    จากนั้น ตอนเขาอายุ 22 ปีก็ได้หวนคืนทีมชาติอีกหน ด้วยการเล่นแมตซ์พิเศษกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มาทัวร์ไทย ที่สนามศุภฯ

    ก่อนที่เขาจะติดทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ไปได้แชมป์ที่ดินแดน อิเหนา ประเทศ อินโดนีเซีย ในซีเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่ไทยชิงกับ เจ้าภาพ อินโดฯ วันนั้น ที่สนาม เสนายัน "เจ้าจ็อบ " เป็นคนซัดให้ทีมชาติไทย นำก่อน 1-0 ก่อนจะโดนตีเสมอ แต่อย่างไร ก็ดี ไทยเราก็ชนะได้ด้วยการดวลจุดโทษ คว้าแชมป์ไปครองสำเร็จ

 

    การรับใช้ชาติของ"เจ้าจ็อบ" เขาติดชุด คิงส์คัพ 3 ครั้ง ไทเกอร์คัพ ชุดอัปยศ ที่ เวียดนาม 1 ครั้ง

    ชีวิตวันนี้ "เจ้าจ็อบ "นอกจากจะรับราชการทหารเรือแล้ว เขายังมีดีกรีโค้ชระดับมีไลเซนส์อีกด้วย

    แต่สิ่งที่พิเศษแสดงให้เห็นถึงการเกิดมาเป็นนักเตะกีฬาอย่างแท้จริงของเขาก็คือ วันนี้" เจ้าจ็อบ" เป็นนักกอล์ฟ ที่กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย  จัดเป็นทหารเรือ และคนที่มีอดีตเป็นนักฟุตบอลมาก่อน ที่เล่นกีฬา กอล์ฟได้ดีอีกคน อีกคน

 

ขาด3แข้งต่างชาติ! แชมป์เก่า เชียงรายฯ ซ้อมเต็มรูปแบบครั้งแรก

แชมป์เก่า กว่างโซ้งฯ เรียกนักเตะซ้อมเต็มรูปแบบหนแรก แตายังขาด 3 ผู้เล่นต่างชาติที่รอบินสมทบภายหลัง

สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กลับมาลงฝึกซ้อมเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังเบรกช่วงโควิด-19 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนสู้ศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2020-21

ทัพ กว่างโซ้ง กลับมาซ้อมเต็มรูปแบบอีกครั้ง โดยได้ เอกนิษฐ์ ปัญญา กลับมาฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมอีกครั้งหลังเจ็บไปนาน รวมถึงผู้เล่นรายใหม่ ทักดนัย ใจหาญ ดาวเตะจาก Fox Hunt รุ่น 3 ซึ่งเป็นแข้งลูกหม้อของสโมสรร่วมซ้อมกับทีมเป็นครั้งแรก

ขณะที่ผู้เล่นต่างชาติมีเพียง บรินเนอร์ กองหลังตัวเก่งชาวบราซิลที่อยู่ฝึกซ้อมกับทีม ส่วน บิลล์ โรซิมาร์ , มาอิลซอน และ อี ยอง แร ยังคงอยู่ต่างประเทส ซึ่งทางสโมสรกำลังดำเนินการตามขั้นตอนของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในการนำนักเตะกลับเข้ามาในประเทศเพื่อให้ทันแข่งขันไทยลีกช่วงเดือนกันยายน นี้

ทั้งนี้ผู้เล่นต่างชาติที่เตรียมเดินทางกลับประเทศไทยจะต้องมีใบรับรองแพทย์ประเภท Fit to Fly และใบรับรองแพทย์ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าบุคคลที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ไม่มีเชื้อโควิด-19 ในช่วงระยะเวลา 72 ชม.ก่อนเดินทาง และต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน

สำหรับการแข่งขันโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2020-21 จะเริ่มวันที่ 12 กันยายน 2563 และสิ้นสุดฤดูกาลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564

สื่อรักออนไลน์! ‘ชนานันท์-ฐานิตา’ เปิดใจเส้นทางรักจากแค่คนรู้จักสู่คนรู้ใจ

คาดว่าอีกไม่นานน่าจะมีข่าวมาฝากแฟนๆลูกหนัง รวมถึงพรรคพวกญาติสนิทมิตรสหายของทั้ง "เจ้าทู" ชนานันท์ ป้อมบุบผา และ แฟนสาวน้อง "เมย์" ฐานิตา ดอนไพรกา ที่คบหาดูใจในฐานะคนรักกันมา 5 ปีแล้ว

    ความรักของทั้งคู่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ "เจ้าทู" ที่วันนี้เป็นกองหน้าของ ทรูแบงค็อกฯ ในไทยลีก ร่วมทัพทีมชาติไทย ไปคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ในซีเกมส์ครั้งที่ 28 ที่ สิงคโปร์ มาครองได้เมื่อ ปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา

    "เจ้าทู" ยอมรับว่าแฟนสาวของเขาไม่ได้เป็นแฟนฟุตบอลมาก่อนและก็ไม่ได้คบหากันเพราะได้รับคำแนะนำจากใครอีกด้วย

    แต่ทว่าตัวเขากับแฟนสาวนั้นพบรักกันรู้จักกันในโลกโซเชียล ไอจี หรือ อินสตาแกรม นั่นเอง

    ก่อนจะสานสัมพันธ์กันมาเรื่อยและจากแค่คนรู้จักตอนครั้งแรกกลายมาเป็นคนรักกันในที่สุด

 

    "น้องเมย์" นักธุรกิจสาวชาวพิษณุโลก ที่เป็นเจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ FACE ME ที่ถือเป็นแบรนด์ดัง ระดับยอดขายเดือนละหลักล้าน โดยมีผลิตภัณฑ์ ทั้งเซรั่ม ,คอนลาเจน ,ชาลดน้ำหนัก เล่าให้ฟังว่า "จริงแล้วทูเป็นรุ่นน้องหนูซะอีกเขาจีบหนูทางไอจี เมื่อราวปี 58 ตอนนั้นจำได้ว่า เขากำลังจะไปแข่งซีเกมส์ เขาแนะนำตัวเองนะว่าเขาเป็นนักฟุตบอลไอ้เราก็เฉยๆ นะเพราะปกติแล้วตัวเองไม่เป็นคนที่ชอบดูกีฬาอยู่แล้ว ชอบเรื่องสวยๆงามๆมากกว่าตามสไตล์ผู้หญิง"

    "ปกติที่รู้มาแฟนนักบอลส่วนใหญ่ หากไม่ใช่เป็นเพื่อนนักเตะแนะนำก็เป็นแฟนฟุตบอลแต่สำหรับ "เมย์" กับ "ทู" ไม่ใช่นะ อย่างที่บอกเราจีบกันผ่านทางไอจี ตอนนั้นเราเองไม่ได้คบหากับใครอยู่ เขาคุยสักพักเราเริ่มจับทางได้แล้วว่า เขามาจีบเรา ก็คุยกันมาเรื่อยๆแต่กว่าจะตัดสินใจออกเดทและเป็นแฟนกันก็นานเหมือนกัน"

 

    "น้องเมย์" เล่าให้ฟังอีกด้วยว่า "หนูเคยเอารูปทูให้คุณพ่อดูด้วยนะ ถามคุณพ่อว่า พ่อรู้จักและเคยเห็นหน้านักฟุตบอลคนนี้บ้างมั้ย เพราะพ่อหนูเป็นคนที่ชอบดูฟุตบอลมากทั้งฟุตบอลไทยและฟุตบอลต่างประเทศ"

    "พ่อบอกทำไมจะไม่รู้จักล่ะลูก ไอ้เจ้านี่ล่ะที่กระโดดดีใจ แล้วจังหวะเท้าลงพื้นเลยเจ็บคนนี้ล่ะ พ่อยังถามเลยว่า มีอะไรเหรอลูกตอนนั้นก็ยังไม่ได้บอกคุณพ่อนะว่า "ทู" มาจีบเราค่อยมาบอกทีหลัง"

    "มีเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่อยู่สุโขทัยฯ คนนี้ชอบดูฟุตบอลมากเขาบอกรู้จักสิเป็นนักฟุตบอลทีมชาตินะถือว่าเป็นนักฟุตบอลที่เก่งคนหนึ่ง ทำไมเหรอแก เพื่อนหนูคนนี้ถามก็บอกเขาไปว่า เขามาจีบเราน่ะ เพื่อนก็บอกจริงหรือ ก็ลองดูๆไปละกัน ส่วนใหญ่นักฟุตบอลชอบขายจีบ เราก็ขำๆ ยังหวั่นๆอยู่เลย เพราะเคยได้ยินมาว่า นักฟุตบอลมักจะเจ้าชู้ 555"

 

    แต่พอตัดสินใจคบหากันแล้ว "เมย์" บอกได้เลยว่า "ทู" เป็นคนใจเย็น นิสัยดี เป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ ทุกอย่าง ตลอดหลายปีที่คบกันมาเขาไม่เคยทำให้เราต้องเสียใจเลย

    ส่วน "เจ้าทู" บอกว่า "เมย์เป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก นอกจากสวยแล้วเขายังขยันทำงานกับธุรกิจของเขาที่ไปได้สวย รายได้เยอะกว่าผมซะอีกต่อเดือน ที่สำคัญ "เมย์" เป็นคนที่ทำอาหารเก่งด้วย เดี๋ยวนี้หายากนะที่จะหาผู้หญิงเข้าครัวเป็น ตรงนี้เรียกว่า เป็นเสน่ห์ปลายจวักสะกดผมอยู่หมัดเลยล่ะ"

 

    "เร็วๆนี้ขอดูฤกษ์งามยามดีก่อนแล้ว จะรีบแจ้งให้ทราบโดยด่วนเลยว่า จะแต่งที่ไหนเมื่อไหร่ แต่คงไม่ได้ได้จัดแบบใหญ่โตอะไร เน้นพิธีแบบไทยๆมากกว่า"

    "หลังจากนั้นก็คงจะรีบปั้นทายาทกันเลย กลัวไม่ทันใช้ 555 จะเป็นผู้หญิงหรือชายก็ได้ทั้งนั้นไม่เกี่ยง คิดว่าจะมีสัก 2-3 คน"

 

สื่อดังญี่ปุ่นตัดเกรดแข้งไทย หลังเกมเจลีกนัด 4

เว็บไซต์ soccerdigestweb สื่อชื่อดังประเทศญี่ปุ่นตัดเกรดเหล่าบรรดาแข้งเจลีกที่ลงสนามแข่งขันในนัดที่ 4  รวมทั้ง3 นักเตะไทยที่ลงสนามประกอบไปด้วย ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าชิมิสึ เอส พัลส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางคอนซาโดเล่ ซัปโปโร และ ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส
    "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าชิมิสึ ที่ลงเป็นตัวสำรองในในนาที 62เกมเปิดพ่ายเปิด กัมบะ โอซาก้า 1-2 ได้คะแนน 5.5 คะแนน โดยเว็บดังกล่าวระบุว่าดาวเตะไทยมีการส่งที่แม่นยำ ทำให้เกมรุกไหลลื่น อย่างไรก็ตามเจ้าตัวไม่สามารถยิงประตูได้

    "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์  กองกลางคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่ลงเป็นตัวจริงแต่ได้รับบาดเจ็บในช่วงครึ่งแรกจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมเสมอ โชนัน เบลล์มาเร่ 0-0 ได้ 5.5 คะแนน โดยsoccerdigestweb เจาะฟอร์มว่า มีโอกาสยิงจากลูกที่ประสานงานกับ เจย์ โบทรอยด์ แต่ไม่ได้ประตูก่อนมีอาการบาดเจ็บและเปลี่ยนตัวออกไป

    คนสุดท้าย "อุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ที่ลงเป็นตัวจริงและเล่นครบ 90 นาทีเกมเปิดบ้านพ่าย เอฟซี โตเกียว 1-3 ได้ 5.5 คะแนน โดยได้รับการคอมเมนท์ว่า แม้มีโอกาสเปิดบอลให้ เทรุฮิโตะ นากางาวะ ทำประตูในนาที 79 และเล่นได้ตามมาตรฐานของตัวเอง แต่ยังมีความผิดพลาดเล็กน้อยในเกมรับ

    ทั้งนี้แฟนบอลสามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลเจลีกได้ทาง Siamsport Youtube Channel, Facebook Siamsport และช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30

ชีวิตหลงทางผิด..พ่อป่วยหนัก เป็นตัวแถมที่ใครไม่เอา

ในบรรดานักฟุตบอลดาวรุ่งเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา ชื่อของ "โก้" สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ จัดเป็นมิดฟิลด์ดาวรุ่งระดับแถวหน้าที่น่าจับตามองในฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นและลูกยิงไกลที่เรียกกันว่า "ลูกไฟ" ติดตาแฟนบอลในหลาย ๆ ประตู
    เส้นทางฟุตบอลของ "เจ้าโก้" เริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนอายุ 5 ขวบ คุณพ่อจะเป็นคนคิดตำราขึ้นมาสอนลูกชายทั้ง 3 คน ซึ่งประกอบด้วยคนโต ปกเกล้า คนกลาง บารมี และคนเล็ก คือตัวของ สรรเสริญ และทุกคนก็เล่นในตำแหน่งกองกลางด้วยกันทั้งหมด

    จนเมื่ออายุ 12-13 ปี มีโอกาสโชว์ฟอร์มเข้าตาโค้ชทีมเยาวชนจากนิวซีแลนด์ และถูกทาบทามไปเรียนและเล่นที่นั่น ด้วยสัญญา 3 ปี โดยการชักชวนของ วินสตัน ลูเฟอร์ อดีตดาวเตะทีมเบรเมน ในบุนเดสลีกา ของเยอรมัน โดยไปกัน 2 คนพี่น้อง บารมี และ สรรเสริญ

    แม้สัญญาจะเซ็นกัน 3 ปี แต่ 2 คนพี่น้องตระกูล ลิ้มวัฒนะ ได้อยู่ 4 ปีที่นิวซีแลนด์ โดยปีสุดท้ายมีโอกาสได้เล่นในลีกสูงสุดของนิวซีแลนด์ แต่เล่นไปแค่ 3 แมตช์ ดันเจ็บยาว ประกอบกับคุณย่าแท้ ๆ เสียชีวิต จึงตัดสินใจเดินทางกลับไทย ทิ้งการเล่นฟุตบอล และการเรียนที่ยังไม่จบในระดับม.ปลายไปด้วย

    เมื่อกลับมา "เจ้าโก้" มีอายุ 17 ปี ได้เล่นให้กับ ศรีราชาบ้านบึง รุ่นเดียวกับ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ในดิวิชั่น 1 ก่อนจะย้ายไปพร้อมกับพี่ชาย บารมี ไปที่บุรีรัมย์

    จากบุรีรัมย์เล่นไปเกือบ 2 ปี เจ้าตัวย้ายออกมาอยู่กับแบงค็อก ยูไนเต็ด แต่ถูกยืมไปเล่นพิจิตร เอฟซี กลับมาเล่นแบงค็อก อีก 1 ปี ก็ถูกปล่อยยืมไป อุบล ยูเอ็มที 1 ปี และยืมไปสุโขทัย เอฟซี อีก 1 ปี กลายเป็นนักเตะจอมพเนจร เมื่อหมดสัญญากับแบงค็อก จึงย้ายมาอยู่กับการท่าเรือ เอฟซี

    การย้ายมาท่าเรือครั้งนี้ มีข่าวว่า เจ้าตัวถูกแถมมากับดีลการซื้อ สุมัญญา มาอยู่ท่าเรือ ทั้งที่เจ้าตัวเคยโด่งดังกับการเล่นให้ทีมเยาวชนไทย 17 ปี, 19 ปี, 21 ปี และ 23 ปีชิงแชมป์เอเชีย


    สิ่งที่ทำให้ "เจ้าโก้" สรรเสริญ ไปไม่ไกลเท่าที่หลาย ๆ คนคาดหวัง เจ้าตัวเปิดใจว่า มาจากการใช้ชีวิตกินเที่ยวกลางคืน เหมือนคนเก็บกด เพราะตอนย่างวัยรุ่นอยู่ที่นิวซีแลนด์ไม่มีเงินใช้จ่าย ไม่ได้เที่ยว เมื่อกลับมาอยู่เมืองไทย มีโอกาสได้อยู่ทีมใหญ่อย่างบุรีรัมย์ และแบงค็อก ได้เงินเดือนสูง ทำให้เจ้าตัวเที่ยวสะบัด

    "ผมเที่ยวกลางคืนทุกครั้งที่ว่าง ใช้ชีวิตแบบเสเพลสุด ๆ บางทีก็มีอาการแฮ้งค์ตอนมาซ้อม มีผลต่อสภาพร่างกายชัดเจน ผมซ้อมหนักแบบคนอื่นไม่ไหว ทำให้ถูกปล่อยยืมเป็นว่าเล่น กลายเป็นทีมต้นสังกัดไม่ต้องการ แต่ตอนนั้นก็ยังติดเที่ยวไม่ได้คิดอะไร"

    จุดเปลี่ยนที่ทำให้เจ้าตัวคิดได้ คือ เมื่อมาอยู่ท่าเรือ แบบแถมมาในแพ็คเกจของ สุมัญญา นั่นคือสิ่งที่ทำให้ กองกลางดาวรุ่งรายนี้คิดได้

    "ผมมานั่งคิดว่า ทำไมผมเป็นนักเตะที่ไม่มีทีมไหนเอา เหมือนเขาไล่ผมไปอยู่ทีมโน้นทีมนี้ ผมก็อยากเล่นให้กับทีมตัวเองบ้าง อย่างท่าเรือแม้จะได้ข่าวว่าแถมมา แต่ผมต้องขอบคุณ มาดามแป้ง คุณนวลพรรณ ล่ำซำ ที่ให้โอกาสผมอีกครั้ง"

    "อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจเลิกเสเพล คือ คุณพ่อผมป่วยหนัก เป็นมะเร็ง ทำให้ผมอยากทำอะไรเพื่อให้พ่อที่คอยปลุกปั้นผมมาจนถึงทุกวันนี้ได้ชื่นใจบ้าง และสองอย่างนี้คือ เหตุผลที่ทำให้ผมเปลี่ยนตัวเอง เลิกเที่ยว และหันมาฟิตซ้อมดูแลร่างกายตัวเองเต็มที่ จากปีที่แล้วน้ำหนักผม 78 ก.ก. ตอนนี้เหลือ 69 ก.ก.แล้ว เหมือนผมกลับมาเริ่มที่ศูนย์ใหม่ และเริ่มนับหนึ่งใหม่ ตอนนี้ผมอายุ 23 ปีแล้ว ผมยังเชื่อว่าผมจะกลับมาได้ ผมอยากจะโชว์ฟอร์มเป็น "นิวโก้" เพื่อยึดตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ของการท่าเรือ และอยากติดทีมชาติชุดใหญ่กับเขาสักครั้งหนึ่ง"

 

ไทยลีกยัน​ชัดคัมแบ็กเตะเดือน​ก.ค.​ไม่ได้

สืบเนื่องจากประเด็นที่สโมสรสมาชิกในไทยลีก1 และ ไทยลีก2 อยากให้ฟุตบอลลีกไทยกลับมาแข่งขันเร็วกว่ากำหนดเดิม​ 12​ ก.ย.63​ เพราะการที่ถูกสั่งเว้นวรรคอยู่แบบนี้ส่งผลกระทบต่อรายได้สโมสรและตัวนักเตะรวมถึงบุคลากร​ต่างๆด้วย

    ผู้สื่อข่าวสอบถาม​ วรงค์ ทิวทัศน์ เลขาฯ​ บ.ไทยลีก จำกัด ได้เผยชัดเจนว่า เดือนหน้าไม่มีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาแข่ง​ เพราะนักเตะต่างชาติที่จะมาจะต้องโดนกักตัวอีก 14 วัน และสถานที่กักกันต้องจองไว้ก่อนตามคิว และไม่น่าจะได้คิวกันง่ายๆ

    นอกจากนี้การจัดการแข่งขันจะต้องปฎิบัติตาม ศบค. อย่างเคร่งครัดด้วย ต้องจัดการแข่งขันตามคู่มือ และตอนนี้คู่มือยังไม่ออกมาดังนั้น เดือน กรฎาคม คงไม่ได้เตะแน่ๆ

ไม่ได้อวย..บิ๊กเจลีกออกมาชมแข้งไทยของจริง

Soccer Digest ออกมาตีบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับกลยุทธ์เอเชียของศึกฟุตบอลเจลีก โดยการสัมภาษณ์ เมกุมิ คายามะ ผู้บริหารบริษัท J.League Global Company ได้ออกมาพูดถึงตลาดหลักของทวีปเอเชียนอกจากประเทศของตัวเองแล้วชาติจากย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน มีกลุ่มแฟนบอลที่ชื่นชอบการแข่งขันฟุตบอลเป็นอย่างมากจึงเดินหน้าพัฒนาด้านการตลาดและช่วยยกระดับทีมในภูมิภาคนี้ ซึ่งกลยุทธ์เอเชียเดินหน้าอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2012
   ผู้บริหารเจลีกมองว่าการสร้างเจลีกให้เป็นที่รู้จักในเอเชียไม่ใช่เพียงแค่การโปรโมต แต่สิ่งสำคัญคือการช่วยกันพัฒนาวงการฟุตบอลให้ชาติต่างๆที่เป็นพันธมิตรได้รับประโยชน์จากการพัฒนา  เช่นโควตาอาเซียนที่สามารถลงสนามได้เลยซึ่งในอาเซียนมี 7 ประเทศ ประกอบไปด้วย ไทย,เวียดนาม,เมียนมา,กัมพูชา,อินโดนีเซีย,สิงคโปร์และมาเลเซีย  โดยโปรเจคนี้เริ่มต้นจริงจังในปี 2016  เพื่อเป็นการเปิดทางให้สโมสรต่างๆในเจลีกรับกลุ่มนักเตะกลุ่มนี้มากขึ้นซึ่งบรรดานักเตะเหล่านี้ก็จะพัฒนาขึ้นตามมา

   จากจุดเริ่มต้นการพัฒนาเจลีกในกลยุทธ์นี้ประสบปัญหาต่างๆพอสมควรซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่ายสำหรับโอกาสลงสนามแข่งขันหากว่าลีกยังใช้โควาตา 3+1 เช่นเดิม เพราะในลีกญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีผู้เล่นบราซิลและเกาหลีใต้ที่เป็นแกนหลักของสโมสร จากปี 2012 เป็นต้นมามีทั้งผู้เล่นเวียดนาม,อินโดนีเซีย ที่เดินทางเข้ามาแต่ไม่สามารถสร้างปรากฎการณ์ความสำเร็จระยะยาว  แต่พอถึงปี 2017 ที่  ชนาธิป สรงกระสินธ์ จากไทยเข้ามา เล่นให้กับซัปโปโร ก่อนที่จะกายเป็นผู้เล่นอาเซียนที่ติดทีมยอดเยี่ยมของลีกในปี 2018  กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงของโควตาอาเซียนที่ชัดเจนที่สุด

   ไม่ใช่เพียงความสำเร็จของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในเจลีก ที่พิสูจน์ตัวเองจนได้รับการยอมรับขึ้นไปติดทีมยอดเยี่ยมของลีก แต่หลังจากนั้นนักเตะไทยอย่าง  ธีรศิลป์  แดงดา,ธีรทร บุญมาทัน ก็ตามมา   ทุกอย่างแสดงออกให้เห็นว่าผู้เล่นจากไทยเป็นอันดับต้นๆของเจลีกสามารถมีส่วนร่วมสำคัญกับฟุตบอลเจลีกได้อย่างน่าชื่นชม  ในส่วนของเจลีกก็ยังคงเดินหน้าทำงานต่อไปด้วยการส่งแมวมองไปดูฟอร์มผู้เล่นในภูมิภาคอาเซียน  เหมือนตอนที่มาติดตามฟอร์มของ ชนาธิป ในช่วงไทยพบญี่ปุ่น ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย  ซึ่งเป้าหมายนอกจากดึงนักเตะในภูมิภาคอาเซียนมาเล่นในเจลีกแล้วยังอยากเห็นชาติต่างๆในภูมิภาคนี้ไปเล่นฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย ที่มีการเพิ่มทีมจาก 32 ทีม เป็น 48 ทีม ถ้าผู้เล่นแกนหลักของทีมชาติเหล่านี้มาจากเจลีกมันคือการสร้างประโยชน์ซึ่งกันและกันในการช่วยกันพัฒนา

บุกตลาดโลก! วอริกซ์ เซ็น ธีราทร นั่งพรีเซนเตอร์คนใหม่

วอริกซ์ดึงแบ็คซ้ายช้างศึกนั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนใหม่ก้าวสู่ตลาดโลก
บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาสัญชาติไทย เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนล่าสุด ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายทีมชาติไทย ของ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส แชมป์เจลีก 2019 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจเดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งของวาริกซ์ในฐานะสปอร์ตแบรนด์ชั้นนำของภูมิภาค ที่กำลังเดินหน้าไปสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แข่งขันอยู่ในระดับโลก

โดยวอริกซ์ เป็นผู้ถือสิทธิ์การออกแบบ การผลิต และการจัดจำหน่ายชุดแข่งขันและเครื่องแต่งกายทัพช้างศึก ซึ่งเป็นแบรนด์กีฬาสัญชาติไทยที่เติบโตอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ด้าน วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด กล่าวว่า “เป้าหมายของวาริกซ์ในปีนี้ คือเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มในระดับภูมิภาคก่อนจะขยายไปสู่ระดับโลก ผ่านกลยุทธ์สำคัญคือ ‘สปอร์ต ไลเซ่น’ ที่โฟกัสกีฬามหาชนของคนทั่วโลกอย่างฟุตบอล ทั้งฟุตบอลระดับทีมชาติและระดับสโมสร ซึ่งในปัจจุบันหากนับเฉพาะกีฬาฟุตบอล วอริกซ์คือแบรนด์ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดในอาเซียน"
"ทั้งนี้ อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่วอริกซ์เร่งเครื่องมากขึ้นในปีนี้คือ การใช้ ‘ไอดอล มาร์เก็ตติ้ง’ (Idol Marketing) มาช่วยสร้างการรับรู้ และช่วยเสริมความแข็งแกร่งในเชิงของภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์วอริกซ์ ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และขยายต่อไปในระดับโลก โดยวาริกซ์ให้ความสนใจไอดอลจากกีฬาประเภทอื่น หรือวงการอื่นๆ ด้วย สอดคล้องตามวิสัยทัศน์ของวอริกซ์ ที่ต้องการเติบโตด้วย Sport License และ Lifestyle”

“ความร่วมมือระหว่างวอริกซ์ กับ ‘อุ้ม ธีราทร บุญมาทัน’ มีภารกิจหลัก คือการร่วม โปรโมทแบรนด์วอริกซ์ ซึ่งสาเหตุที่เลือก ‘อุ้ม ธีราทร’ นั้น แน่นอนว่าเป็นเพราะ ‘อุ้ม ธีราทร’ เป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย เป็นนักเตะที่มีความสามารถสูงมาก เป็นคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีวินัยทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต และเป็นไอดอลของเยาวชนจำนวนมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘อุ้ม’ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เป็นภาพของคนไทยที่ออกไปต่อสู้อยู่บนเวทีระดับโลก สอดคล้องกับความเป็นวอริกซ์ ซึ่งเป็นแบรนด์ไทย ที่ออกไปแข่งขันอยู่ในระดับโลกเช่นเดียวกัน”

นายวิศัลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การทำธุรกิจของวอริกซ์ในช่วงที่ผ่านมาของปีนี้ เราปรับตัวได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กับการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ได้กลายเป็นวิกฤตใหญ่ไปทั่วโลก เป็นทั้งวิกฤตสาธารณสุขและวิกฤตเศรษฐกิจ ที่บังคับให้คนทั้งโลกต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ฟุตบอลทั้งระดับสโมสรและทีมชาติก็หยุดการแข่งขันไปหลายเดือน โดยเมื่อช่องทางการขายหน้าร้าน ต้องปิดในช่วงการ Lock Down วอริกซ์ได้ปรับไปมุ่งเน้นทำการตลาดและการขายผ่านช่องทางออนไลน์"

"วอริกซ์มีแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีความพร้อมและมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว เราจึงทุ่มไปที่ออนไลน์ และอัดโปรโมชั่นเพิ่มเติมเข้าไป โดยนอกจากเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้าแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปที่อยากเป็นเจ้าของเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย ลิขสิทธิ์แท้ และสินค้าคุณภาพดีอื่นๆ ของวอริกซ์ สามารถซื้อสินค้าวอริกซ์ไปครอบครองได้ ในราคาที่จับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งในภาพรวมช่วงที่ผ่านมา ถือว่าวอริกซ์ทำได้ดีพอสมควร เรามีลูกค้าซื้อสินค้าเรามากกว่า 20,000 คน ต่อเดือน”
ขณะที่ ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายตัวเก่งของทีมชาติไทย และเป็นนักเตะไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์เจลีคได้ ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับวอริกซ์ ว่า “รู้สึกดีใจที่จะได้ร่วมงานกับวอริกซ์ เพราะรู้จักและชื่นชมวอริกซ์อยู่แล้ว อย่างชุดแข่งขันของทีมชาติไทยของวอริกซ์ เราใช้จริง รู้สึกว่าคุณภาพชุดของวอริกซ์คือก้าวไปไกลมาก"

"ถือเป็นเรื่องดี เพราะทำให้นักฟุตบอลทีมชาติไทยได้ใส่ชุดที่คุณภาพดี ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตต่างๆ เทียบเท่าแบรนด์ดังๆ ระดับโลก นอกจากนั้นก็ชื่นชมวอริกซ์ ในฐานะที่เป็นแบรนด์ไทย ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในหลายๆ ประเทศ”

สำหรับ ธีราทร บุญมาทัน มีผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2019 โดยเป็นนักเตะไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์เจลีกกับ โยโกฮามา เอฟ มารินอส ก่อนที่ฤดูกาลนี้ช่วยต้นสังกัดลงสนามเป็นตัวจริงไปแล้ว 2 เกม

เมืองทองฯ เปิดตัว “พิชา-ภูมินทร์-ฉัตรมงคล” ร่วมทัพ

"กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เสริมทัพผู้เล่นดาวรุ่งอนาคตไกล ทำการเปิดตัว พิชา อุทรา, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จาก สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จาก การท่าเรือ เอฟซี มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ ทางด้านบอร์ดบริหารมั่นใจจะเข้ามายกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 ภายในห้องสื่อมวลชน สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ได้มีงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้เล่นใหม่ของสโมสร "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2020 เซ็นสัญญาคว้าตัว พิชา อุทรา ปีกวัย 24 ปี, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จากสโมสร สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จากสโมสร การท่าเรือ เอฟซี โดยภายในงานมีทางคุณ วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสรฯ, รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ, อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อม 3 ผู้เล่นใหม่ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

ทางด้าน รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ กล่าวว่า "สวัสดีสื่อมวลชนและแฟนบอลทุกท่าน ถือเป็นอีกวันสำคัญของสโมสร กับการเดินหน้าเสริมทัพผู้เล่นคุณภาพมาสู่ทีม เพื่อพร้อมกลับมาสู่การแข่งขันอีกครั้ง ขอต้อนรับ ฉัตรมงคล ทองคีรี สู่สโมสรอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าเขาเป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่เราจับตามองมายาวนาน ถือเป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งและศักยภาพสูง รวมถึงเป็นผู้เล่นที่โค้ชกาม่าชื่นชอบ คุ้นเคยกับสไตล์การเล่น เชื่อว่าจะเข้ามาเติมเต็มขุมกำลังแดนกลางได้อย่างแน่นอน"

"พร้อมกันนี้เราขอต้อนรับ พิชา อุทรา และ ภูมินทร์ แก้วตา สู่บ้านหลังนี้อีกครั้ง สำหรับน้องทั้ง 2 คนถือเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่สโมสรฯ ที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ระดับเยาวชนมาเกือบทุกรายการ ที่ผ่านมาเขาได้มีโอกาสพัฒนาฝีเท้ากับทีมต่างๆ อย่างที่ทราบว่าทีม เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นทีมใหญ่ที่ลุ้นแชมป์ ทำให้โอกาสลงเล่นของผู้เล่นอาจมีจำกัดบ้าง แน่นอนว่าการกลับมาในครั้งนี้จะช่วยยกระดับทีม และเป็นส่วนหนึ่งกับการไล่ล่าความสำเร็จมาสู่ทีม"

ขณะที่ ฉัตรมงคล ทองคีรี กองกลางตัวใหม่เปิดใจว่า "ก่อนอื่นต้องขอบคุณทาง การท่าเรือ ที่มอบโอกาสเพื่อพิสูจน์ตัวเองที่นี่ และขอบคุณผู้บริหาร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่เชื่อมั่นในตัวผม ถึงแม้จะอยู่ในสัญญายืมตัว 1 ปี แต่ก็จะมุ่งมั่นเต็มร้อย และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสโมสรใหญ่แห่งนี้"

ส่วนทาง ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกคนใหม่เปิดใจว่า "ส่วนตัวรู้สึกดีใจอย่างมากที่กลับมาบ้านเก่าแห่งนี้ แน่นอนว่า เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นสโมสรที่ปลุกปั้นผมมาตั้งแต่เด็ก จนได้พัฒนาฝีเท้าถึงปัจจุบัน ส่วนการกลับมาครั้งนี้ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อเป้าหมายพาทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ประสบความสำเร็จให้ได้"

ปิดท้ายที่ พิชา อุทรา ปีกซ้ายคนใหม่เปิดใจว่า "สิ่งแรกต้องขอขอบคุณผู้บริหารสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่ดึงตัวกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง ผมมีความประทับใจที่ยอดเยี่ยมกับทีม ตั้งแต่ฝึกฟุตบอลมาตั้งแต่ระดับเยาวชน ส่วนเป้าหมายก็อยากดึงศักยภาพ และความสามารถของตัวเองให้มากที่สุด เพื่อตอบแทนสโมสรแห่งนี้"