แลมพาร์ดมันส์มือแน่ !เปิด5แผนการเล่นสุดโหดเชลซีหากได้ฮาแวร์ตซ์

"สิงห์บลูส์" เชลซี ถือเป็นทีมที่น่าจับตามองเหลือเกินสำหรับศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลหน้า เพราะหลังจากที่ได้ ฮาคิม ซิเยค กับ ติโม แวร์เนอร์ มาเสริมทัพเรียบร้อย ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะได้ ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวเด่นของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เพิ่มอีกราย ถึงแม้ตอนนี้ยังไม่มีอะไรยืนยัน แต่ก็ไม่น่าจะพลาด ต่อให้ถูก "ห้างขายยา" โก่งค่าหัวสูงถึง 90 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท) ก็ตาม

    แน่นอนว่า แนวรุกจะกลายเป็นจุดเด่นสำหรับ เชลซี ทันที หากได้ตัว สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี มายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ และนี่คือแผนการเล่น 5 รูปแบบ ที่กุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด สามารถเลือกใช้ไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาล 2020/21 เมื่อมีสามประสาน "ฮาแวร์ตซ์-แวร์เนอร์-ซิเยค" นำทัพ (ข้อมูลจาก The Sun)

 * 4-3-3 *
ถือเป็นระบบการเล่นที่ แลมพาร์ด ชอบใช้อยู่แล้ว โดยจะให้ ฮาแวร์ตซ์ ยืนทางฝั่งขวาแทนที่ วิลเลี่ยน ซึ่งเตรียมอำลาทีม ส่วน แวร์เนอร์ ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ขณะที่ ซิเยค จะคอยสร้างสรรค์เกมจากแผงกองกลางสามตัว ซึ่งอาจจะมีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ระหว่าง จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, รอสส์ บาร์คลี่ย์ และ มาเตโอ โควาซิช

 * 3-5-2 *
มีบ่อยเหมือนกันที่ฤดูกาลนี้ แลมพาร์ด เลือกใช้แผนการเล่นแบบกองหลังสามตัว ซึ่งเหมาะอย่างมากสำหรับ รีซ เจมส์ กับการเล่นเป็นวิงแบ็กฝั่งขวา เช่นเดียวกับ มาร์กอส อลอนโซ่ ทางฝั่งซ้าย ส่วน ซิเยค กับ ฮาแวร์ตซ์ จะยืนเป็นตัวรุกตรงกลาง โดยที่มี ก็องเต้ เป็นตัวรับ ขณะที่ แวร์เนอร์ จะยืนเป็นกองหน้า คู่กับคนใดคนหนึ่งระหว่าง แทมมี่ อับราฮัม และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

 * 4-2-3-1 *
เป็นแผนยอดนิยมในเกมฟุตบอลยุคโมเดิร์น ซึ่งระบบนี้ทำให้แนวรุกมีความยืดหยุ่นสูง โดย แวร์เนอร์ ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ส่วน ซิเยค สามารถเล่นตรงไหนก็ได้ในแผงกองกลางห้าตัว เช่นเดียวกับ ฮาแวร์ตซ์ ที่เล่นได้ทั้งฝั่งซ้ายและขวา ซึ่งนั่นคงสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับทีมคู่แข่งได้ไม่น้อย

 * 4-1-2-1-2 *
แผนการเล่นแบบไดมอนด์ (รูปเพชร) อาจไม่เป็นที่นิยมในวงการฟุตบอลอังกฤษ แต่อาจจะเหมาะสำหรับ เชลซี ก็ได้ เพราะมันก็ดูลงตัวทีเดียว โดย แวร์เนอร์ กับ ฮาแวร์ตซ์ เล่นเป็นกองหน้าร่วมกัน ขณะที่ ซิเยค ยืนเป็นเพลย์เมกเกอร์ ซึ่งเจ้าตัวก็เก่งอยู่แล้วในเรื่องการสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมจบสกอร์

 * 4-3-2-1*
รูปแบบการเล่นทรงต้นคริสต์มาสอาจไม่ค่อยมีใครใช้ แต่ระบบนี้อาจจะช่วย เชลซี ตอบโจทย์เรื่องปัญหาเกมรับ เพราะการยัด เจมส์ เข้าไปในแผงกองกลางน่าจะช่วยสกัดตัวรุกพลิ้วๆ ของทีมคู่แข่งได้ และการส่ง ซิเยค เล่นเป็นตัวริมเส้น ทำให้ ฮาแวร์ตซ์ และ คริสเตียน พูลิซิช สามารถสร้างสรรค์เกมรุกได้อย่างมีอิสระอยู่ข้างหลัง แวร์เนอร์

ผีเล็งแบ็กปอร์โต้,ติอาโก้เลือกหงส์?อัพเดตล่าสุดข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก อย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เริ่มกลับมามีความเคลื่อนไหวในตลาดอีกครั้ง โดยล่าสุดมีข่าวเล็งดึง ปราการหลัง เรอัล เบติส มาเสริมแนวรับ แถมมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับในรายของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ด้วย ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล็อกเป้าไปที่ ฟูลแบ็กจอมบุก ปอร์โต้ และยังมีข่าวกับ อดีตแข้งดัง เอฟเวอร์ตัน ด้วย แต่จะเป็นใครนั้น เรามาหาคำตอบกันจากข้างล่างนี้ได้เลย

 – นาโปลี เตรียมประกาศคว้าตัว วิคเตอร์ โอซิมเฮน หัวหอกดาวดัง ลีลล์ ภายในวันนี้ โดยคาดว่านักเตะจะเซ็นสัญญาร่วมทีมยาวถึงปี 2025 ด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,160 ล้านบาท) (Fabrizio Romano)

 – ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางทักษะสูงของ บาเยิร์น มิวนิค ต้องการที่จะอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า หลังจบฤดูกาลนี้ พร้อมกับมอง ลิเวอร์พูล เป็นสโมสรตัวเลือกแรก ถึงแม้ได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นกันก็ตาม (Abendzeitung)

 – อย่างไรก็ตาม บาเยิร์น จะไม่ยอมปล่อย ติอาโก้ ออกไปในราคาถูกๆ ถึงแม้นักเตะร้องขอย้ายทีมก็ตาม (Metro)
 
 – ขณะเดียวกัน "หงส์แดง" กำลังพิจารณาที่จะออกล่าตัว ไอส์ซ่า ม็องดี้ เซนเตอร์แบ็ก เรอัล เบติส มาเสริมแนวรับ เพื่อทดแทน เดยัน ลอฟเรน ที่เตรียมอำลาถิ่น แอนฟิลด์ หลังจบซีซั่้นนี้ โดยก่อนหน้านี้ ดาวเตะทีมชาติแอลจีเรียวัย 28 ปี เคยมีข่าวเกี่ยวโยงกับ อาร์เซน่อล (Estadio Deportivo)

 – เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเปิดศึกนอกสังเวียนแข้งในการชิงตัว โฮเซ่ ฮิเมเนซ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งของ แอตเลติโก มาดริด มาเสริมแนวรับ (Telegraph)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงมีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว อาเดรียง ราบิโอต์ กองกลางเฟร้นช์แมนของ ยูเวนตุส ขณะที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน ต่างก็กำลังเล็ง มิดฟิลด์วัย 25 ปี อยู่เช่นกัน (Calciomercato)
 
 – นอกจากนี้ "ปีศาจแดง" ยังพยายามที่จะคว้าตัว อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายดาวเด่นของ ปอร์โต้ โดยเชื่อกันว่า ดาวเตะเลือดแซมบ้าวัย 27 ปี มีค่าหัวเพียง 25 ล้านยูโร (ประมาณ 900 ล้านบาท) เท่านั้น เนื่องจากเหลือสัญญากับต้นสังกัดอีกแค่ปีเดียว (Record)

 – ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด หวังเสริมแกร่งในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ พร้อมกับเล็งเด็กเก่า เอฟเวอร์ตัน อย่าง อิดริสซ่า เกย์ ที่ปัจจุบันเล่นอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นเป้าหมายหลัก (Le 10 Sport)

 – ปอร์โต้ พร้อมพิจารณาขาย ดานิโล่ เปเรยร่า กองกลางตัวรับจอมแกร่ง ที่กำลังได้รับความสนใจจาก อาร์เซน่อล ในราคาเพียงแค่ 36 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,440 ล้านบาท) ถึงแม้นักเตะมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 54 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,160 ล้านบาท) ก็ตาม (Jornal de Noticias)

 – แอตเลติโก มาดริด ยืนยันที่จะขาย ยาน โอบลัค ผู้รักษาประตูคนเก่ง ตามค่าฉีกสัญญา 109 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,360 ล้านบาท) เท่านั้น หลัง ยอดนายทวารทีมชาติสโลวีเนียวัย 27 ปี กำลังเป็นที่หมายปองของทั้ง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Daily Mail)

 – บาร์เซโลน่า กำลังมองหาช่องทางที่จะคว้าตัว เอริค การ์เซีย เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งเลือดกระทิงดุของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมช่วงซัมเมอร์นี้ (Sport)

 – นอกจากนี้ บาร์ซ่า ยังหวังปาดหน้าทั้ง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชิงตัว เปา ตอร์เรส เซนเตอร์แบ็ก บียาร์เรอัล มาเสริมแนวรับ โดยเชื่อกันว่า ตอร์เรส มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 50 ล้านยูโร (ประมาณ 1,800 ล้านบาท) (RAC1)

 – บาเลนเซีย มีแผนที่จะคว้าสองแข้งดังในเวที พรีเมียร์ลีก อย่าง เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตู เชลซี และ ดาบิด ซิลบา กองกลางจอมเก๋า ที่กำลังจะหมดสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีม (90min)

 – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังจับตาดูสถานการณ์ของ นิโคโล่ ซานิโอโล่ กองกลางดาวดัง อาแอส โรม่า โดยอาจจะมีการออกล่าตัวมาร่วมทีมในอนาคต (Guardian)

 – เซาธ์แฮมป์ตัน หวังที่จะดึง อดัม ลัลลานา มิดฟิลด์จอมเทคนิค กลับมาร่วมทีม โดย ดาวเตะวัย 32 ปี กำลังจะหมดสัญญาและแยกทางกับ ลิเวอร์พูล หลังจบซีซั่นนี้ (Daily Express)

 

 – นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มีแผนการที่จะเจรจากับ เรอัล มาดริด เพื่อขอยืมตัว ลูก้า โยวิช กองหน้าเลือดเซิร์บ มาใช้งานในฤดูกาลหน้า (Shields Gazette)

 – นอกจากนี้ "สาลิกาดง" ยังเล็ง คัลลั่ม วิลสัน หัวหอก บอร์นมัธ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก หาก "เดอะ เชอร์รี่ส์" ตกชั้น (Express)

 – เบนฟิก้า ล้มแผนล่าตัว เอดินสัน คาวานี่ หัวหอกดาวดังชาวอุรุกวัย หลังจากที่ อดีตดาวยิง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ขอค่าเหนื่อยสูงถึงปีละ 20 ล้านยูโร (ประมาณ 720 ล้านบาท) (A Bola)

6 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้าย

เดินทางมาถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล 2019/20 ความมันส์ยังมีให้ลุ้นคือตั๋วอีก 2 ใบสำหรับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงทีมตกชั้นที่ยังต้องหาอีก 2 ทีมร่วงลงไปเล่นแชมเปี้ยนชิพ

    สำหรับประเด็นก่อนเกมจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง เราคัดมาให้ดูกัน 6 แมตช์ แบบเต็มๆ เน้นๆ

    – อาร์เซน่อล – วัตฟอร์ด
    ในกรณีที่ทีมอันดับ 9 อย่าง เบิร์นลี่ย์ ไม่ชนะ ไบรท์ตัน แล้ว อาร์เซน่อล เก็บชัยได้เหนือ วัตฟอร์ด ก็จะทำให้ "เดอะ กันเนอร์ส" แซงขึ้นไปจบอันดับ 9 ทันที

    อย่างไรก็ตาม วัตฟอร์ด ที่อยู่อันดับ 18 ซึ่งเป็นพื้นที่ตกชั้น ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บชัยชนะหรือต้องทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมีผลการแข่งขันที่ดีกว่า แอสตัน วิลล่า ที่ตอนนี้ทั้งคู่มีแต้มเท่ากัน แต่ผลต่างประตูของ "แตนอาละวาด" เป็นรอง

 

    อาร์เซน่อล ไม่แพ้ใครเกมลีกในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม มาแล้ว 8 เกมติดต่อกัน (ชนะ 6 เสมอ 2) โดยสอยตาข่ายคู่แข่งได้ถึง 18 ลูก และเสียไปแค่ 5 ประตูเท่านั้น

    ส่วนการเจอกับ วัตฟอร์ด ในเกมลีกที่บ้านตัวเอง 6 นัดหลัง "ไอ้ปืนใหญ่" คว้าชัยได้ 5 นัด(แพ้ 1) ซึ่งทุกนัดที่คว้าชัยเป็นการเก็บคลีนชีตได้ทั้งหมด

    วัตฟอร์ด เสียประตูอย่างน้อย 1 ลูกตลอด 9 เกมในลีกหลังสุด และตลอดการเจอกับ อาร์เซน่อล 13 ในเกมลีก พวกเขาเป็นฝ่ายขึ้นนำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น โดยเกิดขึ้นจากประตูของ ยูเนส กาบูล เมื่อเดือนมกราคม ปี 2017 เกมที่ วัตฟอร์ด บุกไปชนะ 2-1

    – เชลซี – วูล์ฟส์
    เชลซี ต้องการแค่แต้มเดียวเท่านั้นเพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้า ส่วน วูล์ฟส์ หมายมั่นที่จะยึดท็อป 6 และไปเล่น ยูโรปา ลีก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

    ในการเจอกับ วูล์ฟส์ ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี ไม่แพ้เลยโดยแบ่งเป็นเก็บชัยได้ 4 และเสมออีก 1

 

    แทมมี่ อับราฮัม ทำสกอร์ได้ตลอด 3 เกมยามที่ เชลซี เจอกับ วูล์ฟส์ โดยซัดได้ถึง 6 ลูก รวมถึง แฮตทริกใส่ได้ในเกมนัดแรกที่ "สิงห์บลูส์" เอาชนะไป 5-2

    นับตั้งแต่ขึ้นชั้นกลับมาเมื่อปี 2018 วูล์ฟส์ ยิงใส่ เชลซี ได้ 5 ลูกจาก 3 เกมที่เจอกันบนลีกสูงสุด ซึ่งมันต่างกกันสิ้นเชิงกับก่อนหน้านี้ 8 นัดที่พวกเขายิงได้แค่ลูกเดียวเท่านั้นในการเจอกับ "สิงห์บลูส์"

    ราอูล ฮิเมเนซ ยิงได้ 17 ประตูในฤดูกาลนี้ ซึ่งประตูเหล่านั้นมีค่าทำให้ วูล์ฟส์ เก็บแต้มเข้ากระเป๋าถึง 19 คะแนน โดยมีถึง 8 เกมที่เขาเป็นผู้ซัดประตูชัยให้กับทีม

    -คริสตัล พาเลซ – สเปอร์ส
    คริสตัล พาเลซ เล่นแบบไม่มีลุ้นอะไรเลยหลังแพ้รวดมา 7 เกม ด้าน สเปอร์ส ยังคงมีลุ้นแซง วูล์ฟส์ ขึ้นไปรั้งอันดับ 6 เพื่อพื้นที่ ยูโรปา ลีก

    ในการเล่นเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่บ้านตัวเอง พาเลซ คว้าชัยชนะได้ตลอด 4 เกมหลังสุด(รวมนัดเพลย์ออฟเลื่อนชั้น)

 

    พาเลซ ของ รอย ฮ็อดจ์สัน กำลังมีโอกาสที่จะกลายเป็นทีมที่ 8 ในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก ที่ตลอดทั้งฤดูกาลไม่มีเกมไหนเลยที่ทำได้มากกว่า 2 ประตู และถ้านัดสุดท้ายพวกเขายังยิงได้ไม่เกิน 2 ประตูอีก พวกเขาก็จะเป็นทีมแรกที่มีสถิติแบบนั้นแต่รอดจากการตกชั้น

    สเปอร์ส เอาชนะ พาเลซ ได้ตลอด 9 เกมหลังสุดและไม่เสียประตูถึง 7 เกมด้วยกัน

    – เลสเตอร์ – แมนยู
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการแค่ 1 คะแนนในเกมนี้เพื่อคว้าตั๋วไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า ขณะที่ เลสเตอร์ มองหาชัยชนะเหนือ "ปีศาจแดง" ในบ้านเกมแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2014 เพื่อโอกาสไปเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่ยุโรป

    เลสเตอร์ เอาชนะ แมนยู ได้แค่ 1 นัดตลอดการเล่นในบ้านตัวเองบนเวทีพรีเมียร์ลีก(เสมอ4 แพ้8)

 

    เจมี่ วาร์ดี้ ยิงให้ เลสเตอร์ ไป 23 ประตูในฤดูกาลนี้ โดยขอแค่อีกประเดียวเดียวก็จะทำสถิติดีที่สุดเทียบเท่าเมื่อฤดูกาล 2015/16

    แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสสูงเหลือเกินที่จะจบท็อปโฟร์ เมื่อมองจากสถิติที่พวกเขาไม่แพ้ "เดอะ ฟ๊อกซ์" เลยตลอด 10 หลังสุดที่เจอกัน (ชนะ 7 เสมอ 3)

    แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เตรียมเป็นผู้เล่นตำแหน่งเอาท์ฟิลด์คนแรกของ "ปีศาจแดง" ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงทุกเกมในศึกพรีเมียร์ลีก ต่อจาก แกรี่ พัลลิสเตอร์ เมื่อซีซั่น 1994/95

    – แมนฯ ซิตี้ – นอริช
    แมนฯ ซิตี้ เล่นในบ้านชนะ นอริช ได้ 3 จาก 4 เกมหลัง(แพ้ 1) โดยสอยตาข่ายไป 16 ลูก

    หาก ราฮีม สเตอร์ลิง ทำประตูได้ จะทำให้เขาเป็นผู้เล่นชาวอังกฤษคนแรกของ ซิตี้ ที่ทำประตูบนเวที พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 20 ลูก

    นอริช แพ้ทุกครั้งที่ตัวเองตกเป็นฝ่ายตามหลัง (26 เกม) ซึ่งพวกเขาจะเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ไม่สามารถเอาแต้มคืนมาได้เลยยามที่โดนยิงนำไปก่อน

    หลังจากที่เอาชนะได้ในเกมแรกที่เจอกันเมื่อเดือนกันยายน นอริช ก็หวังที่จะเก็บชัยเหนือ ซิตี้ แบบเหย้า-เยือนให้ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ซีซั่น 1964/65

    – นิวคาสเซิล – ลิเวอร์พูล
    ลิเวอร์พูล วางเป้าเก็บให้ได้ถึง 99 คะแนน ส่วน นิวคาสเซิล ฟอร์มไม่สู้ดี ไม่ชนะใครมาแล้ว 5 เกมติดต่อกัน

    นิวคาสเซิล เป็นทีมที่เล่นเกมสุดท้ายได้ดีเหลือเชื่อ เมื่อตลอด 5 เกมหลังเอาชนะได้ทั้งหมด โดยมีผลต่างประตูถึง 17-1 อย่างไรก็ตามครั้งสุดท้ายที่พวกเขาแพ้วันปิดฤดูกาลก็คือแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล 1-2 เมื่อซีซั่น 2013/14

 

    จอนโจ้ เชลวี่ย์ เป็นผู้เล่นสาลิกาดงที่ยิงประตูมากสุดในลีกฤดูกาลนี้ที่ 6 ประตู ซึ่งในจุดนี้นับเป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่ที่ คาร์ล คอร์ต และโนลแบร์โต้ โซลาโน่ ทำไว้เมื่อฤดูกาล 2000/01

    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีส่วนร่วมกับประตู 5 ครั้งในการเจอกับ นิวคาสเซิล 4 นัด (4 ประตู 1 แอสซิสต์) ซึ่งแต่ละนัด ดาวยิงอียิปต์ จะทำประตูได้ตลอด

อดีตแมวมองผีเซ็งบอร์ดไม่เชื่อรายงานอดพูลิซิช

ฮอร์เค่ อัลวิอัล เครือข่ายแมวมอง แมนฯ ยูไนเต็ด อดเสียดายแทนสโมสรเก่าไม่หาย ที่เมินรายงานของเขาเรื่องแนะนำซื้อ คริสเตียน พูลิซิช ปีกดาวรุ่งซึ่งขณะนั้นค้าแข้งกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนกลายเป็นว่า เชลซี ปาดหน้าซิวไปด้วยค่าหัว 53 ล้านปอนด์แล้วฟอร์มกำลังร้อนแรง

 ผลงานซีซั่นแรกของดาวเตะมะกันฐานะ ‘สิงห์บลูส์’ ลงสนาม 33 นัดทุกรายการทำไป 10 ประตูและสิบแอสซิสต์ ลุ้นเพิ่มเรคคอร์ดอีกนัดชิงฯ เอฟเอ คัพ ดวล อาร์เซน่อล ( 8 ส.ค.)

 ทั้งนี้ อัลวิอัล ยังเคือง ‘ปีศาจแดง’ ไม่หายเพราะอุตส่าห์แนะนำของดีไป แต่กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อนจนปล่อยเพชรหลุดมือ

 "ผมยังเก็บวิดีโอตอนเขาอายุ 13 ที่พ่อหมอนั่นให้ไว้อยู่เลย กระทั่งส่งต่อไป เชลซี" อดีตแมวมอง แมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวกับ ‘แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์’

"ก็มีโอกาสได้เปิดดูมันหลังจากวันนั้น เห็นว่าสิ่งที่ คริสเตียน ทำไว้เมื่อก่อนมันช่างเหมือนกับในปัจจุบันเลย มันคือการเล่นคุณภาพระดับสูงซึ่งพัฒนาขึ้นไปอีก เด่นกว่าชาวบ้านแต่ไหนแต่ไร"

 "ก็ทราบว่าเจ้าตัวพัฒนาขึ้นอีกหลายด้านที่ ดอร์ทมุนด์ เชื่อว่าจากนี้คือรอเวลาแจ้งเกิดฐานะซูเปอร์สตาร์ เพราะเด็กมันมีของจริงๆ"

 "ผมเชื่อมั่นฝีเท้าหมอนั่น ก็ติดตามใกล้ชิดตลอดถามไถ่ไปยังคุณพ่อของเขา บอกไปว่าเชียร์ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว"

 "พยายามเขียนรายงานไปหลายครั้ง แต่ผลตอบรับเหมือนเดิมคงเพราะเราเป็นเครือข่ายแมวมองจากทวีปอเมริกาเหนือ ส่วนตัวนักเตะเล่นที่เยอรมัน เอาจริงๆเรามีรายชื่อกลุ่มนักเตะเจ๋งๆเพียบคัดเป็นหัวกะทิร่วมกับ อัลฟงโซ่ เดวิส (ของ บาเยิร์น)"

 "เชียร์เช้า เชียร์เย็นให้เซ็นสัญญา พูลิซิช ขณะเดียวกันก็ทราบว่าเครือข่ายแมวมองสายเยอรมันก็ส่งรายงานด้วย"

 "มันไม่ใช่กรณีว่าให้จับตาเด็กคนนี้ แต่มันจริงจังว่าต้องเซ็นหมอนั่นให้ได้"

 แมนฯ ยูไนเต็ด ยุครับรายงานเรื่อง พูลิซิช น่าจะเป็นอดีตผจก.ทีม โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งไม่ปลื้มปั้นเด็กเป็นทุนเดิม

20 แอสซิสต์! ‘เดอ บรอยน์’ทาบสถิติตลอดกาลอองรี

จอมทัพเรือใบสีฟ้าทาบสถิติแอสซิสต์สูงสุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกที่ทำไว้โดย เธียร์รี อองรี หลังจ่ายให้เพื่อนทำอีกประตูในเกมลีกนัดส่งท้ายฤดูกาล
เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ของแมนฯ ซิตี้ ทาบสถิติแอสซิสต์สูงสุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกใน 1 ซีซัน ซึ่งทำไว้โดย เธียร์รี อองรี ตำนานดาวยิงอาร์เซนอล

กองกลางเบลเยียมทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในเกมลีกนัดส่งท้าย เมื่อทำ 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ ช่วยเรือใบสีฟ้าเปิดบ้านไล่ถล่ม นอริช ซิตี้ ที่ตกชั้นไปแล้ว 5-0

นั่นทำให้ดาวเตะวัย 29 ทำแอสซิสต์ในลีกฤดูกาลนี้ไปแล้ว 20 ครั้ง เทียบเท่าสถิติสูงสุดตลอดที่อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสเคยทำไว้ในฤดูกาล 2002-03 ทันที

บาดหมาง?เก็นดูซี่เมินยินดีอาร์เซน่อลคว้าแชมป์เอฟเอ

มัตเตโอ เกนดูซี่ มิดฟิลด์ อาร์เซน่อล จุดประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจากยังไม่โพสต์ยินดีที่ทีมได้แชมป์ เอฟเอ คัพ เลย แถมยังโพสต์ภาพเรื่องการไปเที่ยวของตัวเองแทนอีก
    มัตเตโอ เกนดูซี่ กองกลาง อาร์เซน่อล สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่โพสต์ฉลองที่ต้นสังกัดได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ประจำฤดูกาล 2019-20 เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    เกนดูซี่ ตกเป็นข่าวว่ามีปัญหากับ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมชาวสแปนิชและเพื่อนร่วมทีมบางคนมาพักหนึ่งแล้ว โดยลือกันว่าตอนที่ทีมไปเก็บตัวที่นครดูไบ ประเทสสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อช่วงต้นปีนี้ เขาทะเลาะกับ โซตราติส ปาปาสตาโธปูลอส อย่างรุนแรง ก่อนจะลามไปถึงการผิดใจกับ อาร์เตต้า ในเวลาต่อมา

    แม้ว่า อาร์เตต้า จะเคยให้โอกาส เกนดูซี่ ในช่วงหนึ่ง แต่เขาก็แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในเกมลีกที่ อาร์เซน่อล แพ้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 1-2 เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพราะเขาไปบีบคอ นีล มัวเปย์ ดาวเตะของอีกฝ่าย แถมยังมีข่าวลืออีกว่าไปเย้ยบรรดาผู้เล่นฝั่ง ไบรท์ตัน ว่าได้ค่าเหนื่อยน้อยกว่าของเหล่าพ่อค้าแข้ง อาร์เซน่อล ตั้งเยอะด้วย ซึ่งนั่นก็ทำให้ อาร์เตต้า โมโหมากๆ จนถึงขั้นมีข่าวลือว่า อาร์เตต้า จับ เกนดูซี่ แยกไปซ้อมตัวคนเดียวเลย

    ทั้งนี้ ถึงแม้ อาร์เซน่อล จะคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้ แต่ เกนดูซี่ ก็ไม่คิดที่จะโพสต์ข้อความแสดงความยินดีเลย ต่างกับ เมซุต โอซิล ที่ยังโพสต์ข้อความแสดงความยินดีแม้ว่าเขาจะตกเป็นข่าวเรื่องย้ายทีมอย่างต่อเนื่องก็ตาม ซ้ำร้าย เกนดูซี่ ยังเลือกโพสต์ภาพตอนที่ตัวเองไปพักร้อนลงบน อินสตาแกรม พร้อมกับพิมพ์ข้อความในภาพว่า "วันหยุด" ซะอีก

เดอะค็อปว่าไง?เปแอสเชเล็งซิว1แข้งลิเวอร์พูล

คิก442 สื่อของประเทศแคเมอรูน และ ฟุต แมร์คาโต้ สื่อของฝรั่งเศส ระบุ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สนใจดึง โฌแอล มาติป ปราการหลัง ลิเวอร์พูล ไปเป็นตัวแทนของ ติอาโก้ ซิลวา โดยทั้ง โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือ "เปแอสเช" และ เลโอนาร์โด้ ผอ.กีฬา ปารีสฯ ต่างก็ชอบฝีเท้าของเขามากๆ

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส กำลังคิดที่จะคว้าตัว โฌแอล มาติป กองหลัง ลิเวอร์พูล ไปร่วมทัพ ตามรายงานของ คิก442 สื่อของประเทศแคเมอรูน และ ฟุต แมร์คาโต้ สื่อของแดนน้ำหอม

    "เปแอสเช" ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการเสริมทัพในตำแหน่งกองหลังตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ ติอาโก้ ซิลวา กองหลังชาวบราซิเลียนเตรียมที่จะแยกทางกับทีมแบบไร้ค่าตัวทันทีที่สัญญาของเขากับทีมสิ้นสุดลงหลังหมดเดือนสิงหาคมนี้ โดยที่จริง ซิลวา ต้องหมดสัญญากับทีมไปแล้ว แต่มันก็มีการขยายสัญญาเป็นกรณีพิเศษหลังจากเกิดปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้ ปารีสฯ ยังเหลือโปรแกรมให้ลงเล่นอยู่

    ทั้งนี้ สื่อระบุว่าทั้ง โธมัส ทูเคิ่ล เทรนเนอร์ ปารีสฯ และ เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการกีฬาของทีมต่างก็ชอบฝีเท้าของ มาติป มากๆ แต่ทีมดังของฝรั่งเศสก็น่าจะเจองานยากพอตัวในการล่าอดีตดาวเตะทีมชาติแคเมอรูนไปร่วมทัพ เพราะเขายังเหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2024 และตอนนี้ ลิเวอร์พูล ก็ไม่อยากขายเซ็นเตอร์แบ็กมากเท่าไหร่ หัลงจากเพิ่งปล่อย เดยัน ลอฟเรน ให้กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อไม่นานมานี้

อานิสงส์แชมป์! ลิเวอร์พูลมูลค่าทีมพุ่งตามแมนยูแค่47ล้านป.

ลิเวอร์พูล ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 4 สโมสรมูลค่าสูงสุดในโลก หลังทำผลงานได้อย่างสุดยอดในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังรั้งอันดับ 3 แต่ตอนนี้มีมูลค่าทีมมากกว่า "หงส์แดง" แค่ 47 ล้านปอนด์เท่านั้น ส่วนอันดับ 1 ยังเป็นของ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด

               ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/2020 ผลงานดีเยี่ยมจนทำให้มูลค่าทีมพุ่งสูงถึง 1,143 ล้านปอนด์ (ราว 43,434 ล้านบาท) รั้งอันดับ 4 ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเหนือกว่าอยู่ในอันดับ 3 แต่มูลค่าทีมลดลงมาอยู่ที่ 1,190 ล้านปอนด์ (ราว  45,220 ล้านบาท)  จากการจัดอันดับของ แบรนด์ ไฟแนนซ์  รีวิว (Brand Finance Review)

               ความสำเร็จของ "หงส์แดง" ในช่วงที่ผ่านมาทำให้มูลค่าทีมของพวกเขาเพิ่มขึ้น 6 เปอร์เซนต์หรือประมาณ 64.3 ล้านปอนด์ (ราว 2,443.3 ล้านบาท) สวนทางกับ "ปีศาจแดง" แม้ว่าพวกเขาจะมีอันดับเหนือกว่าคู่อริตลอดกาลก็ตาม แต่มูลค่าทีมในปัจจุบันลดลง 10.7 เปอร์เซนต์ หรือประมาณ  143 ล้านปอนด์ (ราว 5,434 ล้านบาท)

               เหตุผลที่สำหรับที่ทำให้ "ปีศาจแดง" มีมูลค่าทีมลดลง มาจากหนี้สินของพวกเขาที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหายจากเดิม 127.4 ล้านปอนด์ (ราว 4,841.2 ล้านบาท) เป็น 429.1 ล้านปอนด์ (ราว 16,305.8 ล้านบาท) เนื่องจากกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่สำคัญในเวลานี้ ลิเวอร์พูล ตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด แค่ 47 ล้านปอนด์ (ราว 1,786 ล้านบาท) เท่านั้น

               ขณะที่ เรอัล มาดริด แชมป์ ลา ลีกา ซีซั่นนี้ ยังคงรั้งอันดับ 1 โดยมีมูลค่าทีมสูงถึง 1,286 ล้านปอนด์ (ราว 48,868 ล้านบาท)  ด้าน "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า รั้งอันดับ 2 ด้วยมูลค่าทีม 1,280 ล้านปอนด์ (ราว 48,640 ล้านบาท) ในส่วนของ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่บุนเดสลีกา รั้งอันดับ 6 มูลค่าทีมอยู่ที่ 957 ล้านปอนด์ (ราว 36,366 ล้านบาท)

    10 อันดับแรก สโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

1.  เรอัล มาดริด (สเปน) มูลค่า 1,286 ล้านปอนด์ (ราว 48,868 ล้านบาท)  ลดลง 13.8 เปอร์เซ็นต์ /  205 ล้านปอนด์ (ราว 7,790 ล้านบาท)
2.  บาร์เซโลน่า (สเปน) มูลค่า 1,280 ล้านปอนด์ (ราว 48,640 ล้านบาท)  เพิ่มขึ้น 1.4 เปอร์เซ็นต์ / 18.1 ล้านปอนด์ (ราว  687.8 ล้านบาท)
3.  แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) มูลค่า 1,190 ล้านปอนด์ (ราว  45,220 ล้านบาท)  ลดลง 10.7 เปอร์เซ็นต์ / 143 ล้านปอนด์  (ราว 5,434 ล้านบาท)
4.  ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) มูลค่า 1,143 ล้านปอนด์ (ราว 43,434 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์ / 64.3 ล้านปอนด์  (ราว 2,443.3 ล้านบาท)
5.   แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ) มูลค่า 1,018 ล้านปอนด์  (ราว 41,078 ล้านบาท) ลดลง 10.4 เปอร์เซ็นต์ / 118 ล้านปอนด์ (ราว 4,484 ล้านบาท)
6.  บาเยิร์น มิวนิก (เยอรมนี) มูลค่า 957 ล้านปอนด์  (ราว 36,366 ล้านบาท) ลดลง 19.6 เปอร์เซ็นต์ / 233 ล้านปอนด์ (ราว 8,854 ล้านบาท)
7.   ปารีส แซงต์-แชร์แมง (ฝรั่งเศส) มูลค่า 876 ล้านปอนด์ (ราว  33,288 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 5.8 เปอร์เซ็นต์ / 48 ล้านปอนด์ (ราว 1,824 ล้านบาท)
8.  เชลซี (อังกฤษ) มูลค่า 859 ล้านปอนด์ (ราว 32,642 ล้านบาท) ลดลง 1.9 เปอร์เซ็นต์ / 17 ล้านปอนด์ (ราว 646 ล้านบาท)
9.  ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (อังกฤษ) มูลค่า 710 ล้านปอนด์ (ราว 26,980 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 3.3 เปอร์เซ็นต์ / 23.5 ล้านปอนด์ (ราว 893 ล้านบาท)
10.   อาร์เซน่อล (อังกฤษ) มูลค่า 651 ล้านปอนด์ (ราว 24,738 ล้านบาท) ลดลง 18.18 เปอร์เซ็นต์ / 150 ล้านปอนด์ (ราว 5,700 ล้านบาท)

 

เผื่อแห้วซานโช่!แมนยูถกบาเยิร์นหวังยืมโกมันใช้งาน

ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อก้อง ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังคุยกับ บาเยิร์น ถึงการขอดึง คิงส์เล่ย์ โกมัน มาใช้งาน โดยอาจจะเป็นในสัญญายืมตัว และว่ากันว่า โกมัน สนใจที่จะมาเล่นกับ "ปีศาจแดง" ด้วย

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังเจรจากับ บาเยิร์น มิวนิค ถึงความเป็นไปได้ที่จะคว้าตัว คิงส์เล่ย์ โกมัน ปีกชาวฝรั่งเศสมาร่วมทัพ โดยอาจจะเป็นในรูปแบบยืมตัว ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชั้นนำ

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวมาโดยตลอดว่ากำหนดให้ตำแหน่งปีกเป็นหนึ่งในตำแหน่งหลักที่ต้องทำการเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่ง เจดอน ซานโช่ ดาวเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็เป็นเป้าหมายเบอร์ 1 สำหรับเรื่องนั้น

    อย่างไรก็ตาม โอกาสที่จะได้ ซานโช่ มาร่วมทัพก็ถือว่ายากพอตัว เพราะเขาเป็นกำลังหลักของ ดอร์ทมุนด์ แถม "เสือเหลือง" ยังต้องการเงินอย่างน้อย 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าตัวของเขาด้วย ทำให้ที่ผ่านมามีรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มองหาทางเลือกสำรองเอาไว้เหมือนกัน อย่างเช่น อิสไมล่า ซาร์ ดาวเตะ วัตฟอร์ด เป็นต้น

    ดิ แอธลติก เสริมว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ตามดูฟอร์มของ โกมัน มาพักหนึ่งแล้ว และมองว่าเขาจะเข้ากับสไตล์การเล่นของทีมได้อย่างสมบูรณ์แบบจากการที่เจ้าตัวขึ้นเกมได้รวดเร็ว และว่ากันว่าแข้งวัย 24 ปี สนใจที่จะย้ายมาเล่นกับทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เหมือนกัน

    ทั้งนี้ มีการคาดกันด้วยว่าในฤดูกาลหน้า โกมัน จะได้ลงเล่นกับ บาเยิร์น น้อยลง หลังจากที่ทีมของกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค คว้าตัว ลีรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมันมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เป็นที่เรียบร้อย

3แข้งผีเสี่ยงโดนกักโควิด-19เหตุเที่ยวชาติเฝ้าระวัง

วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ, เนมานย่า มาติช และ โอเดี้ยน อีกาโล่ 3 ผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด อาจเผชิญปัญหาเมื่อขออนุญาตกลับเข้าสหราชอาณาจักรปลายสัปดาห์นี้ เพราะดันออกไปท่องเที่ยวต่างแดนในกลุ่มชาติความเสี่ยงสูงของการระบาดโคโรน่าไวรัส

 รายงานจาก ‘เมล ออนไลน์’ ว่าหลังจากนัดปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อ 26 ก.ค.ที่่ผ่านมา ทางผจก.ทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไฟเขียวผู้เล่นพักผ่อนระยะสั้น 1 สัปดาห์ ก่อนกลับมารวมตัวเพื่อเตะ ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีม นัดสอง พบ แอลเอเอสเค ลินซ์

 เหล่าแข้งดังก็เริงร่าเต็มที่ไล่จาก ลินเดอเลิฟ พาครอบครัวไปเที่ยวทะเลยังฝรั่งเศส, มาติช กับคู่ควงขึ้นเจ็ตส่วนตัวไปที่ใดสักแห่ง ด้าน อีกาโล่ นั่งเท่บนเรือยอชต์

อย่างไรก็ตามทั้งสามอาจโดนกักตัว 14 วัน เมื่อกลับถึงอังกฤษ หลังจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรออกมาตรการกักตัว 14 วัน สำหรับผู้เดินทางไปประเทศร่วมทวีปยุโรปความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไวรัสโควิด-19 ระบาดรอบใหม่เช่น สเปน และ อิตาลี ต่างเข้าข่าย

 กรณีทั้งสามรายถูกกัก 14 วันเท่ากับว่าต้องพลาดลงเตะยูโรปาลีก เลกสอง พบ ลินซ์ ( 5 ส.ค.) ณ สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รวมถึงรอบก่อนรองฯ ซึ่งเดินทางไปเตะยังสนามกลางประเทศเยอรมัน ( 10 ส.ค.)

 อนึ่งไม่มีการยืนยันว่านักเตะ ‘ปีศาจแดง’กี่คนที่ออกไปเที่ยวในชาติกลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้แมตช์ดวลทีมจาก ออสเตรีย ไม่หนักหนาเพราะตุนชัยมาก่อน 5-0 ทว่ารอบต่อไปหวดนัดเดียวรู้ผลต่อให้เจอบอลเกรดรองอย่าง เอฟซี โคเปนเฮเก้น หรือ อิสตันบูล บีบี ก็ห้ามประมาท