รอดูกันเอาเอง!โซลชาอุบเงียบเรื่องล่าซานโช่

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ขอตอบคำถามเกี่ยวกับการจะดึง เจดอน ซานโช่ มาเสริมแกร่งหรือไม่ แต่บอกว่าถ้ามีดีลไหนที่สมเหตุสมผล ทีมของตนก็จะพยายามทำดีลนั้นให้ได้

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เลี่ยงที่จะตอบคำถามถึงประเด็นที่ว่าทีมของเขาจะคว้าตัว เจดอน ซานโช่ ปีกคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพหลังจบฤดูกาลนี้หรือไม่

    ซานโช่ แทบจะเป็นคนที่มีข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากที่สุดตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ว่ากันว่า โซลชา ต้องการทำให้เกมรุกตรงริมเส้นมีความอันตรายมากกว่านี้ ขณะที่ดาวเตะชาวอังกฤษเองก็มักจะมีข่าวว่าสนใจมาซบ "ปีศาจแดง" เช่นกัน

    ทั้งนี้ ล่าสุด โซลชา ได้ให้สัมภาษณ์กับ ยาน อาเก้ ฟยอร์ทอฟท์ อดีตกองหน้าชาวนอร์เวย์ที่ผันตัวมาเป็นนักข่าว ซึ่งพอโดนถามว่าเขามีโอกาสที่จะเซ็นใครมาจาก ดอร์ทมุนด์ หรือไม่นั้น โซลชา ก็ตอบว่า "ผมเก่งวิชาคณิตศาสตร์นะ แต่ผมจะไม่ตอบคำถามนั้นหรอก มันมีนักเตะเก่งๆ อยู่กับหลายทีม ถ้ามีดีลไหนตรงหน้าเราที่มันดูสมเหตุสมผลทั้งในด้านกีฬาและด้านการเงินแล้วล่ะก็ ผมก็รู้ดีว่าเราจะพยายามทำดีลนั้นให้ได้ แต่คุณไม่สามารถให้สัญญาอะไรได้ว่ามันจะเกิดขึ้นแน่นอน"

    Video: Ole Gunnar Solskjaer’s response when asked what are the chances he’ll sign someone from Dortmund [ViaPlay] #MUFC pic.twitter.com/nsJSLmEdoj
    — United Zone (@ManUnitedZone_) June 27, 2020

    "เราทุกคน (หมายถึง โซลชา กับกลุ่มเจ้าของทีม แมนฯ ยูไนเต็ด) คุยกันด้วยดีตลอดช่วงที่ผ่านมา และเราก็วางแผนงานต่างๆ เอาไว้ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม (ปี 2019) แล้ว มันมีทั้งเรื่องการล็อคดาวน์ 3 เดือน, การที่ว่าเราต้องเล่นแบบไม่มีคนดูนานแค่ไหน, เรื่องที่ว่าฤดูกาลหน้าเราจะได้เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก รึเปล่า มันมีหลายอย่างที่จะเป็นปัจจัยในการตัดสินว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้างเมื่อฤดูกาลจบลงแล้ว"

ลิเวอร์พูลตำหนิแฟนบอลฉลองแชมป์โดยไม่สนใจกฎการเว้นระยะ

ลิเวอร์พูล ตำหนิแฟนบอลบางส่วนที่ไปฉลองแชมป์และสร้างความปั่นป่วนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมบอกว่าตอนนี้ยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นอันดับแรก

    ลิเวอร์พูล ประณามแฟนบอลบางส่วนที่สร้างความวุ่นวายด้วยการไปรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ตรง เพียร์ เฮด และจุดพลุไฟใส่ ไลเวอร์ บิลดิ้ง ตึกอันเลื่องชื่อของเมืองลิเวอร์พูล ในช่วงที่แฟนบอลกลุ่มดังกล่าวฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019-20

    "หงส์แดง" การันตีแชมป์ลีกได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา และแฟนบอลหลายคนก็ฉลองแชมป์กันตั้งแต่คืนนั้น ซึ่งตอนนั้นทางหน่วยงานราชการยังอนุญาตให้พวกเขาฉลองกันได้ แต่ก็ขอให้แต่ละคนอยู่ฉลองแชมป์กันที่บ้านเป็นหลักในวันอื่นๆ

    อย่างไรก็ตาม เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก็ยังมีการฉลองแชมป์ตามที่ต่างๆ ของเมือง โดยจุดใหญ่ที่สุดคือตรง เพียร์ เฮด และมันก็เกิดประเด็นร้อนขึ้นเมื่อแฟนบอลบางส่วนไปจุดพลุไฟใส่ ไลเวอร์ บิลดิ้ง จนบางพื้นที่มีไฟลุกขึ้นมา ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องรีบไปดับไฟ ซึ่งสุดท้ายมันก็ไม่มีเหตุเพลิงไหม้ร้ายแรงแต่อย่างใด แต่หลังจากนั้น โจ แอนเดอร์สัน นายกเทศมนตรีของเมืองลิเวอร์พูลก็เรียกร้องให้ "เดอะ ค็อป" อยู่ฉลองแชมป์กันที่บ้านจะเป็นการดีกว่า

    แถลงการณ์ของ ลิเวอร์พูล ระบุว่า "ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ, ตำรวจประจำเมอร์ซี่ย์ไซด์, สภาเมืองลิเวอร์พูล และ สปิริต ออฟ แชงค์ลี่ย์ (กลุ่มแฟนบอลกลุ่มใหญ่ของ ลิเวอร์พูล) ได้ทำงานร่วมกันเพื่อคอยเตือนผู้คนอยู่เสมอว่าย่านของเรายังได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ และขอให้ทุกคนฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของ แอลเอฟซี กันด้วยความปลอดภัย"

    "เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา มีแฟนบอลหลายพันคนที่ไปยัง เพียร์ เฮ้ด และบางคนก็ไม่สนใจต่อกฎการเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงทำให้คนทั่วไปเสี่ยงที่จะได้รับอันตราย เมืองของเรายังไม่พ้นจากวิกฤติด้านสุขภาพ และพฤติกรรมทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้"

    "มันยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดครั้งที่สองของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ และเราจำเป็นต้องทำงานร่วมกันเพื่อทำให้มั่นใจว่าเราจะไม่ทำให้ทุกอย่างที่คนในย่านนี้ทำในช่วงล็อคดาวน์มันกลายเป็นเรื่องไร้ค่า เมื่อมันมีความปลอดภัยแล้วนั้น เราจะทำงานร่วมกันเพื่อจัดขบวนพาเหรดฉลองแชมป์ เราจะทำในตอนที่ทุกคนสามารถมาฉลองแชมป์ร่วสมกันได้ จนกว่าจะถึงตอนนั้น ความปลอดภัยของเมืองและของผู้คนของเรายังถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่"

แฟนปืนเซ็ง!อาร์เซน่อลยัน “มาร์ติเนลลี่” พักทั้งซีซั่น

สาวก "เดอะ กันเนอร์ส" เจอข่าวร้ายเพิ่ม เพราะล่าสุดเป็นที่แน่นอนแล้ว กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ หัวหอกดาวโรจน์ อาร์เซน่อล ต้องปิดเทอมยาวทั้งซีซั่น หลังจากเดี้ยงระหว่างซ้อมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

     อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถลงการณ์ยืนยัน เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ กองหน้าดาวรุ่งชาวบราซิเลียน หมดสิทธิ์ลงเล่นตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้เรียบร้อย เนื่องจากปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าข้างซ้าย 

     มาร์ติเนลลี่ ได้รับบาดเจ็บระหว่างการซ้อม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา และเข้ารับการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อย โดยฤดูกาลนี้ หัวหอกวัย 19 ปี ที่เพิ่งย้ายมาจาก อิตูอาโน่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา ลงเล่นให้ "ไอ้ปืนใหญ่" รวมทุกรายการ 26 นัด ทำได้ 10 ประตู

     ทั้งนี้ คาดกันว่า มาร์ติเนลลี่ น่าจะกลับมาลงซ้อมได้ภายใน 2-3 เดือน ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาเดียวกับ ปาโบล มารี เซนเตอร์แบ็กชาวสแปนิช ที่เจ็บข้อเท้าซ้ายจากเกมลีกนัดที่ อาร์เซน่อล บุกพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 เมื่อกลางสัปดาห์ก่อน

จริงดิ!คูตี้ลงทุนเบอร์นี้เพื่อขอกลับลิเวอร์พูล

สื่อเผยสิ่งที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยอมทำเพื่อให้ได้ย้ายกลับ ลิเวอร์พูล หลังลงทุนร้องขอ เจอร์เก้น คล็อปป์ ด้วยตัวเอง
     ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลาง บาร์เซโลน่า ที่เวลานี้ย้ายไปเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค แบบยืมตัว ต้องการกลับไปค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล อีกครั้ง โดยพร้อมที่จะยอมลดค่าเหนื่อยของตัวเอง ตามรายงานจาก ซันเดย์ เวิลด์ สื่ออังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    กองกลางบราซิเลียน วัย 28 ปี ย้ายจาก "หงส์แดง" ไปอยู่กับ บาร์ซ่า เมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัวถึง 142 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,680 ล้านบาท) แต่กลับทำผลงานไม่ดี ก่อนโดนส่งให้ "เสือใต้" ยืมตัว และยังไม่รู้อนาคตจะเป็นอย่างไร ท่ามกลางข่าว เชลซี, อาร์เซน่อล และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ให้ความสนใจ

    เควิน พาลเมอร์ นักข่าวของ ซันเดย์ เวิลด์ เผยว่า เวลานี้ คูตี้ กำลังพยายามหาวิธีการที่จะได้กลับไปเล่นในถิ่น แอนฟิลด์ โดยเจ้าตัวได้คุยเป็นการส่วนตัวกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" แล้ว และอ้อนวอนให้ดึงกลับไปร่วมทีม

    ขณะที่ เคีย จูรับเชียน เอเยนต์ส่วนตัวก็ยืนยันว่า คูตินโญ่ อยากกลับไปเล่นให้ ลิเวอร์พูล โดยพร้อมยอมถึงขั้นลดค่าเหนื่อยให้เลยทีเดียว เพราะเชื่อมั่นว่า คล็อปป์ จะทำให้ตัวเองกลับมาคืนฟอร์มได้อีกครั้ง

    อย่างไรก็ตาม คงมีโอกาสน้อยมากๆ ที่ ลิเวอร์พูล จะดึง คูตินโญ่ กลับถิ่น แอนฟิลด์ เพราะจะไม่ยอมทุ่มเงินก้อนโตกับการซื้อนักเตะแน่ หลังทุกสโมสรเจอวิกฤติทางการเงินเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
 

 

เลสเตอร์จัดหนัก! “วาร์ดี้” กระสันซัด,ไบรท์ตันคึก!ขอคว้าชัยต่อเนื่อง

"จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เลสเตอร์ ซิตี้ เตรียมจัดทัพเต็มอัตราศึกนำปิดสกอร์โดย เจมี่ วาร์ดี้ ศูนย์หน้าความเร็วสูง เกมรับการมาเยือนของ ไบรท์ตัน ที่กำลังคึกหนังหวังคว้าชัยต่อเนื่อง ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 23 มิ.ย. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premierr HD 1, ID Station (เวลา : 00.00 น.)
ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2563   
เลสเตอร์ ซิตี้ (3)  –   ไบรท์ตัน (15)
ถ่ายทอดสด : True Premierr HD 1, ID Station (เวลา : 00.00 น.)

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเลสเตอร์ พาทีมรีสตาร์ตด้วยการบุกไปเสมอวัตฟอร์ด 1-1 แบบน่าเสียดาย หลังจากโดนเจ้าถิ่นตามตีเสมอในช่วงท้ายเกม

    ความพร้อมเกมนี้ ”บีร็อด” ยังไม่มีทั้ง ริคาร์โด้ เปเรยร่า และ แดเนียล อามาร์ตีย์ ที่บาดเจ็บเหมือนเดิม ส่วน เดนนิส ปราต ที่ไม่สมบูรณ์ ต้องรอทดสอบความฟิต

    แต่แกนหลักรายอื่นๆ อย่าง จอนนี่ อีแวนส์, คักลาร์ โซยุนชู, ยูริ ตีเลอมันส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ เจมี่ วาร์ดี้ ยังพร้อมช่วยทีมตามปกติ

    ด้าน เกรแฮม พ็อตเตอร์ กุนซือไบรท์ตัน พาทีมพลิกชนะอาร์เซน่อล 2-1 ในการรีสตาร์ต โดยมาได้ประตูชัยในช่วงทดเจ็บ

    ความพร้อมเกมนี้ พ็อตเตอร์ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม ขาดแค่ โฮเซ่ อิซเกียร์โด้ ที่เจ็บยาวคนเดียว 

    การจัดทัพก็น่าจะยึดทีมจากเกมล่าสุดเป็นหลักต่อไป นำโดยขาประจำอย่าง อดัม เว็บสเตอร์, ลูอิส ดังค์, ดาวี่ พร็อปเปอร์, แอรอน มอย, นีล โมแป และ เลอันโดร ทรอสซาร์ เหมือนเดิม

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
     

    เลสเตอร์ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เจมส์ จัสติน, จอนนี่ อีแวนส์, คักลาร์ โซยุนชู, เบน ชิลเวลล์ – วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ – มาร์ค อัลไบรท์ตัน, ยูริ ตีเลอมันส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ – เจมี่ วาร์ดี้
    ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

    ไบรท์ตัน (4-2-3-1) : แม็ทธิว ไรอัน – เอเซเกล สเคล็อตโต้, อดัม เว็บสเตอร์, ลูอิส ดังค์, แดน เบิร์น – ดาวี่ พร็อปเปอร์, อีฟส์ บิสซูม่า – ปาสกาล กรอสส์, เลอันโดร ทรอสซาร์, แอรอน มอย – นีล โมแป 
    ผู้จัดการทีม : เกรแฮม พ็อตเตอร์

    ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
23/11/19    พรีเมียร์ลีก    ไบรท์ตัน 0 – 2 เลสเตอร์ ซิตี้   
27/02/19    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ ซิตี้ 2 – 1 ไบรท์ตัน   
24/11/18    พรีเมียร์ลีก    ไบรท์ตัน 1 – 1 เลสเตอร์ ซิตี้   
31/03/18    พรีเมียร์ลีก    ไบรท์ตัน 0 – 2 เลสเตอร์ ซิตี้   
19/08/17    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ ซิตี้ 2 – 0 ไบรท์ตัน   
09/04/14    ชปช.    เลสเตอร์ ซิตี้ 1 – 4ไบรท์ตัน   
07/12/13    ชปช.    ไบรท์ตัน 3 – 1 เลสเตอร์ ซิตี้

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เลสเตอร์ ซิตี้
20/06/20    เสมอ วัตฟอร์ด 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
10/03/20    ชนะ แอสตัน วิลล่า 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
04/03/20    ชนะ เบอร์มิงแฮม 1-0 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
29/02/20    แพ้ นอริช 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
23/02/20    แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

ไบรท์ตัน
20/06/20    ชนะ อาร์เซน่อล 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
07/03/20    เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
29/02/20    แพ้ คริสตัล พาเลซ 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
22/02/20    เสมอ เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
09/02/20    เสมอ วัตฟอร์ด 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

รีสตาร์ทพรีเมียร์ฯเดือด!แมนซิตี้เปิดถิ่นฟัดอาร์เซน่อลจัด “อเกวโร่” วัด “โอบาเมย็อง”

คู่เอกประจำวันหลังพักลีกจากสถานการณ์โควิด-19…"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองฝูง เตรียมเปิดบ้านทำศึกนัดตกค้างพบ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล โดยนัดนี้อาจเป็นการดวลความคมของศูนย์หน้าระหว่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ กับ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ลุ้นระทึกในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันพุธที่ 17 มิ.ย. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล (เวลา : 02.15 น.)
ปรีวิว ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันพุธที่ 17 มิถุนายน 2563
แมนฯ ซิตี้   –   อาร์เซน่อล
ถ่ายทอดสด : ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล (02.15 น.)

สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม

    ผลนัดแรกของฤดูกาล : อาร์เซน่อล แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-3 (15 ธ.ค. 62)

    ”เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ แชมป์เก่า และรองจ่าฝูง พร้อมเปิดบ้านรับมือ อาร์เซน่อล ในเกมตกค้างที่เลื่อนมา และได้ตัวหลักอย่าง เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ เซนเตอร์เชิงสูง หายเจ็บกลับมาพร้อม ลีรอย ซาเน่ ทำให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ตัวหลักกลับมาครบ ทั้ง เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิง, ดาบิด ซิลบา, กุน อเกวโร่ และ กาเบรียล เชซุส พร้อมลงสนาม โดยเฉพาะ ”เอล กุน” ซึ่งสลัดอาการเจ็บพร้อมกลับมาหลอนอาร์เซน่อล ที่เขายิงไปแล้ว 10 ลูกจากการเจอกัน 12 นัด และหากเก็บสามแต้มเกมนี้ได้ก่อนก็จะทิ้ง เลสเตอร์ เป็น 7 แต้ม

    ด้าน ”ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ของ มิเคล อาร์เตต้า อดีตมือขวาของเป๊ป ชนะในลีกติดต่อกัน 3 นัดก่อนเบรก โดยตอนนี้ขาด คาลั่ม แชมเบอร์ส แผงรับที่บาดเจ็บคนเดียว นอกจากนี้ถือว่าฟิตสมบูรณ์ โดยเฉพาะแนวรุกที่มี ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง, อเล็กซ์ ลากาแซตต์ ไปจนถึง เมซุต โอซิล ที่ฟิตพร้อมลงสนามเป็นตัวจริง 

    สถิติการพบกันของคู่นี้ แมนฯ ซิตี้ ชนะทั้งหมด 6 นัดล่าสุดในการเจอกันทุกรายการ ขณะที่ อาร์เซน่อลไม่แพ้นอกบ้าน 7 นัดหลัง (ชนะ 1 เสมอ 6) ต้องฟากความหวังไว้ที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ที่หวดไป 49 ลูกจาก 75 นัดในลีก หากยิงได้ในนัดนี้ หัวหอกกาบองจะซัดครบครึ่งร้อย เร็วที่สุดเป็นอันดับ 6 รองจาก แอนดี้ โคล, อลัน เชียเรอร์, รุด ฟาน นิสเตลรอย, เฟร์นานโด ตอร์เรส และ โม ซาลาห์ ที่ใช้เวลาน้อยกว่านี้

รายชื่อนักเตะที่คาด

    แมนฯ ซิตี้ : เอแดร์ซอน, ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้, โรดรี้, เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่

    อาร์เซน่อล : แบร์นด์ เลโน่, เอคตอร์ เบเยริน, ดาวิด ลุยซ์, โซคราติส, คีแรน เทียร์นี่ย์, เมซุต โอซิล, กรานิต ชาคา, ดานี่ เซบายอส, นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่

    ผู้ตัดสิน : แอนโทนี่ เทย์เลอร์

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
15/12/19    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    0 – 3แมนฯ ซิตี้   
03/02/19    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ซิตี้    3 – 1อาร์เซน่อล
12/08/18    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    0 – 2แมนฯ ซิตี้   
02/03/18    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    0 – 3แมนฯ ซิตี้   
25/02/18    ลีก คัพ    อาร์เซน่อล    0 – 3แมนฯ ซิตี้   
05/11/17    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ซิตี้    3 – 1อาร์เซน่อล

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนฯ ซิตี้
08/03/20    แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
04/03/20    ชนะ เชฟฯ เว้นส์เดย์ 1-0 (เยือน) เอฟเอ คัพ
01-03/20    ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 (สนามกลาง) ลีก คัพ
26/02/20    ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 (เยือน) ชปล.
23/02/20    ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

อาร์เซน่อล
07/03/20    ชนะ เวสต์แฮม 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
02/03/20    ชนะ พอร์ทสมัธ 2-0 (เยือน) เอฟเอ คัพ
27/02/20    แพ้ โอลิมเปียกอส 0-1 (ต่อเวลาแพ้ 1-2)
(เหย้า) ยูโรปา ลีก
23/02/20    ชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก   
20/02/20    ชนะ โอลิมเปียกอส 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เหตุแพ้ยับ?3แข้งอาร์เซน่อลโดนกักก่อนเกมแมนซิตี้หลังพรีเมียร์แจ้งผลโควิดพลาด

ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อก้อง ระบุ พรีเมียร์ลีก แจ้งผลตรวจโควิด-19 ที่ผิดพลาดกับ อาร์เซน่อล เพราะช่วง 1 สัปดาห์ก่อนที่จะเจอกับ แมนฯ ซิตี้ เจ้าหน้าที่ของ พรีเมียร์ลีก บอกว่ามีนักเตะคนหนึ่งของ "ไอ้ปืนใหญ่" ที่ติดเชื้อ จนทำให้ต้องกักตัวแข้งรายดังกล่าว และอีก 2 คนที่ใกล้ชิดกับเขา แต่ อาร์เซน่อล คิดว่ามันเป็นผลการตรวจที่ผิดพลาดจนขอให้มีการตรวจใหม่ ซึ่งผลตรวจรอบใหม่ก็บอกว่าที่จริงแล้วแข้งรายดังกล่าวไม่ได้ติดเชื้อ แต่ผลตรวจมันออกมาในช่วงราว 1 วันก่อนถึงเกมกับ "เรือใบสีฟ้า" จนทำให้ทั้ง 3 แข้งดังกล่าวไม่ได้ซ้อมมากเท่าไหร่
    อาร์เซน่อล เจอกับสถานการณ์วุ่นวายในช่วงก่อนลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ออกไปแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 เมื่อวันพุธที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังจากที่ตอนแรกมีการแจ้งว่านักเตะคนหนึ่งของทีมติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนที่จะมีการแก้ในภายหลังว่าที่จริงแล้วนักเตะคนดังกล่าวมีผลตรวจเป็นลบ ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดัง

    นัดดังกล่าวถือเป็นการกลับมาลงเตะกันนัดแรกของ อาร์เซน่อล หลังจากต้องพักการแข่งขันตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งตอนแรกลูกทีมของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ก็ซ้อมกันอย่างขยันขันแข็ง

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงราว 1 สัปดาห์ก่อนถึงการแข่งขันนั้น พรีเมียร์ลีก ซึ่งมีหน้าที่ตรวจหาเชื้อบรรดานักเตะของทุกทีมในลีกได้แจ้งมายัง อาร์เซน่อล ว่าหนึ่งในนักเตะของพวกเขาติดเชื้อร้าย และตามมาตรการป้องกันแล้วนั้น นักเตะคนนั้นก็จำเป็นต้องกักตัวเองอยู่ในที่พักเป็นเวลา 7 วันเพื่อรอให้เชื้อหาย แถมแข้งนิรนามรายดังกล่าวยังไปโดนตัวกับเพื่อนร่วมทีมอีก 2 คนด้วย ทำให้ตามมาตรการแล้วแข้ง 2 รายดังกล่าวก็จำเป็นต้องโดนกักตัว 14 วันเพื่อรอดูอาการเช่นกัน

    เรื่องดังกล่าวทำให้เดิมทีทั้ง 3 คนจะต้องอดลงเล่นเกมกับ แมนฯ ซิตี้ รวมถึงต้องห้ามซ้อมกับทีมด้วย แต่ อาร์เซน่อล เอะใจว่าผลตรวจรอบนี้ของ พรีเมียร์ลีก น่าจะเป็นผลตรวจที่ผิดพลาด เพราะการตรวจในรอบก่อนๆ หน้านี้มันไม่มีใครจากทีมของพวกเขาที่ติดเชื้อเลย แถมก็ไม่มีใครที่แสดงอาการของการติดเชื้อโควิด-19 อย่างเช่นการ มีไข้ หรือ ไอแห้งๆ ด้วย

    ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน และวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล ก็เลยเอาตัวอย่างของนักเตะคนที่ตอนแรก พรีเมียร์ลีก บอกว่าติดเชื้อมาเช็ก เพื่อตรวจสอบดูว่านักเตะคนนั้นที่จริงแล้วเพิ่งติดเชื้อ หรือเคยติดเชื้อมาก่อนหน้านี้รึเปล่า ซึ่งในระหว่างนั้นพวกเขาก็จำเป็นต้องสั่งให้ทั้ง 3 คนห้ามลงซ้อมกับทีมด้วยเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน และสุดท้ายผลตรวจก็ออกมาเป็นลบทั้ง 2 กรณี โดยผลตรวจเป็นลบมันหมายความว่าไม่มีการติดเชื้อนั่นเอง

    ที่จริงกฎของรัฐบาลสหราชอาณาจักรบอกว่าถ้าบริษัทใดบริษัทหนึ่งทำการตรวจหาเชื้อพนักงานของพวกเขาเอง และพบว่าพนักงานติดเชื้อแล้วนั้น พนักงานคนนั้นก็ไม่จำเป็นต้องกักตัวเองอีกต่อไป แต่ พรีเมียร์ลีก มีระเบียบว่าจะไม่รับรองผลตรวจใดๆ ก็ตามที่ทีมในลีกทำการตรวจเอง โดยพวกเขาต้องการเป็นฝ่ายตรวจเพื่อที่จะได้รู้ข้อมูลที่แน่ชัด ซึ่งที่จริง อาร์เซน่อล ก็แจ้งไปยัง พรีเมียร์ลีก ทันทีว่าขอให้ตรวจทั้งคนที่ตอนแรก พรีเมียร์ลีก บอกว่าติดเชื้อ รวมถึงอีก 2 คนที่ใกล้ชิดกับแข้งรายดังกล่าวอีกรอบ

    ถึงกระนั้น การตรวจอย่างเป็นทางการรอบต่อไปของ พรีเมียร์ลีก มันก็ต้องรอให้ถึงวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมาซะก่อน และกว่าผลตรวจจะออกมาก็ต้องรอให้ถึงวันอังคารที่ 16 มิถุนายนเลย

    ท้ายที่สุดแล้วผลตรวจรอบเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ของทั้ง 3 คนก็ออกมาเป็นลบ จนเป็นการยืนยันว่าผลตรวจในตอนแรกที่บอกว่านักเตะ อาร์เซน่อล คนหนึ่งที่ติดเชื้อโควิด-19 เป็นผลตรวจที่ผิดพลาดจากทาง พรีเมียร์ลีก เอง ทำให้ทั้ง 3 คนสามารถลงเล่นเกมกับ แมนฯ ซิตี้ ได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ผลตรวจมันเพิ่งออกเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ทำให้ทั้ง 3 คนได้ซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมแค่นิดเดียว ก่อนที่พวกเขาทั้ง 3 คนจะได้ลงเล่นในเกมกับ แมนฯ ซิตี้ ในวันที่ 17 มิถุนายน และสุดท้าย อาร์เซน่อล ก็แพ้ไปแบบยับเยิน

ศึกชิงที่ 5!แมนยูจัดเต็มจับ “บรูโน่-ป็อกบา” ลงกระชากซัดนัดรับเชฟยู

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมส่ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา ลงตัวจริงประสานคมล่าตาข่ายเกมรับ "ดาบคู่" เชฟฯ ยูไนเต็ด นัดนี้อาจเรียกได้ว่ามีอันดับที่ 5 ของตารางคะแนนเป็นเดิมพัน ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 24 มิ.ย. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier (เวลา : 00.00 น.)
ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2563
แมนฯ ยูไนเต็ด (5)   –   เชฟฯ ยูไนเต็ด (8)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 (เวลา : 00.00 น.)

สนาม  : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทำทีม ”ปีศาจแดง” ไม่แพ้ใครมาติดต่อกัน 12 นัดในทุกรายการแล้ว โดยเกมนัดรีสตาร์ตพวกเขาบุกไปไล่ตีเสมอ สเปอร์ส 1-1 ที่ ลอนดอน

    สภาพทีมของ แมนฯยูฯ เกือบสมบูรณ์เต็มร้อยเลย จะมีก็แค่การลุ้นความฟิตของ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ปราการหลังตัวกลางชาวสวีดิชเท่านั้น

    ทางด้าน ปอล ป็อกบา มีลุ้นที่จะกลับมาออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมนี้ด้วย หลังจากเกมกับ สเปอร์ส เป็นตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงไปในครึ่งชั่วโมงสุดท้าย

    คริส ไวลเดอร์ กุนซือ ”ดาบคู่” ทีมอันดับ 7 พาทีมแพ้ยับต่อ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0-3 ในนัดรีสตาร์ต แต่นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาเหลือ 10 คนในช่วงต้นครึ่งหลังด้วย

    จอห์น เอแกน ปราการหลังตัวกลางที่โดนไล่ออกนัดดังกล่าวจากการโดนเหลือง-แดงจะติดโทษแบน 1 เกม ดังนั้น ฟิล จากีลก้า กองหลังจอมเก๋ามีลุ้นที่จะได้ลงเล่นแทน

    ในรายของ ดีน เฮนเดอร์สัน โกลมือ 1 ก็จะพลาดการลงสนามอีกราย เนื่องจากเจอกับ แมนฯยูไนเต็ด ทีมแม่ของตนเองที่ เชฟฯยูฯ ยืมมานั่นเอง ตำแหน่งนี้ ไซม่อน มัวร์ โกลมือ 2 จะลงทำหน้าที่แทน

    ทางด้าน แจ็ค โอคอนเนลล์ มิดฟิลด์ที่เจ็บเข่าก็ต้องลุ้นความฟิตกันก่อนโดยโอกาสอยู่ที่ 50-50 เท่านั้น

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    แมนฯยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา – แดเนียล เจมส์, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : ไซม่อน มัวร์ – คริส บาแช่ม, ฟิล จากีลก้า, แจ็ค โรบินสัน – จอร์จ บัลด็อก, ซานเดอร์ เบิร์ก, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด, จอห์น เฟล็ค, เอ็นดาร์ สตีเว่นส์ – โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่, บิลลี่ ชาร์ป
    ผู้จัดการทีม : คริส ไวลเดอร์

    ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์
 

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
24/11/19        พรีเมียร์ ลีก     เชฟฯ ยูไนเต็ด เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-3
10/01/16        เอฟเอ คัพ    แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-0
18/04/07        พรีเมียร์ ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0
18/11/06        พรีเมียร์ ลีก     เชฟฯ ยูไนเต็ด แพ้  แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2
07/12/93        พรีเมียร์ ลีก     เชฟฯ ยูไนเต็ด แพ้  แมนฯ ยูไนเต็ด 0-3

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนฯ ยูไนเต็ด
19/06/20     เสมอ สเปอร์ส 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
12/03/20    ชนะ แอลเอเอสเค 5-0 (เยือน) ยูโรปา ลีก
08/03/20    ชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
05/03/20    ชนะ ดาร์บี้ 3-0 (เยือน) เอฟเอ คัพ
01/03/20    เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
 

เชฟฯ ยูไนเต็ด
20/06/20    แพ้ นิวคาสเซิ่ล 0-3 (เยือน)     พรีเมียร์ลีก
17/06/20    เสมอ แอสตัน วิลล่า 0-0  (เยือน)     พรีเมียร์ลีก
07/03/20    ชนะ นอริช 1-0 (เหย้า)         พรีเมียร์ลีก
03/03/20    เสมอ เร้ดดิ้ง 1-1 (ต่อเวลาชนะ 2-1)(เยือน) เอฟเอ คัพ
22/02/20    เสมอ ไบรท์ตัน 1-1 (เหย้า)    พรีเมียร์ลีก

ฟาบินโญ่กินขาดแดนกลาง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมยำพาเลซ

ใกล้ตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก เข้าไปทุกทีแล้วสำหรับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ล่าสุดเก็บสามแต้มเพิ่มได้ตามคาด หลังเปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม คริสตัล พาเลซ 4-0 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้ลูกทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาได้อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับเกมก่อนที่บุกไปเจ๊า เอฟเวอร์ตัน 0-0 และนี่คือผลสอบของนักเตะ ลิเวอร์พูล แต่ละคนในแมตช์นี้
11 ผู้เล่นตัวจริง
       
– อลีสซง เบ็คเกอร์ : 6

        ไม่ต้องออกแรงเซฟแม้แต่ครั้งเดียว

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 8

        เป็นคนช่วยคลายความกดดันให้กับทีม ด้วยลูกยิงฟรีคิกสุดสวยในประตูขึ้นนำ 1-0 แถมเกมนี้ยังขึ้นเติมเกมรุกได้อย่างอิสระด้วย

    – โจ โกเมซ : 6.5

        จริงๆ แล้วเกมนี้จัดการกับลูกโด่งได้ดี แต่มีพลาดหนึ่งครั้งช่วงครึ่งแรก ซึ่งทำให้ทีมเกือบเสียประตูเหมือนกัน

    – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7.5

        คุมแนวรับได้ดีตามมาตรฐาน ตัดบอลสวยๆ ให้เห็นหลายครั้ง แถมช่วงครึ่งแรกมีลุ้นทำประตูด้วย

    – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 7.5

        ฟิตกลับมาลงสนามได้ และไม่ทำให้ใครผิดหวัง เกมรับอาจจะเจอบททดสอบไม่มาก แต่ช่วยได้มากในเกมรุก โดยเฉพาะการประสานงานกับ มาเน่ และสุดท้ายก็มีหนึ่งแอสซิสต์ จากจังหวะที่ผ่านบอลให้ ฟาบินโญ่ ส่องไกลเป็นประตู 3-0

    – ฟาบินโญ่ : 9

        ถือเป็นวันของ ฟาบินโญ่ อย่างแท้จริง เพราะนอกจากแอสซิสต์สุดแม่นให้ ซาลาห์ ยิงประตู 2-0 แถมยังซัดไกลเองอย่างสุดสวยเป็นประตู 3-0 แล้ว เกมนี้เจ้าตัวยังคุมแดนกลางได้อย่างสุดยอด ด้วยสถิติแท็กเกิ้ลชนะถึง 6 ครั้ง ซึ่งมากสุดในสนาม

    – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : 7

        ช่วยแดนกลางได้ดี แถมช่วงครึ่งแรกเกือบทำประตูได้ด้วย (ยิงชนเสา) แต่ด้วยการที่กล้ามเนื้อเริ่มล้า ทำให้ถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงกลางครึ่งหลัง

    – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

        หากตัดเรื่องยิงทิ้งยิงขว้างทิ้งไป ถือเป็นเกมที่เล่นได้โอเคเลย

    – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 8.5

        เป็นเกมที่น่าประทับใจสำหรับ ซาลาห์ เพราะนอกจากยิงประตูขึ้นนำ 2-0 ได้อย่างเฉียบขาดแล้ว ยังเป็นคนผ่านบอลสุดคมให้ มาเน่ หลุดเข้าไปยิงประตูปิดท้ายด้วย และเกมนี้ดูเหมือนเจ้าตัวเล่นได้อย่างมั่นใจทีเดียว

    – ซาดิโอ มาเน่ : 8

        ฟอร์มยังคงน่าประทับใจ สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับทีมเยือนได้ตลอด และสุดท้ายมีชื่อเป็นคนทำประตู 4-0

    – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6.5

        จังหวะการเล่นยังไม่ค่อยได้ แต่อย่างน้อยมีส่วนขึ้นเกมในจังหวะได้ประตู 4-0   

สำรองที่ได้ลงเล่น

    – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (แทน เฮนเดอร์สัน น. 64) : 6

        ไม่มีอะไรโดดเด่น

    – เนโก วิลเลี่ยมส์ (แทน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ น. 74) : 7.5

        แม้มีเวลาอยู่ในสนามไม่มาก แต่ผลงานโดดเด่นเหลือเกิน ขยัน ทุ่มเท แถมมีโอกาสลุ้นทำประตูถึงสองครั้ง

    – ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 74) : 6

        ทำอะไรไม่ได้มาก แต่เกือบมีลุ้นทำประตูช่วงทดเจ็บ หากลูกเปิดของ ซาลาห์ มาถึง

    – ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (แทน โรเบิร์ตสัน น. 84) : –

        ไม่สามารถให้คะแนนได้

    – นาบี เกอิต้า (แทน มาเน่ น. 84) : –

        ไม่สามารถให้คะแนนได้

ไม่หวังแค่ท็อปโฟร์! “โซลชา” มั่นใจแมนยูจบที่สาม

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กร้าวตอนนี้ "ปีศาจแดง" ไม่ได้หวังแค่การติดท็อปโฟร์ พร้อมชมลูกทีมจบสกอร์เฉียบขาดในเกมอัด เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-0
           โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความมั่นใจว่า ฤดูกาลนี้ "ปีศาจแดง" สามารถจบที่อันดับสามในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ หลังโชว์ฟอร์มดุ เปิดรัง โอลด์  แทร็ฟฟอร์ด ไล่ถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-0 เมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา

           เกมนี้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หัวหอกชาวฝรั่งเศส ทำแฮตทริก เหมากดคนเดียวสามประตูในนาทีที่ 7, 44 และ 74 ซึ่งชัยชนะนัดนี้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่รั้งอันดับห้า มีคะแนนเพิ่มเป็น 49 แต้ม จากการลงแข่ง 31 นัด ตามหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับสาม เหลือ 6 แต้ม ซึ่งกับโปรแกรม 7 เกมที่เหลือ โซลชา ประกาศชัดว่า ตอนนี้ทีมตนไม่ได้มองแค่การติดกลุ่มท็อปโฟร์แล้ว

          "ผมไม่เคยบอกว่าการจบที่อันดับสี่เป็นเป้าหมายของเรา เราอยากจบที่อันดับสาม และยังมีลุ้นแชมป์บอลถ้วยอีกสองรายการ (เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก) ด้วย" กุนซือชาวนอร์วีเจี้ยนวัย 47 ปี กล่าว

           พร้อมกันนั้น โซลชา ยังกล่าวชมลูกทีมที่เกมนี้สร้างโอกาสได้เพียบ และจบสกอร์ได้เฉียบขาด "วันนี้เราสร้างโอกาสได้มากพอที่จะคว้าชัยชนะ และจบสกอร์ได้เฉียบขาดด้วย ขณะที่หลายๆ เกมที่ผ่านมา เราสร้างโอกาสได้มาก แต่จบกันคมเอง ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องจัดการกับโอกาสที่มีแบบนี้ให้ได้ เล่นให้ดุดัน และผ่านบอลจังหวะสุดท้ายให้ดี"