“แรชฟอร์ด” โชว์เหนือ, “เดเคอา” หนึบ!ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมบุกสอยพาเลซ

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ หลังบุกไปเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยได้ประตูจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ช่วยกดคนละตุง แต่อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ดาบิด เด เคอา ที่เกมนี้โชว์เซฟสวยๆ ได้หลายครั้ง และนี่คือผลสอบของลูกทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่ละคนที่ลงเล่นในเกมนี้ 

11 ผู้เล่นตัวจริง

  – ดาบิด เด เคอา : 8
  ได้ออกแรงเซฟตั้งแต่ต้นเกม และเซฟได้เยี่ยมอีกครั้งในช่วงท้ายครึ่งแรก โดยเฉพาะจังหวะบินปัดลูกยิงฟรีคิกของ ลูก้า มิลิโวเยวิช แถมช่วงท้ายเกมมีชอตเซฟลูกยิงของ ซาฮา ด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งพระเอกของทีมในแมตช์นี้

 – อารอน วาน-บิสซาก้า : 6
  มีอาการล้าอย่างเห็นได้ชัด เจอปัญหาหลายครั้งยามที่ต้องดวลกับ ซาฮา 

 – วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ : 6
  แม้เป็นเกมที่ทีมเก็บคลีนชีตได้ แต่ไม่ใช่วันที่ดีนักสำหรับ ลินเดอเลิฟ เพราะหลายครั้งดูเชื่องช้า และเกือบทำเสียจุดโทษในจังหวะปะทะกับ ซาฮา

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : 7.5
  มีจังหวะสกัดสวยๆ ให้เห็น แถมขึ้นมาลุ้นทำประตูจากลูกเตะมุมได้เสียวหลายครั้ง แต่ช่วงท้ายเกมมีจังหวะเสียท่าให้ ซาฮา กระนั้นโดยรวมถือว่าคุมแนวรับได้เยี่ยม

– ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ : 7
  ได้สตาร์ทเป็นตัวจริงแบบเหนือความคาดหมาย แต่โดยรวมทำผลงานได้โอเค อาจไม่ได้มีส่วนช่วยเกมรุกมากนัก นั่นก็เป็นเพราะเจ้าตัวเน้นเล่นเกมรับเป็นหลัก 

 – สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ : 6 
  ไม่ใช่วันที่ดีสำหรับหนุ่มเลือดวิสกี้ เพราะช่วยเบรกเกมแดนกลางของเจ้าถิ่นไม่ค่อยได้ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงครึ่งหลัง 

 – ปอล ป็อกบา :  6.5
  ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก เน้นไปในทางช่วยผ่านบอลและขึ้นเกมเป็นหลัก
 
 – เมสัน กรีนวู้ด : 6.5
  อาจจะค่อนข้างเงียบ และมีโอกาสได้ลองยิงแค่หนเดียว แต่ทำได้ดีในการพาบอล ก่อนถูกถอดออกช่วงครึ่งหลัง ซึ่งดูแล้วสภาพร่างกายยังไม่เต็มร้อย แม้ผ่านเช็คความฟิตลงเล่นเกมนี้ได้

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 7.5
  แม้ไม่ได้เป็นแอสซิสต์ แต่ก็มีส่วนสำคัญกับทั้งสองประตูที่ทีมทำได้ แถมเกือบยิงเองได้ด้วย ถือเป็นเกมที่น่าประทับใจสำหรับเจ้าตัว ถึงแม้ไม่ใช่วันที่เล่นได้ท็อปฟอร์มก็ตาม

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด : 8
  เหนือชั้นและเยือกเย็นมากๆ ในจังหวะยิงประตูขึ้นนำ 1-0 แถมเป็นคนแอสซิสต์ให้ มาร์กซิยาล จบสกอร์ 2-0 ด้วย

 – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล : 7.5
  เป็นอีกเกมที่เล่นได้ดี มีความดุดันแถมมั่นใจ และจบสกอร์ลูก 2-0 ได้เฉียบขาด 

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – เจสซี่ ลินการ์ด (แทน กรีนวู้ด น. 63) : 6
  ดูมีความมุ่งมั่นกับการเล่นดี แต่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

 – เนมานย่า มาติช (แทน แม็คโทมิเนย์ น. 63) : 6.5
  อาจจะมีกั๊กจังหวะกับ แม็กไกวร์ ช่วงท้ายเกม แต่โดยรวมลงไปช่วยให้แดนกลางดูแน่นขึ้น

 

เชลซีล่าโอบลัค,แรชฟอร์ดไปลีกเอิง?อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

 งานนี้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะต้องหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อสองดาวยิงตัวเก่งของทีมอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ต่างมีข่าวกำลังเป็นที่หมายปองของสโมสรยักษ์ใหญ่ลีกต่างแดน ส่วน เชลซี ก็ดูจริงจังมากๆ กับการล่าตัว ยาน โอบลัค นายประตูจอมหนึบแห่ง แอตเลติโก มาดริด ขณะที่ บาร์เซโลน่า เที่ยวนี้มีข่าวมาอัพเดตเพียบเลย แต่จะมีประเด็นอะไรบ้างนั้น เชิญอ่านกันโลด 
 – เชลซี มีแผนที่จะยื่นข้อเสนอเงิน 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,050 ล้านบาท) + เกปา อาร์ริซาบาลาก้า นายประตูชาวสแปนิช ไปให้ แอตเลติโก มาดริด เพื่อแลกกับการคว้าตัว ยาน โอบลัค ยอดผู้รักษาประตูทีมชาติสโลวีเนีย มาเฝ้าเสาในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ (Daily Mirror)

 – ขณะเดียวกัน "สิงห์บลูส์" ก็มีลุ้นมากขึ้นที่จะได้ตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่งคนเก่งของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาร่วมก๊วน เนื่องจากการได้เล่นในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ได้มีผลใดๆ ต่อการตัดสินใจของเจ้าตัว (BBC Sport)


 

 – ลิเวอร์พูล มีแผนที่จะเซ็นสัญญายืมตัว เลอันโดร กาเบรร่า กองหลังชาวอุรุกวัยของ เอสปันญ่อล มาใช้งาน 1 ซีซั่น โดยกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ชื่นชอบในฝีเท้าของ ปราการหลังวัย 29 ปี ที่เล่นได้ทั้งเซนเตอร์แบ็กและแบ็กซ้าย (Mundo Deportivo)

 – นอกจากนี้ "หงส์แดง" ยังคงมองหาช่องทางที่จะขาย เดยัน ลอฟเรน เซนเตอร์แบ็กชาวโครแอต หลังจบซีซั่นนี้ ถึงแม้มีแผนที่จะจับเจ้าตัวขยายสัญญาก็ตาม (Goal)

 – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเปิดศึกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการชิงตัว เฟร์ราน ตอร์เรส ปีกดาวรุ่ง บาเลนเซีย ทว่า เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส, เอซี มิลาน, นาโปลี และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต่างก็มีความสนใจในตัว ดาวเตะวัย 20 ปี เช่นกัน (Marca)


 

 – นอกจากนี้ "เรือใบสีฟ้า" กำลังพิจารณาที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว ยาน แฟร์ต็องเก้น กองหลังทีมชาติเบลเยียม ที่กำลังจะหมดสัญญากับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทีมแบบฟรีๆ หลังจบฤดูกาลนี้ เนื่องจากกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มอง แฟร์ต็องเก้น เป็นทางออกระยะสั้นในการแก้ปัญหาแนวรับ (Daily Telegraph)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความสนใจที่จะคว้าตัว มิเกล โอยาร์ซาบัล ปีกตัวเก่ง เรอัล โซเซียดาด โดย ดาวเตะทีมชาติสเปนวัย 23 ปี มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,450 ล้านบาท) ทว่า "ปีศาจแดง" หวังซื้อได้ในราคา 50 ล้านยูโร (ประมาณ 1,750 ล้านบาท) (Todofichajes)

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าสายสปีดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพอันดับหนึ่งในช่วงซัมเมอร์นี้ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เนื่องจากกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล มอง ดาวยิงทีมชาติอังกฤษวัย 22 ปี เป็นผู้เล่นกองหน้ายุคใหม่ที่มีความสมบูรณ์แบบ (Independent)

 – อินเตอร์ มิลาน มีความสนใจที่จะคว้าตัว อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ดาวยิงเฟร้นช์แมนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีม โดยยินดีเจรจาปิดดีลแบบจ่ายเงินพร้อมส่งนักเตะให้เป็นของแถม 1 ราย ซึ่งนั่นอาจจะเป็น มิลาน สคริเนียร์ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติสโลวาเกีย ที่มีข่าว "ปีศาจแดง" อยากได้ตัว เนื่องจาก "งูใหญ่" มอง มาร์กซิยาล มีค่าตัวราว 63 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,457 ล้านบาท) ส่วน สคริเนียร์ มีมูลค่าอยู่ที่ 58 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,262 ล้านบาท) (Calciomercato)

 – บาร์เซโลน่า ได้บรรลุข้อตกลงกับ อินเตอร์ มิลาน เรียบร้อย สำหรับการคว้าตัว เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าดาวดังชาวอาร์เจนไตน์ โดยเป็นดีลแบบจ่ายเงิน 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,450 ล้านบาท) + จูเนียร์ ฟีร์โป้ แบ็กซ้ายชาวสแปนิช ที่มีมูลค่า 41 ล้านยูโร (ประมาณ 1,435 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ บาร์ซ่า จำเป็นต้องขายนักเตะบางคนในทีมออกไปก่อน เพื่อทำเงินให้ได้ 70 ล้านยูโร (Cadena SER)

 – พร้อมกันนั้น บาร์เซโลน่า ก็ได้มีการเสนอขาย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวรุกชาวบราซิเลียน ให้กับ อาร์เซน่อล และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เพื่อระดมทุนมาล่าตัว เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (Goal)

 – นอกจากนี้ บาร์เซโลน่า ยังต้องการที่จะทำเงินจากการขาย ซามูแอล อุมติตี้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติฝรั่งเศส อีกด้วย โดยเชื่อกันว่า นาโปลี, ลาซิโอ, อาแอส โรม่า และ โตริโน่ ต่างมีความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับ ดาวเตะดีกรีแชมป์โลกวัย 26 ปี (Sport)

 – อุสมาน เดมเบเล่ ปีกจอมพลิ้ว บาร์เซโลน่า ต้องการที่จะอยู่ค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ต่อไป และเตรียมที่จะปฏิเสธข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Mundo Deportivo)

 – ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง หัวหอกกัปตันทีม อาร์เซน่อล ยังคงมีความสนใจที่จะย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า ทว่า บาร์ซ่า มอง โอบาเมยอง เป็นแค่ทางเลือกสำรองต่อจาก เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (Mirror)

 – วิคเตอร์ โอซิมเฮน หัวหอกเนื้อหอม ลีลล์ จ่อย้ายซบ นาโปลี เต็มที โดยคาดว่าค่าตัวน่าจะสูงถึง 81 ล้านยูโร (ประมาณ 2,835 ล้านบาท) (Sky Italia)

 – เรอัล มาดริด มีความมั่นใจว่า จะสามารถคว้าตัว คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาร่วมทีมได้ในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 ถึงแม้ เปแอสเช ต้องการที่จะจับ เอ็มบัปเป้ ขยายสัญญาที่มีอยู่ปัจจุบันถึงปี 2022 ก็ตาม (Marca)

 – เซบีย่า เตรียมซื้อขาด ซูโซ่ ปีกเลือดกระทิงดุ จาก เอซี มิลาน หลังจบฤดูกาลนี้ ที่ราคาราว 21 ล้านยูโร (ประมาณ 735 ล้านบาท) หลังจากที่ดึง ดาวเตะวัย 26 ปี มาร่วมทีมภายใต้สัญญายืมตัว 18 เดือน พ่วงออปชั่นซื้อขาด เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา (Sky Italia) 

กฏไฟแนนเชียลต้องคงอยู่!คล็อปป์เปิดใจหลังรู้ผลแมนซิตี้พ้นโทษแบน

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ออกมาแสดงความเห็นถึงผลคำตัดสินของ ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส ที่มีคำตัดสินยกเลิกโทษแบนเกมยุโรปของ แมนฯ ซิตี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่ามันไม่ใช่วันที่ดีสำหรับวงการฟุตบอล พร้อมกับหวังว่ากฏไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์จะยังคงมีต่อไป
    ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส เพิ่งประกาศให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พ้นโทษแบนลงเล่นในเกมยุโรปเมื่อวันจันร์ที่ 13 กรกฏาคมที่ผ่านมา พร้อมกับลดโทษปรับเงินจาก 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1050 ล้านบาท) เหลือเพียง 10 ล้านยูโร (ประมาณ 350 ล้านบาท) เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ คล็อปป์ ยอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับฟุตบอล

    คล็อปป์ กล่าวในการแถลงข่าวก่อนเกมที่ ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล ว่า "ผมไม่รู้ว่าจะตอบเรื่องนี้ได้รึเปล่า มันเป็นเรื่องที่ซีเรียสเลยแหละ, จากมุมมองส่วนตัวผมรู้สึกดีนะที่ แมนซิตี้ ยังได้เล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกในปีหน้า แต่พูดตามตรงผมไม่คิดว่าเมื่อวานนี้มันเป็นวันที่ดีสำหรับวงการฟุตบอลเลย"

    "แน่นอนกฏไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี มันมีไว้เพื่อปกป้องสโมสรและการแข่งขัน เพื่อให้แต่ละสโมสรจำกัดเรื่องการใช้เงิน และทุกทีมต้องทำให้แน่ใจด้วยว่าเงินที่พวกเขาใช้นั้นมาอย่างถูกต้อง"

    "ผมหวังว่ากฏดังกล่าวจะยังคงอยู่ต่อไปเพราะมันทำให้ทุกสโมสรมีขอบเขตที่จำกัด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับโลกลูกหนัง"

สถิติน่าสนใจหลังผีบุกอัดวิลล่านิ่มแข้ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานยอดเยี่ยมต่อเนื่องชนะ 4 นัดรวดในลีกหลังงบุกถล่ม แอสตัน วิลล่า 3-0 ทำคะแนนไล่จี้พื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก เหลือเพียงคะแนนเดียว และนี่คือสถิติน่าสนใจหลังจบเกม

 – แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมแรกในพรีเมียร์ลีกที่ชนะคู่แข่งด้วยความต่าง 3 ประตูขึ้นไป ก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล เคยทำได้ในปี 1987 แต่ตอนนั้นยังเป็นยุคที่เรียกว่าดิวิชั่น 1

 – แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ไม่แพ้ตลอด 21 นัดหลังสุดที่ไปเยือน แอสตัน วิลล่า โดยเป็นการชนะ 14 นัด และเสมอ 7 นัด เป็นสถิติยาวนานที่สุดของลีกสูงสุด

 – เมสัน กรีนวู้ด (18 ปี 282 วัน) เป็นผู้เล่นดาวรุ่งคนที่ 2 ที่ยิงในพรีเมียร์ลีกได้ 3 นัดติดต่อจาก เวย์น รูนีย์ (19 ปี 125 วัน) ที่เคยทำได้ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2005

 – กรีนวู้ด เป็นผู้เล่นคนที่ 4 ที่อายุ 18 ปีหรือต่ำกว่าแล้วยิงได้ 3 นัดติดในลีกต่อจาก แดนนี่ คาดามาร์เทรี่, ไมเคิ่ล โอเว่น และ ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส

 – แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษ 13 ครั้งในฤดูกาลนี้ เป็นสถิติมากสุดของพรีเมียร์ลีกเท่ากับ เลสเตอร์ ในฤดูกาล 2015/16 และ คริสตัล พาเลซ ฤดูกาล 2004/05

 – แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้ 11 ผู้เล่นตัวจริงชุดเดิม 4 นัดติดครั้งแรกนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2006

 – แอสตัน วิลล่า เสียไปแล้ว 65 ประตูในฤดูกาลนี้ เป็นตัวเลขเท่ากับที่เคยเสียหลังผ่านไป 34 นัดในฤดูกาล 2015/16 และสุดท้ายก็ตกชั้นด้วยการจบอันดับ 20

แมนยูไนเต็ด ไล่ล่าแชมป์ลีกซีซั่น 2020/2021

 

ตอนนี้สาวก "เร้ด อาร์มี่" คงอยู่ในช่วงหน้าชื่นตาบานหลังผลงานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังดีวันดีคืน โดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สามารถนำทีมกลับมาเล่นได้อย่างดุดัน และแข็งแกร่ง พร้อมกับทำสถิติสุดยอดสะกดคำว่าแพ้ใครไม่เป็นมานานถึง 17 แมตช์แล้ว

     แน่นอนว่าเป้าหมายของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้คือการทำอันดับให้สูงที่สุด เพื่อคว้าโควตาไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และการลุ้นคว้าแชมป์ในซีซั่น 2019/2020 หลังจากที่พวกเขายังอยู่ในเส้นทางความสำเร็จในทั้งศึกเอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก

     สำหรับในเวลานี้สิ่งที่ โซลชา จำเป็นต้องคิดอย่างหนักก็คือการเสริมทัพ เพื่อหวังที่จะเพิ่มศักยภาพให้กับทีมในการก้าวขึ้นมาทัดเทียม ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลหน้า โดยเป้าหมายหลักในตอนนี้ของ "น้าลูกอม" ก็คือ เจดอน ซานโช่ ปีกฟอร์มกระฉูดจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

     นอกจากนี้ส่วนของเกมรับพวกเขาอยากได้ คาลิดู คูลิบาลี่ มายืนคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ พร้อมกันนี้ยังต้องการหน้าเป้าที่มีประสบการณ์ และฝีเกือกคมอย่าง  ราอูล ฮิเมเนซ มาเสริมทัพ  ในส่วนของเกมรุก  "ผีแดง"  อาจจะมีการปรับบ้างนิดหน่อย  โดยทั้ง อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล กับ เมสัน กรีนวู้ด คงต้องหลีกทางให้ ฮิมิเนซ ลงไปไล่ล่าตาข่ายก่อน

เกมรับแข็งแกร่งขึ้น
     ดาบิด เด เคอา อาจจะมีบางช่วงที่ฟอร์มหลุดไปบ้าง แต่เขายังคงเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 สำหรับ โซลชา เสมอ แม้ ดีน เฮนเดอร์สัน โกลอนาคตไกลจะทำผลงานได้ดีในการยืมตัวกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แต่คงยากที่จะเบียดยึดตัวจริงหากกลับมาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

     ขณะที่ในตำแหน่งฟลูแบ็กมีความเป็นไปได้สูงที่ "น้าลูกอม" จะใช้งาน อารอน วาน-บิสซาก้า ทางฝั่งขวา และ ลุค ชอว์ ทางฝั่งซ้าย เพราะทั้งสองคนกำลังทำผลงานได้อย่างสะเด็ดสะเด่าในช่วงที่ผ่านมา ช่วยทำให้เกมบุกของ "ปีศาจแดง" มีมิติที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

     ส่วน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ซึ่งเพิ่งอายุเพียง 19 ปี แม้ว่าจะโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ที่ได้รับโอกาสขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ก็ตาม แต่คาดว่านักเตะจำเป็นต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์อีกสักพัก เพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพในการก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ ดีโอโก้ ดาโลต์ ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกหน่อยหลังหายจากอาการบาดเจ็บ สำหรับ ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ ยังต้องรอโอกาสของตัวเองต่อไป

     ด้านตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กนั้น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยืนเป็นเสาหลักในเกมรับโดยคู่หูของเขามีการผลัดเปลี่ยนกันระหว่าง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ เอริก ไบยี่ แต่หากเกิดกรณีที่ โซลชา ตัดสินใจทุ่มเงินกระชากตัว คาลิดู คูลิบาลี่  กองหลังจอมแกร่งจาก นาโปลี มาร่วมทีมได้ แน่นอนว่า เขาจะเป็นคู่เกมรับที่สุดเพอร์เฟกต์สำหรับ แม็กไกวร์ อย่างแท้จริง

     ในส่วนของ ฟิล โจนส์ กับ คริส สมอลลิ่ง คงจะต้องออกไปหาโอกาสในการลงสนามกับสโมสรใหม่ โดยในรายของ สมอลลิ่ง มีแววสูงมากที่จะย้ายไปเล่นแบบถาวรกับ โรม่า ขณะที่ โจนส์ อาจจะต้องไปเล่นกับทีมระดับกลางตาราง สำหรับ อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ต้องรอคอยโอกาสของเขา แต่นักเตะยังมีอนาคตในยุค "น้าลูกอม" แน่นอน

แผงมิดฟิลด์สุดยอดเกินจะบรรยาย
     สำหรับตอนนี้ ปอล ป็อกบา กลับมาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ที่เกมพรีเมียร์ลีก รีสตาร์ท โดยนักเตะมีสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์ ที่สำคัญยังเล่นบอลแบบไม่เห็นแก่ตัว โดยเจ้าตัวจับคู่เล่นได้เข้าขากับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งสถิติของทั้งสองคนยอดเยี่ยมมากๆ

     นอกจากนี้พวกเขายังมีอิสระในการเล่นมากยิ่งขึ้น เมื่อได้ เนมานย่า มาติช คอยจัดการเก็บกวาดในแดนกลาง ในเวลานี้ต้องยอมรับว่า มาติช ทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวา และโดดเด่นมากๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจมอบสัญญา 3 ปีให้กับเจ้าตัว

     ด้วยผลงานชิ้นโบว์แดงส่งผลให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ จำเป็นต้องนั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง อย่างไรก็ตาม ดาวเตะเลือดวิสกี้ ก็ยังมีโอกาสหากเขาสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเอง และสู้อย่างเต็มที่เพื่อแย่งตำแหน่งกับ แข้งเลือดเซิร์บ ด้าน เฟร็ด ยังคงมีอนาคตกับทีมเพราะผลงานของเขากำลังดีวันดีคืนและมีส่วนช่วยทีมเยอะมากในช่วงที่ผ่านมา แต่กระนั้นก็ยังคงเป็นรอง มาติช

     ในขณะที่ เจสซี่ ลินการ์ด, อันเดรส เปเรยร่า และ ฆวน มาต้า อาจจะไม่มีตำแหน่งให้ยืนในโรงละครแห่งความฝัน สำหรับ เจมส์ การ์เนอร์ ดาวรุ่งพุ่งแรงอีกคน น่าจะเป็นผู้เล่นที่ โซลชา พร้อมที่จะให้โอกาสลงสนามมากขึ้น และคงได้รับการเจียระไนฝีเท้าจาก "น้าลูกอม" ต่อไป

แนวรุกเร็วแรงทะลุนรก
     สำหรับตอนนี้เป้าหมายแรกในการเสริมทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็คือ เจดอน ซานโช่ และพวกเขามีโอกาสอย่างยิ่งที่จะได้นักเตะมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ สำหรับ เมสัน กรีนวู้ด ก็ยังมีโอกาสที่จะเป็นตัวเลือกหลักสำหรับ โซลชา หลังจากที่นักเตะระเบิดฟอร์มสุดยอดด้วยการตะบันไป 4 ประตูจาก 3 เกมหลังสุด และซัดไปแล้ว 18 ประตูจากการเล่นทุกรายการในซีซั่นนี้

     แน่นอนว่าผลงานของ กรีดวู้ด ร้อนแรงเหลือเกิน โดยนักเตะมีพรสวรรค์เต็มเปี่ยม เต็มไปด้วยความรวดเร็ว และยังยิงได้คมทั้งสองเท้า จนตอนนี้กลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของสาวก "เร้ด อาร์มี่" แต่เมื่อเทียบกับประสบการณ์แล้ว ซานโช่ มีความโชกโชนมากกว่า ฉะนั้นหาก แมนฯ ยูฯ ได้ ดาวเตะเลือดผู้ดี มาร่วมทีม เขาคงเป็นตัวเลือกแรกในเกมรุกของทีม

     ส่วนแข้งสำคัญของทีมในเวลานี้อย่าง แฟร์นันด์ส ต้องบอกเลยว่าเป็นนักเตะคีย์แมนที่ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไร้พ่ายมานานถึง 17 แมตช์ ฉะนั้นในฤดูกาลหน้า สตาร์ลูกหนังชาวโปรตุกีส ยังคงเป็นผู้เล่นหลักในเกมรุกของทีม ในขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล ทำผลงานได้ดีเยี่ยมในซีซั่นนี้ โดยความเร็ว, ทักษะ และการจบสกอร์ของพวกเขาเป็นสิ่งที่ "ผีแดง" ขาดไม่ได้จริงๆ

     อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ โซลชา ต้องการก็คือหน้าเป้าที่มีการจบสกอร์แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และชื่อนักเตะที่เขาอยากได้มาร่วมทีมก็คือ ราอูล ฮิเมเนซ กองหน้าตัวเก่งจาก "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ ที่โชวฟอร์มได้อย่างร้อนแรงโดยซัดประตูให้กับต้นสังกัดไปแล้ว 24 ลูกจากทุกรายการในฤดูกาลนี้

     ฉะนั้นหาก ฮิมิเนซ ย้ายมาสวมเครื่องแบบ "ปีศาจแดง" จริงๆ มาร์กซิยาล คงต้องยอมหลบทาง โดยเขายังเป็นนักเตะสำคัญของ โซลชา แต่คงต้องเป็นยางอะไหล่ไปก่อน ที่สำคัญหากทีมมีเกมรุกที่ดุดันแบบนี้อนาคตของ แดเนี่ยล เจมส์ น่าจะต้องโดนส่งไปพัฒนาฝีเท้ากับทีมอื่นด้วยสัญญายืมตัว

      ด้าน โอเดียน อิกาโล่ ซึ่งทำผลงานได้ดีในช่วงที่ย้ายมาเล่นแบบยืมตัวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด สโมสรอันเป็นที่รักของเขา คงจะต้องกลับไปที่ เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว ต้นสังกัดแม่ในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก ในฤดูกาลหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากช่วงที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ ดาวเตะไนจีเรีย โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ เขาก็มีโอกาสได้เซ็นสัญญาถาวรเช่นกัน

 

ใครได้-ใครเสีย?อาร์เซน่อลหาทางออกส่งเกนดูซี่แลกคูตินโญ่

เดลี่ เมล์ สื่อจากประเทศอังกฤษ รายงานว่า อาร์เซน่อล เตรียมส่ง มัตเตโอ เกนดูซี่ มิดฟิลด์ดาวรุ่ง เป็นข้อเสนอแลกตัวกับ ฟิลลิปเป้ คูตินโญ่ ให้แก่ บาร์เซโลน่า หลังแข้งชาวฝรั่งเศสดูเหมือนจะหมดอนาคตกับทีมเมื่อไม่มีชื่อในเกมเอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

    มัตเตโอ เกนดูซี่ วัย 21 ปี ไม่ได้ลงสนามให้กับ อาร์เซน่อล อีกเลย นับตั้งแต่ก่อเรื่องแบบน่าเกลียดใส่ นีล โมปาย กองหน้าของ โบรท์ตัน ในเกมที่ "ปืนใหญ่" บุกไปพ่าย 1-2

    ซึ่งล่าสุด เดลี่ เมล์ ได้ระบุว่า อาร์เซน่อล เตรียมแผนที่จะส่ง เกนดูซี่ เพื่อแลกกับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมคเกอร์ของ บาร์เซโลน่า

    ทั้งนี้ เกนดูซี่ ไม่เป็นที่ชื่นชอบของ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือสแปนิช หลังจากมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมทั้งในและนอกสนาม โดยเกมล่าสุดที่ อาร์เซน่อล เอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ในศึก เอฟเอ คัพ เกนดูซี่ ก็ไม่มีส่วนร่วมกับทีมเลย

เทียบให้เห็นชัดๆ ! แม็กไกวร์ แนวรับแกร่งกว่า ฟาน ไดค์

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังชาวดัตช์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อาจจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นเซนเตอร์แบ็กที่เหนียวแน่นแข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่สำหรับตอนนี้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แนวรับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสถิติที่เหลือกว่าเขาในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังชาวดัตช์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อาจจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นเซนเตอร์แบ็กที่เหนียวแน่นแข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่สำหรับตอนนี้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แนวรับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสถิติที่เหลือกว่าเขาในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    แม็กไกวร์ มักจะโดนวิพากษ์วิจารณ์ผลงานมาตลอดในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะการเล่นที่ผิดพลาดในหลายๆ เกม แต่ดูเหมือนว่าสถิติของเขาเมื่อนำมาเปรีบเทียบกับ ฟาน ไดค์ ซึ่งทำเล่นพลาดส่งบอลสั้นจนเป็นเหตุให้โดน อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ฉกบอลยิงประตูในเกมที่ "หงส์แดง" แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

   

   แน่นอนว่าความผิดพลาดดังกล่าวทำให้แฟนบอลคู่แข่ง โดยเฉพาะสาวก "เร้ด อาร์มี่" ต่างออกมาแซว ฟาน ไดค์ กันไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ และถึงขนาดนำไปเปรียบเทียบกับการเล่นที่ผิดพลาดของ ดาวิด ลุยซ์ แนวรับเลือดแซมบ้าจากทัพ "เดอะ กันเนอร์" เลยทีเดียว

    สอดคล้องกับสถิติจากเว็บไซต์พรีเมียร์ลีก ที่ระบุว่าความผิดพลาดของ ฟาน ไดค์ เป็นความผิดพลาดครั้งแรกของฤดูกาลนี้ที่ทำให้คู่แข่งได้ประตู และเป็นเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นจากการเล่น 88 แมตช์ในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีให้กับ ยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์

   

   ขณะที่ แม็กไกวร์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก ยังไม่เคยทำผิดพลาดจนทำให้คู่แข่งได้ประตู จากการลงสนามให้กับทัพ "ปีศาจแดง" 35 แมตช์ในฤดูกาลนี้ ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ยังมีสถิติในเกมรับอีกหลายอย่างที่เหนือกว่า ฟาน ไดค์

    อย่างเล่นสถิติในการบล็อกซึ่ง แม็กไกวร์ สามารถบล็อกได้ถึง 18 ครั้ง ส่วน เซนเตอร์แบ็กทีมชาติฮอลแลนด์ ทำได้เพียง 15 ครั้งเท่านั้น นอกจากนี้ อดีตสตาร์ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถสกัดบอลจากการผ่านบอลของฝ่ายตรงข้าม หรือ อินเตอร์เซปชั่น ได้ถึง 67 ครั้ง ส่วน ฟาน ไดค์ ทำได้ 39 ครั้ง

    ยังไม่หมดแค่นั้น แม็กไกวร์ ยังสามารถเสียบสกัดคู่แข่งสำเร็จถึง 60 เปอร์เซนต์ เหนือกว่าแนวรับเจ้าของแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา ส่วนการโหม่งสกัดนั้น กองหลัง "ผีแดง" ก็ยังทำผลงานได้โดดเด่นกว่า อดีตพ่อค้าแข้ง "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน

    ฉะนั้นสถิติเหล่านี้คงจะทำให้แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า แม็กไกวร์ ยังคงเป็นเซนเตอร์แบ็กที่ทำผลงานได้ดี แม้อาจจะมีข้อผิดพลาดบ้างในบางเกม แต่ก็ยังดูดีมีอนาคต

เปรียบเทียบผลงาน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ VS แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (ก่อนเกมพบ คริสตัล พาเลซ)

นูโน่คว้ากุนซือยอดเยี่ยมพรีเมียร์ฯเดือนมิ.ย.

น้าโอเล่วืด! นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต ซิวรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก เดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา หลังทำผลงานเยี่ยมพา วูล์ฟส์ ไม่แพ้ทีมไหนเลย

     นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต ผู้จัดการทีม วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ผงาดคว้ารางวัลกุนซือยอดเยี่ยมของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำเดือนมิถุนายนไปครอง จากการประกาศผลเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

    กุนซือชาวโปรตุกีส พา "หมาป่า" ลงเตะ 5 นัด ชนะ 4 เสมอ 1 ส่งผลให้เอาชนะ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงเตะ 5 นัด ชนะ 3 เสมอ 2), สตีฟ บรูซ (นิวคาสเซิ่ล ลงเตะ 3 นัด ชนะ 2 เสมอ 1)  และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด (เชลซี ลงเตะ 3 นัด ชนะ 3)

    ทั้งนี้ นูโน่ ได้รางวัลดังกล่าวเป็นครั้งที่สองในอาชีพ หลังเคยได้หนแรกเมื่อเดือนกันยายน ปี 2018

    รายชื่อกุนซือยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก ประจำเดือนฤดูกาล 2019/20

    สิงหาคม: เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล)
    กันยายน: เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล)
    ตุลาคม: แฟร้งค์ แลมพาร์ด (เชลซี)
    พฤศจิกายน: เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล)
    ธันวาคม: เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล)
    มกราคม: เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล)
    กุมภาพันธ์: ฌอน ไดช์ (เบิร์นลี่ย์)
    มิถุนายน: นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต (วูล์ฟส์)

ท็อปโฟร์สะเทือน! “ร็อดเจอร์ส” เปิดใจหลังแพ้สเปอร์ส

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นายใหญ่เลสเตอร์ ซิตี้ ใจดีสู้เสือแม้ต้นสังกัดจะโดน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไล่อัดสกอร์ 0-3 เกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระบุนักเตะทุกคนทุ่มเทอย่างเต็มที่ และต้องพยายามยึดอันดับเพื่อไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปให้ได้
    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม "เดอะ ฟ็อกซ์" เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดใจหลังจากต้นสังกัดออกไปโดน "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถลุง 0-3 ที่สนามท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา

    เลสเตอร์ ต้องการ 3 คะแนนในเกมนี้อย่างมาก เพื่อจะได้กดดัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการลุ้นอันดับท็อปโฟร์ แต่งานนี้ "สุนัขจิ้งจอก" ไม่สามารถทำตามเป้าหมายที่วางเอาไว้เมื่อพวกเขาโดนเจ้าบ้านไล่ถลุงด้วยสกอร์ 0-3 ส่งผลให้ยังคงอยู่อันดับ 4 เหมือนเดิมโดยมี 62 แต้มเท่ากับ แมนฯยูไนเต็ด แต่ "ผีแดง" แข่งน้อยกว่า

    ร็อดเจอร์ส ซึ่งจะต้องนำลูกทีมรับมือ "ปีศาจแดง" ในเกมสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก เปิดใจว่า "เราพยายามเล่นเกมสวนกลับ เรายังทำได้ดีในจังหวะป้องกัน เราเริ่มต้นได้ดีเยี่ยม แต่เกมรับดูเหมือนว่าเรายังขาดความดุดันไปเยอะมาก และแน่นอนว่าเราเสียประตูในช่วงเวลาที่แย่จริงๆ"

    "เราประสบความสำเร็จในหลายๆ เป้าหมายที่เราได้ตั้งเอาไว้ในช่วงแรก และมีลุ้นในการไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรป เรายังมีเกมที่จะต้องเล่นเพื่อที่จะยึดอันดับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ก็มีบางสิ่งที่น่าผิดหวัง อย่างไรก็ตามมีอีกหลายเรื่องที่น่าพอใจจากสิ่งที่นักเตะได้ทุ่มเทในฤดูกาลนี้" ร็อดเจอร์ส กล่าว

เชลซีขอยึดที่3แน่น!จัด “ชิรูด์-พูลิซิช” ผนึกยิงกู้ชัยเกมรับนอริช

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี หวังคว้าชัยเพื่อยึดอันดับ 3 ของตารางคะแนนให้แน่นเหนียวโดยเตรียมส่ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กับ คริสเตียน พูลิซิช ลงผนึกล่าตาข่ายในแดนหน้าเกมพบ "นกขมิ้นเหลือง" นอริช ซิตี้ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 14 ก.ค. ศกนี้   True Premier HD 1 และ ID Station (เวลา : 02.15 น.)
ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563
เชลซี (3)   –   นอริช (20)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ ID Station (เวลา : 02.15 น.)

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด พาสิงโตน้ำเงินครามแพ้ยับ 0-3 ต่อเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่บรามอลล์ เลน นัดล่าสุด ทำให้สถานการณ์การลุ้นท็อปโฟร์ระหว่างพวกเขากับเลสเตอร์ และแมนฯ ยูไนเต็ด เปิดกว้างทันที

    พวกเขายังคงไม่มี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์คนสำคัญที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่าไม่หาย

    ขณะที่ ฟิคาโย่ โทโมรี่ เจ็บกล้ามเนื้อ และ บิลลี่ กิลมอร์ เจ็บเข่า ยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้เช่นเดียวกัน

    โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย และ มาร์กอส อลอนโซ่ เป็นตัวสำรองที่ถูกใช้งานเกมก่อนจะต้องลุ้นว่าพวกเขาจะเบียดเข้าไปเป็น 11 คนแรกเกมนี้ได้หรือไม่

    ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ พาทีม ”นกขมิ้น” นอริช ซิตี้ ตกชั้นเป็นที่เรียบร้อย หลังจากแพ้เวสต์แฮม ยับเยิน 0-4 เกมก่อน และจากคะแนนที่มีโอกาสที่พวกเขาจะเป็นบ๊วยในฤดูกาลนี้มีถึง 99 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

    นอริชยังมีปัญหาที่เกมรับเมื่อ แซม ไบแรม (เอ็นหลังหัวเข่า), แกรนท์ แฮนลี่ย์ (เอ็นหลังหัวเข่า) และ คริสโตฟ ซิมเมอร์มันน์ (หลัง) ต่างลงสนามไม่ได้ทั้งหมด

    เกมนี้ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ที่เป็นตัวสำรองเปลี่ยนลงไปใน 20 นาทีนัดก่อนจะต้องลุ้นว่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริงหรือไม่

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – รีซ เจมส์, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, คูร์ท ซูม่า, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – รอสส์ บาร์คลี่ย์, จอร์จินโญ่, รูเบน ลอฟตัส-ชีค – วิลเลี่ยน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, คริสเตียน พูลิซิช
    ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

    นอริช (4-2-3-1) : ทิม ครูล – แม็กซ์ อารอนส์, เบน ก็อดฟรี่ย์, ทิมม์ โคลเซ่, จามาล ลูอิส – อเล็กซานเดอร์ เท็ตเตย์, มาริโอ วรานซิช – เอมิเลียโน่ บวนเดีย, มาร์โค ชตีเปอร์มันน์, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ – ตีมู ปุ๊กกี้
    ผู้จัดการทีม : ดาเนี่ยล ฟาร์เค่

    ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
24/08/19    พรีเมียร์ลีก    นอริช ซิตี้    2-3 เชลซี   
18/01/18    เอฟเอ คัพ    เชลซี 1-1 นอริช ซิตี้   
07/01/18    เอฟเอ คัพ    นอริช ซิตี้ 0-0 เชลซี       
02/03/16    พรีเมียร์ลีก    นอริช ซิตี้ 1-2 เชลซี   
21/11/15    พรีเมียร์ลีก    เชลซี 1-0 นอริช ซิตี้

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เชลซี
11/06/20 แพ้ เชฟฯ ยูไนเต็ด 0-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
07/06/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
04/06/20 ชนะ วัตฟอร์ด 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
02/07/20 แพ้ เวสต์แฮม 2-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
28/06/20 ชนะ เลสเตอร์ 1-0 (เยือน) เอฟเอ คัพ

นอริช ซิตี้
11/06/20 แพ้ เวสต์แฮม 0-4 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
07/06/20 แพ้ วัตฟอร์ด 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
04/06/20 แพ้ ไบรท์ตัน 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
02/07/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
27/06/20 แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 (เหย้า) เอฟเอ คัพ