ร้านพูลเปิดราคากุนซือพรีเมียร์ฯใครจะโดนเด้งคนแรก

ร้านพูลเมืองผู้ดี เปิดราคากุนซือ พรีเมียร์ลีก คนแรกที่จะโดนไล่ออกในซีซั่นหน้า ยก สตีฟ บรูซ เต็ง 1 ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ ดูแล้วเก้าอี้เหนียวสุด

    เบตแฟร์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ เปิดราคาให้ สตีฟ บรูซ ผู้จัดการทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เป็นเต็ง 1 กุนซือ พรีเมียร์ลีก คนแรกที่จะโดนไล่ออกในฤดูกาล 2020/21 โดยมีอัตราต่อรองอยู่ที่ 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)

    ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์เก่า เป็นกุนซือที่มีโอกาสโดนไล่ออกน้อยสุดตามสายตาของร้านพูลเมืองผู้ดี โดยมีราคาอยู่ที่ 67/1 (แทง 1 จ่าย 67 ไม่รวมทุน)

อัตราต่อรองผู้จัดการทีม พรีเมียร์ลีก ที่จะโดนไล่ออกคนแรก

1. สตีฟ บรูซ (นิวคาสเซิ่ล)  6/1
2. ดีน สมิธ (แอสตัน วิลล่า)  8/1
3. ฌอน ไดช์ (เบิร์นลี่ย์)  9/1
4. รอย ฮ็อดจ์สัน (คริสตัล พาเลซ)  10/1
5. เดวิด มอยส์ (เวสต์แฮม)  11/1
6. สกอตต์ พาร์คเกอร์ (ฟูแล่ม)  12/1
7. เกรแฮม พ็อตเตอร์ (ไบรท์ตัน)  13/1
7. โชเซ่ มูรินโญ่ (สเปอร์ส)  13/1
9. เป็ป กวาร์ดิโอล่า (แมนฯ ซิตี้)  15/1
9. สลาเวน บิลิช (เวสต์บรอมวิช)  15/1
11. มาร์เซโล่ บิเอลซ่า (ลีดส์)  17/1
12. นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต (วูล์ฟส์) 19/1
13. เบรนแดน ร็อดเจอร์ส (เลสเตอร์) 21/1
13. คาร์โล อันเชล็อตติ (เอฟเวอร์ตัน) 21/1
13. แฟร้งค์ แลมพาร์ด (เชลซี)   21/1
16. ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิล (เซาธ์แฮมป์ตัน) 23/1
17. มิเกล อาร์เตต้า (อาร์เซน่อล)  26/1
17. โอเล่ กุนนาร์ โซลชา (แมนฯ ยูไนเต็ด) 26/1
19. คริส ไวลด์เดอร์ (เชฟฯ ยูไนเต็ด) 34/1
20. เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล)  67/1
– ไม่มีใครโดนไล่ออก   501/1

เรียกแขก!ซิลวาโพสต์เหน็บเดอะค็อปหลังโดนเย้ยร่วงชปล.

แบร์นาร์โด้ ซิลวา มิดฟิลด์ แมนฯ ซิตี้ โพสต์ข้อความเหน็บสาวก ลิเวอร์พูล หลังจากมีแฟนบอล "หงส์แดง" บางส่วนที่เยาะเย้ยกับการที่ "เรือใบสีฟ้า" ร่วงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยดาวเตะชาวโปรตุกีสบอกว่า "เดอะ ค็อป" กลุ่มนั้นควรจะไปหาอย่างอื่นทำดีกว่ามาโพสต์เยาะเย้ยนักเตะของ แมนฯ ซิตี้
    แบร์นาร์โด้ ซิลวา กองกลาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โพสต์ข้อความเชิงเหน็บแนมแฟนบอล ลิเวอร์พูล หลังจากที่ "เดอะ ค็อป" บางส่วนไปเยาะเย้ยที่ "เรือใบสีฟ้า" ตกรอบก่อนรองชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    ช่วงที่ผ่านมาแฟนบอล แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล เริ่มเปิดศึกใส่กันบ่อยกว่าสมัยก่อน หลังจากที่ทีมรักของพวกเขาถูกมองว่าเป็น 2 ทีมที่เก่งที่สุดของเกาะอังกฤษจนกลายเป็นเหมือนคู่แข่งลุ้นแชมป์กันโดยตรง ซึ่งทันทีที่ แมนฯ ซิตี้ แพ้ โอลิมปิก ลียง 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กองเชียร์ ลิเวอร์พูล บางส่วนก็โพสต์ข้อความเยาะเย้ย แมนฯ ซิตี้ กันอย่างสนุกสนาน

    ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซิลวา เริ่มต้นด้วยการโพสต์ย้อนถึงผลงานของทีม โดยบอกว่า "ฤดูกาล 2019-20 จบลงแบบน่าผิดหวังสำหรับเรา สำหรับแฟนๆ แล้วนั้น เราเห็นใจพวกเขาที่ต้องเจอกับฤดูกาลที่น่าผิดหวังแบบนี้ สิ่งเดียวที่เราสามารถให้คำมั่นสัญญาได้ก็คือในฤดูกาล 2020-21 เราจะสู้อย่างหนักเพื่อที่จะทำผลงานให้ออกมาดีกว่านี้ และกลับไปคว้าแชมป์รายการใหญ่ๆ มาครองเพื่อพวกคุณให้ได้!"

    อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์ข้อความดังกล่าวได้ไม่นาน ดาวเตะชาวโปรตุกีสก็โพสต์เหน็บแฟนบอล ลิเวอร์พูล ต่อทันที ด้วยการบอกว่า "และสำหรับแฟนบอล ลิเวอร์พูล ทุกคนที่ไม่มีอะไรจะทำนอกจากแวะมาที่แอคเคาท์ของนักเตะ แมนฯ ซิตี้ แล้วน่ะ ฉันก็รู้สึกเห็นใจพวกแกเหมือนกัน แต่ในเหตุผลที่แย่ๆ อ่ะนะ พวกแกนี่มันน่าสมเพชชะมัด ไปฉลองแชมป์ของพวกแกสิวะ หรือไม่ก็พยายามหาคนรัก, ไปดื่มเบียร์กับเพื่อน, อ่านหนังสือแทนสิ มีทางเลือกให้ทำตั้งหลายอย่างนะ!"

And to all Liverpool fans that have nothing else to do than to come to a Man City player account, I’m also sorry for you but for the wrong reasons… pathetic… go celebrate your titles, or try to find a partner, drink a beer with a friend, read a book… so many options!

— Bernardo Silva (@BernardoCSilva) August 16, 2020
    สำหรับ ซิลวา นั้น เคยจุดประเด็นร้อนมาแล้วในเกมลีกที่ แมนฯ ซิตี้ เปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม เอาชนะ ลิเวอร์พูล 4-0 เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพราะเกมนั้นทีมของกุนซือ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ตั้งแถวเกียรติยศปรบมือให้ ลิเวอร์พูล เพื่อให้เกียรติที่อีกฝ่ายคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ แต่ ซิลวา ไม่ยอมปรบมือแม้แต่นิดเดียว แถมยังเดินออกจากแถวก่อนที่นักเตะ ลิเวอร์พูล จะเดินผ่านไปครบทุกคนด้วย

 

เมินได้ไง!ซาฮาชี้แมนยูพลาดมหันต์ไม่เซ็น1แข้ง

หลุยส์ ซาฮา อดีตหัวหอก แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ "ปีศาจแดง" ทำผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่เมิน เอดินสัน คาวานี่ พร้อมเชียร์ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัว มุสซ่า เดมเบเล่ กองหน้า ลียง มาร่วมทัพ

    หลุยส์ ซาฮา อดีตกองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่า "ปีศาจแดง" ทำพลาดที่ไม่ให้ความสนใจในตัว เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าประสบการณ์สูงชาวอุรุกวัย

    คาวานี่ กลายเป็นนักเตะไร้สังกัดหลังจากที่หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็มีข่าวกับหลายทีม อย่างเช่น เบนฟิก้า และ ลีดส์ ยูไนเต็ด เป็นต้น ซึ่งกระแสข่าวในตอนนี้ก็เทไปในทิศทางที่ว่าแข้งวัย 33 ปี กำลังที่จะเซ็นสัญญากับ เบนฟิก้า แล้ว

    ซาฮา เผยว่า "ผมคิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังทำพลาดที่ไม่เซ็นสัญญากับ เอดินสัน คาวานี่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ผมตามดูเขามาหลายปีแล้ว และผมก็ช้ำใจมากๆ ที่มันดูเหมือนกับว่าพวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ไม่สนใจในตัวเขาเลย สำหรับผมแล้ว คาวานี่ จะเป็นคนที่เหมาะกับพวกเขามากที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้ คาวานี่ เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ในการทำประตูที่ยอดเยี่ยม และความเป็นผู้นำของเขาก็จะเป็นสิ่งที่ล้ำค่ากับทีมมากๆ เขามีคุณภาพหลายอย่างที่หาได้ยากมากๆ จากบรรดานักเตะที่อยู่ในตลาด"

    อดีตหัวหอกชาวฝรั่งเศสเสริมว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะดึง มุสซ่า เดมเบเล่ หัวหอก โอลิมปิก ลียง มาร่วมทัพ เพราะแข้งวัย 24 ปีมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยม "ผมคิดว่า เดมเบเล่ น่าจะเป็นการเสริมทัพที่น่าสนใจให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ จากการที่ผมเคยร่วมงานกับเขาที่ ฟูแล่ม ทำให้ผมรู้ดีว่า เดมเบเล่ เป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรงมากๆ และจะเป็นกองหน้าตัวเป้าชั้นยอดได้ดี เขาจะสามารถพักบอลในแดนหน้าได้ และช่วยให้พวกปีกสามารถมีส่วนร่วมกับทีมได้เป็นอย่างดีในการเจอกับคู่แข่งบางทีม มันจะเป็นแผนสำรองที่ได้ผลอย่างมาก"

หอกไบรท์ตันเผยเทคนิคคล็อปป์ทำคู่แข่งปั่นป่วนก่อนแข่ง

เกล็นน์ มาร์รี่ย์ หัวหอก ไบรท์ตันฯ ระบุ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้บรรดาแข้งของคู่แข่งปั่นป่วนได้ตั้งแต่ก่อนลงเล่น จากการที่เขาชอบยืนดูคู่แข่งอบอุ่นร่างกายจากตรงกลางสนาม โดย ดาร์เรน เบนท์ อดีตกองหน้าคนดังก็ยืนยันว่า คล็อปป์ ชอบทำแบบนั้นจริงๆ

    เกล็นน์ มาร์รี่ย์ กองหน้า ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าการที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล มักจะยืนดูคู่แข่งอบอุ่นร่างกายจากตรงกลางสนามในช่วงก่อนเริ่มการแข่งขันแต่ละนัดอยู่บ่อยๆ นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้บรรดานักเตะของทีมคู่แข่งรู้สึกปั่นป่วนพอตัว

    ในแต่ละนัดนั้นนักเตะของทั้ง 2 ทีมจะต้องอบอุ่นร่างกายกันสักพักในช่วงก่อนที่เกมจะเริ่มขึ้น ซึ่งปกติแล้วกุนซือของทีมนั้นๆ ก็จะคอยดูการอบอุ่นร่างกายของลูกทีมเป็นหลักเผื่อว่าจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น อย่างเช่นการที่นักเตะได้รับบาดเจ็บในช่วงอบอุ่นร่างกาย เป็นต้น

    มาร์รี่ย์ กล่าวในรายการของ ทอล์คสปอร์ต สื่อกีฬาของอังกฤษว่า "คล็อปป์ ชอบทำเรื่องหนึ่งในช่วงก่อนลงเล่น ผมไม่รู้ว่ามีใครสังเกตเห็นถึงมันรึเปล่า เรื่องของเรื่องก็คือเขาจะเดินมาที่กลางสนาม, ยืนนิ่งตรงจุดกลางสนาม แล้วจ้องมองคู่แข่งที่อยู่อีกฝั่งแบบใจจดใจจ่อ มันทำให้คุณรู้สึกกระสับกระส่ายมากๆ"

    “Klopp does this thing before the game … he’ll walk right up to the halfway line and … just stare into the opposition half … Everyone’s like, ‘what’s he looking at? What’s going on?’ He sort of gets in your head before the game starts!” — Glenn Murray

    "เขายืนนิ่งๆ อยู่ตรงเส้นกลางสนาม แล้วดูคู่แข่งอบอุ่นร่างกาย ครั้งแรกที่คุณเจอเรื่องแบบนั้นแล้วน่ะมันก็ทำให้คุณรู้สึกปั่นป่วนมากๆ เพราะคุณจะคิดประมาณว่า -เขาทำอะไรฟะ ? เขาไม่ได้ดูทีมตัวเองอบอุ่นร่างกายด้วยซ้ำ เขามาดูเราเนี่ยนะ- เขาไม่ละสายตาเลย เขายืนดูอยู่อย่างนั้นไปจนจบ (ช่วงอบอุ่นร่างกาย)"

    ด้าน ดาร์เรน เบนท์ อดีตหัวหอกชาวอังกฤษที่เคยดวลกับ ลิเวอร์พูล ในยุคของ คล็อปป์ เผยว่าตนก็เคยรู้สึกแบบเดียวกับ มาร์รี่ย์ เหมือนกัน "มันตลกดีนะที่ เกล็นน์ พูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะตอนที่ผมอยู่กับ ดาร์บี้ น่ะ เราก็เคยเจอกับ ลิเวอร์พูล ในเกมฟุตบอลถ้วย ตอนนั้นเราอบอุ่นร่างกายกันอยู่และเขา (คล็อปป์) ก็ทำแบบเดียวกันนี้เลย เขายืนอยู่ตรงกลางสนามแล้วดูเราอบอุ่นร่างกาย มันทำให้ ไนเจล เพียร์สัน กุนซือของเราในตอนนั้นถามขึ้นมาเลยว่า -นี่เกิดอะไรขึ้นกันน่ะ ?- เขาเดินไปหา เจอร์เก้น คล็อปป์ แล้วถามว่า -ทุกอย่างโอเคไหม ?- ซึ่ง คล็อปป์ ก็ตอบกลับมาว่า -โอเคดี โอเค โอเคเลย- แล้วจากนั้นก็วิ่งเหยาะๆ กลับไป"

สื่อดังยัน “ติอาโก้” บรรลุสัญญาหงส์4ปี ลาเพื่อนเก่า-หาบ้านใหม่แล้ว

เหยี่ยวข่าววงในเผย แผนการ ลิเวอร์พูล ดึง ติอาโก้ อัลกันตาร่า มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ คืบหน้าจนใกล้เป็ยจริงเต็มที่ หลังคุยสัญญาส่วนตัวเรียบร้อย ขณะที่เจ้าตัวได้บอกลาเพื่อนร่วมทีม บาเยิร์น และมองหาบ้านในเมอร์ซี่ไซด์แล้ว เหลือรอให้สองสโมสรตกลงค่าตัวกันให้ได้เท่านั้น
           โมฮาเหม็ด บูฮาฟซี่ นักข่าวของหนังสือพิมพ์ อาร์เอ็มซี สปอร์ต สื่อฝรั่งเศส รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลาง บาเยิร์น มิวนิค ขยับเข้าใกล้ที่จะย้ายไปเล่นให้ ลิเวอร์พูล หลังนักเตะตกลงสัญญา 4 ปี กับ "หงส์แดง" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

       นอกจากนั้น มิดฟิลด์สแปนิช วัย 29 ปี ยังมาหาบ้านในแถบเมอร์ซี่ไซด์ รวมทั้งบอกลาเพื่อนร่วมสังกัดแล้วด้วย ส่งผลให้ในเวลานี้เหลือแค่การเจรจาเรื่องค่าตัวระหว่าง "หงส์แดง" กับ "เสือใต้" ให้ลงตัวเท่านั้น หลัง บาเยิร์น ต้องการได้ในระดับ 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,200 ล้านบาท)

     ด้าน คริสเตียน ฟอล์ค นักข่าวของ บิลด์ สื่อเยอรมัน ยืนยันว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ต้องการได้ ติอาโก้ ไปร่วมทีม ส่วน ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ "เสือใต้" ยอมรับว่า นักเตะต้องการพบกับความท้าทายใหม่ และตามเห็นของตัวเองก็เชื่อว่า จะย้ายไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก 

     ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมร่วมวงชิงตัว ติอาโก้ แต่ บิลด์ ฟันธงว่า ดาวเตะแดนกระทิง ต้องการที่จะย้ายไปค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ เพื่อร่วมงานกับ คล็อปป์ เท่านั้น

ใครนะ!โดน”ดีทมาร์ ฮามันน์”ไล่ให้กลับไทยไปทำนา

อดีตนักเตะดังอย่าง ดีทมาร์ ฮามันน์ เคยบอกให้นักเตะไทย รายหนึ่งไปทำนาดีกว่าหากเล่นฟุตบอลได้แค่นี้ !
   
นักเตะคนนั้นไม่ใช่ใคร เขาคือ "เจ้าคาร์" เกียรติประวุฒิ สายแวว นั่นเอง อดีตกองกลาง ดีกรีทีมชาติ เยอรมัน ที่เคยค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค , นิวคาสเซิล , ลิเวอร์พูล , โบลตัน ฯ , มิลตัน คีนส์ ดอน  ไล่ให้"เจ้าคาร์" กลับมาทำนาที่เมืองไทยมาแล้ว เมื่อตอนที่ "เจ้าคาร์" ไปร่วมซ้อมกับทีม "เรือใบสีฟ้า " แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่นเอง

    ย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมา สมัยที่ ทีม "เรือใบสีฟ้า " มีเจ้าของทีมเป็นคนไทย อย่าง อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง

    ห้วงเวลานั้น อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ได้ให้โอกาส 3 นักเตะไทยไปฝึกลูกหนังกับ ทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้ง 3 คนคือ "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา อดีตแข้ง เอสซีจี เมืองทองฯที่ ค้าแข้งอยู่กับ ชิมิสึ เอสพัลส์ ในเจลีก ขณะนี้ , สุรีย์ สุขะ อดีตแข้งดัง ชลบุรีฯ ที่ตอนนี้เล่นกับ สิงห์ระฆังทอง และอีกรายก็คือ "เจ้าคาร์" เกียรติประวุฒิ สายแวว นักเตะจากเมืองดอกบัว จ.อุบลฯ ที่ตอนนั้นเล่นกับ "ฉลามชล" นั่นเอง

    ปัจจุบันในวัย 34 ปี "เจ้าคาร์" อำลา การเป็นนักเตะไปแล้ว ตั้งแต่ตอนอายุ 32 ปีด้วยซ้ำไป โดยกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด จ.อุบลราชธานี ทีมสุดท้ายที่ เขาเล่นคือ โปลิศ เทโรฯ แต่ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรัง บริเวณ หมอนรองกระดูกหัวเข่าขวา อักเสบ เลยทำให้เขาไม่สามารถไปต่อในฐานะพ่อค้าแข้งได้

    ปูมหลังของ "เจ้าคาร์" เขาเรียน มัธยมศึกษาตอนต้นที่ โรงเรียนศรีประทุมพิทยาคม บ้านเกิด แต่ สถาบันการศึกษาที่ทำให้"เจ้าคาร์"ได้เดินสู่การเป็นพ่อค้าแข้งจริงจังก็คือ โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จ.ชลบุรี ที่เป็นแหล่งผลิตนักเตะให้"ฉลามชล" และหลายๆทีมในเครือเมืองชล ต่อจากอสช.ศรีราชา  นั่นเอง ที่เขามาเรียนระดับม.ปลายที่นี่และก้าวเป็นนักเตะอาชีพเต็มตัวในที่สุด ก่อนจบปริญญาตรี ม.กรุงเทพธนบุรี

    ด้านการรับใช้ชาตินั้น "เจ้าคาร์" เริ่มต้นติดธงหนแรกชุด ยช. 16 ปี ที่ มี"โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล ทำทีม  ตอนเรียน ม.4 นักเตะชุดนั้นมี เจษฎากรณ์ เหมแดง , ภานุวัฒน์ จินตะ , อาทิตย์ สุนทรพิธ อดีตเพื่อนร่วมทีม"ฉลามชล"

    จากนั้นติดยช.19 ปี ที่มี"โค้ชหรั่ง"ชาญวิทย์ ผลชีวิน คุมทัพ ก่อนจะติดทีมชุดปรีโอลิมปิก และติดธงชุดใหญ่หนแรกในวัยแค่ 19 ปีเคยเล่นกับรุ่นพี่อย่าง "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง , ธชตะวัน ศรีปาน ในศึกอช.คัพ เมื่อปี คศ. 2007 , คัดเลือกฟุตบอลโลก ก็เคยติดมาแล้ว

    "เจ้าคาร์"  เล่นซีเกมส์ 3 ครั้ง ได้แชมป์  2 สมัยที่ ฟิลิปปินส์ และไทย อีกครั้งก็คือ ที่ ลาว 

    เมื่อปี ค.ศ. 2008 หรือเมื่อราว 12 ปีที่แล้ว แม้จะไม่สามารถฝ่ากำแพงสู่การเป็นนักเตะอาชีพในลีกดังอย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษได้แต่ก็ทั้ง 3 รายได้รับการส่งต่อโดย "เจ้ามุ้ย" กับ สุรีย์ ถูกส่งไปซ้อมกับ กลาส ฮอปเปอร์ ซูริค ทีมดังลีกสวิตเซอร์แลนด์ ส่วน "เจ้าคาร์" ได้ไปซ้อมกับ คลับ บรูซ ของเบลเยียม โดย"เจ้าคาร์" หอบเงินกลับมาราว 4 ล้านบาท ในครั้งนั้น

    "เจ้าคาร์" เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่ เขาโดน ดีทมาร์ ฮามันน์ ไล่ให้กลับไทยมาทำนา ประมาณ ว่า เล่นฟุตบอลเหมือนควาย นั้นเกิดตอนที่ผมซ้อมกับ แมนฯซิตี้ มีจังหวะหนึ่งที่ผมส่งบอลผิดจังหวะไปให้ ดีทมาร์ ฮาร์มันน์ แบบส่งบอลเสียเลยทำให้ นักเตะเยอรมัน รายนี้อารมณ์เสียของขึ้น 555 พี่แกเลยด่าใส่ผม แต่ผมไม่โกรธนะครับ เพราะเราส่งบอลให้เขาไม่ดีจริงๆ"

    เส้นทางลูกหนังของ"เจ้าคาร์" นั้นเขาเล่นกับ ชลบุรีฯ ตั้งแต่อายุ 15-27 ปี จากนั้น ไปอยู่กับ "กว่างโซ้ง" สิงห์เชียงรายฯ 3 ฤดูกาลครึ่ง และกลับมาอยู่กับชลบุรีฯ 6 เดือนในเลกสองฤดูกาล พ.ศ. 2560  และ โปลิศเทโรฯ ที่ไม่ได้ลงเล่นแม้แต่เกมเดียว กระทั่ง ล่าสุดอยู่กับ โปลิศ เทโรฯ แต่ไม่ได้ลงเล่นแม้แต่นัดเดียว

    วันนี้ชีวิตของ"เจ้าคาร์ "มีความสุขดี มีทรัพย์สินเป็นที่ดิน 30 ไร่ ซึ่ง 25 ไร่เป็นที่นา อีก 5 ไร่ เป็นที่ติดถนน คิดมูลค่าทั้งหมดก็น่าจะตัวเลขหลายล้านบาท

    "เจ้าคาร์" ร่วมกับ พี่ชาย ประวุฒินันท์ สายแวว นักเตะรุ่นเดียวกับธีรศิลป์ แดงดา ที่จบการศึกษาจากม.มหิดล และเป็นโค้ชดีกรี ซีไลน์เซนส์ เอเอฟซี โดยอะคาเดมี่ที่ใช้ชื่อเขาเอง ว่า เกียรติประวุฒิ อะคาเดมี่ ตั้งอยู่อ.เมือง จ.อุบลฯที่สนาม ทูเดย์ สเตเดี้ยม อยู่ข้างๆ แมคโคร อุบลฯ ใครสนใจติดต่อไปได้ที่ เบอร์ 082-2026168 หรือเฟสบุ๊ค เกียรติประวุฒิ อคาเดมี่

 

เดอะค็อปขนลุก! “คล็อปป์” ย้ำชัดแผนเดิมพัก1ปี

 

เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ลิเวอร์พูล ย้ำชัดแผนเดิมว่าจะลาวงการฟุตบอลอย่างน้อย 1 ปีเมื่อหมดสัญญากับ "หงส์แดง" ระบุช่วงเวลาที่ห่างจากเกมลูกหนังจะคิดทบทวนว่ายังต้องการคุมทีมอีกหรือไม่ ถ้าหากคำตอบว่าไม่ ก็ขอโบกมือลาถาวร

               เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤา ออกโรงยืนยันเกี่ยวกับแผนการที่จะพักจากวงการฟุตบอลเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี หลังจากที่หมดสัญญาปัจจุบันในถิ่นแอนฟิลด์

              นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช สลัดน้ำหมึกขยายสัญญากับ แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 ไปจนถึงปี 2024 เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวยอมรับว่าหากหมดสัญญากับ "เดอะ เร้ดส์" แล้วอาจจะหยุดพักจากวงการลูกหนังเพื่อไปพักผ่อนอย่างเต็มที่ และเป็นการชาร์จพลังไปในตัว

              จากคำถามที่ว่าแผนการที่เขาเคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ เรื่องนี้ คล็อปป์ ย้ำชัดอีกรอบว่าทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง "ผมจะขอพัก 1 ปีจากนั้นผมจะลองถามตัวเองว่าผมยังคิดถึงฟุตบอลหรือไม่ ถ้าผมไม่คิดถึงแล้ว นั่นคงจะเป็นการจบอาชีพโค้ชของเจอร์เก้น คล็อปป์ ถ้าวันหนึ่งผมไม่ได้เป็นโค้ช มีสิ่งหนึ่งที่ผมจะไม่คิดถึงเลย นั่นก็คือความตึงเครียดอย่างรุนแรงเฉียบพลันก่อนเกม"

               ส่วนในเรื่องการป้องกันแชมป์ในฤดูกาล 2020/2021 คล็อปป์ ยืนยันว่าตนและลูกทีมพร้อมเต็มที่ โดยทุกๆ คนมีแรงกระตุ้นเต็มเกี่ยวที่จะนำ "หงส์แดง" ครองความยิ่งใหญ่ต่อไป "ทุกๆ คนในสโมสรเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นสำหรับฤดูกาลใหม่ เราอยากที่จะทำให้ดียิ่งกว่านี้ เราไม่ได้คิดเรื่องป้องกันแชมป์ เราอยากได้แชมป์ใหม่ เราเพิ่งจะเริ่มต้นชัยชนะเท่านั้น"

ซึ้งนำตาคลอเบ้า! “ซิลบา” โพสต์อำลาเรือ,แฟนบอล

 

ดาบิด ซิลบา มิดฟิลด์ใหม่แกะกล่อง เรอัล โซเซียดาด โพสต์ข้อความสุดซึ้งเพื่อเป็นการกล่าวชื่นชม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแฟนบอล "เรือใบสีฟ้า" หลังจากที่ยุติช่วงเวลา 1 ทศวรรษกับชีวิตพ่อค้าแข้งกับต้นสังกัดเดิม พร้อมระบุจะขอเป็นสาวกของทีมไปตลอด และในหัวใจจะไม่มีวันลืมสโมสรแห่งนี้เลย

             ดาบิด ซิลบา จอมทัพมากประสบการณ์ โพสต์ข้อความสุดซึ้งเพื่อเป็นการกล่าวยกย่องสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแฟนบอลทัพ "เรือใบสีฟ้า" หลังจากที่นักเตะหมดสัญญากับต้นสังกัด และตัดสินใจยุติช่วงเวลาที่แสนยิ่งใหญ่ตลอด 10 ปีกับทีม

            ดาวเตะชาวสแปนิช ประสบความสำเร็จมากมายมหาศาลกับ แมนฯ ซิตี้ รวมไปถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 4 สมัย โดยแมตช์สุดท้ายที่ ซิลบา ลงเล่นให้กับทีมก็คือเกมที่พวกเขาแพ้ "โอแอล" โอลิมปิก ลียง 1-3 ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

เลิกล่าซานโช่!อดีตผู้ช่วยป๋าชี้เป้าแข้งที่แมนยูควรซิวร่วมทีม

 

สตีฟ แม็คคลาเรน ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะเลิกจริงจังในภารกิจล่า เจดอน ซานโช่ ปีกตัวจี๊ดของ ดอร์ทมุนด์ แล้วไปเอา เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ หัวหอกเพื่อนร่วมทีมของ ซานโช่ มาร่วมทัพให้ได้ ชี้ ตอนนี้ "ปีศาจแดง" กำลังขาดกองหน้าตัวเป้าที่จบสกอร์เก่งๆ และ ฮาแลนด์ ก็เหมาะกับบทบาทนั้น

สตีฟ แม็คคลาเรน กุนซือว่างงานชาวอังกฤษ แสดงความเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ควรจะพยายามคว้าตัว เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพให้ได้มากกว่า เจดอน ซานโช่ ซะอีก

 "ปีศาจแดง" มีข่าวกับ ซานโช่ อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมของพวกเขายังต้องการทำให้เกมริมเส้นมีความดุดันมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะหมดหวังในการล่าตัว ซานโช่ แล้ว หลังจากที่ผู้บริหารของ ดอร์ทมุนด์ ให้สัมภาษณ์อย่างต่อเนื่องว่าอดีตลูกหม้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะยังอยู่กับทีมต่อไปในฤดูกาล 2020-21

 แม็คคลาเรน ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เผยว่า "4 แนวรุกของพวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ต่างก็เป็นคนที่เร็วมากๆ พวกเขามีฝีเท้าที่น่าตื่นตาตื่นใจ และสร้างปัญหาให้คู่แข่งได้หลายอย่าง มาร์กซิยาล เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม แต่เวลาถึงเกมใหญ่ๆ แล้วนั้นเขากลับไม่เคยสวมบทจอมทำประตูที่แท้จริงได้เลยในจังหวะที่ถือว่าสำคัญต่อเกมมากๆ พวกเขาต้องการนักเตะชั้นยอดในตำแหน่งนั้น (กองหน้าตัวเป้า)"

"ผมไม่คิดว่า (โรเมลู) ลูกากู เหมาะกับแนวทางการเล่นในตอนนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แล้ว (ตอบโต้เรื่องที่คนบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คิดผิดที่ขาย ลูกากู) เพราะตอนนี้พวกเขาเล่นแบบวิ่งไล่กดดันสูง และผมคิดว่าพวกเขาควรจะต้องเล่นแบบนั้นให้ได้"

 "ผู้จัดการทีมจะทำอะไรไม่ได้เลยหากสโมสรไม่หนุนหลังเขาและไม่ดึงนักเตะอย่าง ฮาแลนด์ มาร่วมทัพ เขาจะเป็นคนที่เข้ากับทีมอย่างสมบูรณ์แบบ ผมได้เห็นฟอร์มของเขาที่ ดอร์ทมุนด์ และเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งที่เพิ่งมีอายุเพียง 20 ปี ลองจินตนาการดูสิว่าถ้ามีนักเตะแบบเขาอยู่ในทีม แมนฯ ยูไนเต็ด มันจะเป็นยังไง มันจะลงล็อกเลยล่ะ"

    "ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ห่างชั้นจากทีมอื่นๆ แบบไกลคนละโลก แต่พวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินกับการเสริมทัพและดึงนักเตะที่เหมาะสมมาร่วมทีม ผมเห็น เจดอน ซานโช่ เล่นให้ ดอร์ทมุนด์ มาแล้วหลายนัด จริงอยู่ว่าเขาเป็นนักเตะที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ แต่เขามีสไตล์คล้ายกับ มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด นิดหน่อย มันทำให้ผมสงสัยว่าพวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ต้องการนักเตะแบบนั้นจริงๆ งั้นเหรอ ?"

    "เขา (ซานโช่) ไม่ใช่นักเตะประเภทกองหน้าตัวเป้าหมายเลข 9 มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด ก็ไม่ใช่นักเตะแบบนั้นเหมือนกัน คุณจำเป็นต้องมีนักเตะประเภทเพชฌฆาตในกรอบเขตโทษ, พวกที่จบสกอร์เก่งแบบนักเตะหมายเลข 9 และพวกเขาก็จำเป็นต้องหานักเตะแบบนั้นให้เจอโดยเร็วด้วย"

    "ใช่ ซานโช่ จะทำให้ขุมกำลังของพวกเขาดีขึ้นได้ แต่การที่จะชนะเกมใหญ่ๆ และได้แชมป์มาครองน่ะ คุณจำเป็นต้องมีนักเตะประเภทหมายเลข 9 อยู่ในทีม และต้องมีเซนเตอร์แบ็กที่เก่งๆ 2 คนด้วย ฮาแลนด์ จะเป็นการเสริมทัพที่สมบูรณ์แบบ เขาเป็นกองหน้าฝีเท้าดีที่อายุยังน้อย, เป็นนักเตะประเภทหมายเลข 9 ที่รับมือกับแรงกดดันได้ นักเตะแบบนี้น่ะหาได้ยากมากๆ ส่วนรายของ แฮร์รี่ เคน นั้น คำถามคือพวกเขาจะดึงเขามาจาก ท็อตแน่ม ได้รึเปล่า ? ผมไม่มั่นใจว่าพวกเขาจะทำอย่างนั้นได้ แต่พวกเขาต้องการนักเตะประเภทนั้นอย่างมาก"

หงส์เล็กไป! “ชาบี” ลั่นคุมเฉพาะทีมใหญ่ในพรีเมียร์ฯ

ชาบี เอร์นานเดซ กุนซือ อัลซาดด์ เปิดใจหากมีโอกาสได้เลือกกุมบังเหียนสโมสรในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี งานนี้เจ้าตัวลั่นจะขอคุมทีมยักษ์ใหญ่เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล หรือ เชลซี เป็นต้น แต่ไร้ชื่อ ลิเวอร์พูล แชมป์ลีกซีซั่นปัจจุบัน
               ชาบี เอร์นานเดซ ตำนานห้องเครื่อง "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ซึ่งปัจจุบันกุมบังเหียน อัล ซาดด์  ทีมดังในลีกกาตาร์ เปิดเผยถึงสโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่อยากไปคุมทัพ โดยงานนี้ไม่มีแม้แต่เงาของทัพ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อยู่ในความคิดของเจ้าตัวเลย

              อดีตแข้งดังชาวสแปนิช ที่ประสบความสำเร็จมากมายกับ บาร์ซ่า และทีมชาติสเปน ตกเป็นข่าวว่าเป็นหนึ่งในกุนซือที่มีโอกาสจะนั่งเก้าอี้นายใหญ่ยอดทีมแห่งถิ่นคัมป์ นู ที่ล่าสุดเพิ่งจะเจ็บช้ำระกำใจจากการแพ้ยับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค 2-8 ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นปัจจุบัน

              ส่วนในกรณีที่มีการตั้งคำถามว่าหากจะมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเขาอยากที่จะคุมทัพสโมสรไหน งานนี้ ชาบี ให้ความเห็นที่น่าสนใจมากๆ ว่า "แน่นอนว่าถ้าผมต้องเลือก ผมจะเลือกทีมยักษ์ใหญ่ อย่าง ซิตี้ หรือ ยูไนเต็ด, เชลซี, อาร์เซน่อล หรือท็อตแน่ม ทั้ง (เจอร์เก้น) คล็อปป์ และ (เมาริซิโอ) โปเช็ตติโน่ และ อูไน เอเมรี่ แล้วก็อีกหลายๆคนที่เคยไปทำงานที่นั่น (ประเทศอังกฤษ) ก็สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมเอาไว้"

              ขณะเดียวกัน ชาบี ยังได้กล่าวยกย่อง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือรุ่นพี่ที่สร้างผลงานชั้นยอดเอาไว้กับหลายๆ สโมสรที่ไปคุมทัพ โดยล่าสุดรั้งบังเหียน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ "เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นโค้ชที่เก่งที่สุดในโลก และผมแค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น การเปรียบเทียบอาจจะทำได้สมัยเป็นนักเตะ แต่ตอนนี้เราไม่ควรเปรียบเทียบกัน"

              "ผมรักสไตล์การเล่นฟุตบอลในแบบ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุณสามารถเอาชนะการเล่นฟุตบอลในแนวทางที่แตกต่าง แต่ผมชื่นชอบการเล่นของ ซิตี้ และ กวาร์ดิโอล่า มากๆ ผมเฝ้าติดตามศึกพรีเมียร์ลีก บ่อยมาก และผมก็ชอบมันจริงๆ" ตำนานทีมชาติสเปน ระบุ