แฟนผีเตรียมเฮ!ดอร์ทมุนด์ตกลงขาย “ซานโช” ให้แมนยูแล้ว

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขยิบใกล้เข้าไปทุกทีแล้ว สำหรับการคว้าตัว เจดอน ซานโช ปีกจอมพลิ้ว โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หลังล่าสุดมีข่าว "เสือเหลือง" ตกลงขายให้เรียบร้อย ด้วยค่าตัวเบื้องต้นมากกว่า 2,000 ล้านบาท

     โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ได้ตกลงขาย เจดอน ซานโช ปีกตัวเก่งของทีม ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เรียบร้อย ที่ค่าตัวเบื้องต้น 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,400 ล้านบาท) ตามรายงานจาก ดิ อินดีเพนเดนท์ สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

     เป็นที่ทราบกันดีว่า ดอร์ทมุนด์ ตั้งค่าหัว ซานโช ไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) และไม่มีทีท่าที่จะยอมหั่นราคาลง ทว่าล่าสุด ดิ อินดีเพนเดนท์ ระบุว่า "เสือเหลือง" เริ่มใจอ่อน โดยตกลงปล่อย ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 20 ปี ให้ "ปีศาจแดง" เรียบร้อย ที่ราคาขั้นต้น 60 ล้านปอนด์ ส่วนที่เหลือนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะค่อยๆ ทยอยจ่ายจนครบในภายหลังตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ 

     ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด และ ดอร์ทมุนด์ ต่างต้องการให้ได้บทสรุปดีลนี้โดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ "เสือเหลือง" ที่มีคิวกลับมาซ้อมในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ เพื่อเตรียมตัวสู้ศึกฤดูกาล 2020/21 และเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีข่าวว่า พวกเขาเริ่มมองหาแข้งใหม่ที่จะเข้ามาแทน ซานโช แล้ว โดยล็อกเป้าไปที่ เมมฟิส เดอปาย กองหน้าชาวดัตช์ของ โอลิมปิก ลียง

4ทางเลือกแทน’ปาวาร์’ของเสือใต้

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ของ บาเยิร์น มิวนิค ยังมีการบ้านต้องทำสำหรับการลงทำศึกแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงเดือนสิงหาคมนี้โดยเฉพาะการเลือกตัวแทนของ แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ แบ็กขวาชาวฝรั่งเศสที่บาดเจ็บจากการฝึกซ้อม

บาเยิร์น มิวนิค พบข่าวร้ายจากการสูญเสียแบ็กขวาตัวจริง แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ ซึ่งบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าซ้ายจากการฝึกซ้อมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและกองหลังวัย 24 ปีจะต้องพักอย่างน้อย 3 สัปดาห์

ปาวาร์ แบ็กขวาดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 เขามีส่วนสำคัญต่อการนำทีมยักษ์ใหญ่แคว้นบาวาเรียคว้า ‘ดับเบิ้ลแชมป์’ ซีซั่นที่ผ่านมา หลังการคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกาสมัยที่ 30 ของสโมสร ซึ่งเป็นการฟาดแชมป์ลีกเมืองเบียร์ 8 ปีติดต่อกัน ก่อนสอยแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล สมัยที่ 20 ด้วย

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ทีมเสือใต้ปล่อยลูกทีมพักหลังเกมชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 ในนัดชิงชนะเลิศของศึก เดเอฟเบ โพคาล เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมาเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายราว 2 สัปดาห์ก่อนเรียกระดมพลเตรียมพร้อมสำหรับการลงทำศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงเดือนสิงหาคมนี้

ก่อน ฟลิค จะได้รับข่าวร้ายจากการเดี้ยงของ ปาวาร์ หลังแบ็กชาวฝรั่งเศสบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าซ้ายจากการฝึกซ้อมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การบาดเจ็บดังกล่าวทำให้แบ็กวัย 24 ปีต้องพักประมาณ 3 สัปดาห์ นั่นเป็นการบ้านของ ฮันซี่ ฟลิค ที่ต้องหาตัวแทนลงประจำการแบ็กขวาสำหรับการลงทำศึกแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงเดือนหน้า

สำหรับการลงเล่นรอบ 16 ทีม นัดสอง ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจสำหรับเทรนเนอร์ทีมเสือใต้มากนัก หลัง บาเยิร์น มิวนิค บุกขย่ม เชลซี ถึงถิ่นมาด้วยสกอร์ 3-0

ทว่าความกังวลน่าจะอยู่ที่การลงเล่นรอบควอเตอร์ไฟนัลมากกว่า เนื่องจากมีแนวโน้มสูงว่าทีมเสือใต้จะเผชิญหน้ากับของแข็งอย่าง บาร์เซโลน่า ถ้าหากฟ้าไม่ผ่ากลาง ‘คัมป์ นู’ จนทำให้ทัพอาซูลกราน่าร่วงตกรอบไปซะก่อนในการลงเล่นกับ นาโปลี รอบ 16 ทีม นัดสอง ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ จากนั้นยักษ์ใหญ่แคว้นกาตาลุนย่าจะไปตามนัดกับทีมเบิ้มจากแคว้นบาวาเรียที่กรุงลิสบอนในวันที่ 14 สิงหาคม

ดังนั้น ฮันซี่ ฟลิค จึงมีเวลาซักซ้อมเตรียมความพร้อมสำหรับเกมสำคัญพอสมควรโดยเฉพาะการเลือกเฟ้นนักเตะที่จะลงเล่นตำแหน่งแบ็กขวาแทน ปาวาร์ ซึ่งเทรนเนอร์วัย 55 ปีมี 4 ตัวเลือกพร้อมใช้งาน ส่วนมีใครกันบ้างไปดูกันครับ

1.โยชัว คิมมิค
 คิมมิค ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับตำแหน่งแบ็กขวาและจะเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับ ฮันซี่ ฟลิค เนื่องจากกองหลังวัย 25 ปีเป็นแบ็กขวาเบอร์หนึ่งของทีมชาติเยอรมันและทัพเสือใต้ ก่อน ฟลิค จะตัดแต่งพันธุกรรมปรับมาเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับเหมือนกับที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยขยับ ฟิลิปป์ ลาห์ม จากแบ็กขวาสู่มิดฟิลด์ตัวกลางและประสบความสำเร็จด้วยดี

 ชัดเจนว่า คิมมิค คุ้นเคยกับการเล่นตำแหน่งดังกล่าวและเป็นตัวทดแทนที่สมบูรณ์แบบของ ปาวาร์ ในบรรดาตัวเลือกทั้งหมด หลังแบ็กชาวฝรั่งเศสทำ 4 ประตูและอีกหลายแอสซิสต์จากการลงเล่นฤดูกาลที่ผ่านมา จุดแข็งของ คิมมิค คือการรักษาตำแหน่งดีและยังช่วยเติมเกมรุกทางกราบขวาถึงกรอบเขตโทษคู่แข่งแบบสม่ำเสมอ แรงดีไม่มีตก โดยมีผลงานฐานะกองหลังที่เคยทำถึง 13 แอสซิสต์บนเวทีบุนเดสลีกาซีซั่น 2018-2019

 ดังนั้น คิมมิค จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับ ฮันซี่ ฟลิค โดยเฉพาะแมตช์ดวลกับ บาร์เซโลน่า ที่เกมป้องกันฝั่งขวาของทีมเสือใต้จะต้องมีหน้าที่รับมือกับ ลิโอเนล เมสซี่ ซุปตาร์ของทัพอาซูลกราน่าโดยตรง

ทว่า คิมมิค ถูกปรับบทบาทไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ด้วยการลงเล่นตำแหน่งดังกล่าว 34 จากการลงเล่นทุกรายการซีซั่นล่าสุด 47 เกม แข้งวัย 25 ปียังชื่นชอบกับบทบาทใหม่ด้วยและยังได้พัฒนาความเข้าใจกับเพื่อนร่วมทีมทั้ง เลออน โกเร็ตซ์ก้า กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า เป็นอย่างดีด้วย

 อย่างไรก็ตาม ฮันซี่ ฟลิค ไม่ใช่เทรนเนอร์ประเภทที่ชอบปรับหลายตำแหน่งพร้อมกัน ถ้าหากเขาเลือกถอย คิมมิค กลับไปเล่นแบ็กขวา เขาก็ต้องหานักเตะคนอื่นที่จะมาเล่นมิดฟิลด์ตัวรับ ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อทีม ยกตัวอย่างช่วงที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ บาดเจ็บ เทรนเนอร์ทีมเสือใต้เลือกแก้ปัญหาด้วยการส่ง โยชัว เซิร์คซี่ กองหน้าดาวรุ่งชาวดัตช์ลงเล่นแทนดาวยิงชาวโปล โดยไม่คิดโยก โธมัส มุลเลอร์ หรือ แซร์ช นาบรี้ มาเล่นตำแหน่งของ เลวานดอฟสกี้ เพื่อรักษาความเข้าใจระหว่างนักเตะและระบบขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติ

 คิมมิค อาจเป็นผู้เล่นที่พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอีกระดับ กองหลังวัย 25 ปีเป็นนักเตะที่เก่งขึ้นกว่าเดิมแบบไม่มีข้อสงสัย แต่เขาอาจไม่ใช่ผู้เล่นที่เหมาะกับตำแหน่งแบ็กขวาในยุคของ ฮันซี่ ฟลิค

 2.อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่า
 บาเยิร์น มิวนิค ดึง โอดรีโอโซล่า มาจาก เรอัล มาดริด ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นความโชคร้ายของแบ็กขวาชาวสเปนวัย 24 ปีที่ย้ายหนีม้านั่งสำรองในมาดริดมาก้นด้านต่อที่มิวนิค หลังมีโอกาสลงเล่นบุนเดสลีกาแค่ 3 เกม รวมเวลาในสนามเพียง 156 นาทีเท่านั้น

 ‘เราต้องการแบ็คอัพ’ ฮันซี่ ฟลิค เปิดเผยถึงการเซ็นสัญญากับแบ็กชาวสเปนหลังเขาเดินทางมาถึงมิวนิค ‘เขาฝึกซ้อมเป็นอย่างดีและทำทุกอย่างได้ดี มันเป็นเรื่องดีที่จะรู้ว่าคุณมีตัวเลือกและมันเป็นบทบาทที่เขาน้อมรับ เราคุยกันเรื่องนี้ ผมต้องบอกว่าเขามีทัศนคติที่ยอดเยี่ยมและมีความเป็นมืออาชีพมาก ดังนั้นผมจึงแฮปปี้กับเขา’

 โอดรีโอโซล่า ก้มหน้ารับบทบาทสำรองของ ปาวาร์ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก เรอัล มาดริด โดยมีโอกาสลงสนามเพียง 3 นัดตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งเป็นการตอบแทนทัศนคติที่ดีของแบ็กชาวสเปนด้วยการส่งลงเล่นตัวจริงในเกมปิดฤดูกาลนัดที่ 34 กับ โวล์ฟสบวร์ก ทว่าเป็นการลงสนามราวหนึ่งชั่วโมง

‘เขาไม่ได้มีช่วงเวลาที่ง่ายนักในมิวนิค แต่เขามีความมุ่งมั่นอย่างมากในการฝึกซ้อมและเข้าหาทุกอย่างด้วยทัศนคติที่มีความเป็นมืออาชีพมาก’ ฟลิค กล่าวถึงแบ็กขวาชาวสเปน

 ไม่ต้องสงสัยเลยว่า โอดรีโอโซล่า มีคุณภาพฝีเท้าพอที่จะลงทำหน้าที่แทน ปาวาร์ ทว่านักเตะส่วนใหญ่จำเป็นต้องการลงสนาม 2-3 เกม เพื่อค้นหาจังหวะการเล่นของพวกเขา ขณะที่แบ็กวัย 24 ปียังขาดการเล่นในสนามจึงอาจไม่ใช่การเตรียมตัวดีที่สุดสำหรับการแข่งขันรายการสำคัญอย่างแชมเปี้ยนส์ลีกและยังไม่มีนักเตะทีมเสือใต้ลงสนามมาตั้งแต่เกมชิงชนะเลิศของศึก เดเอฟเบ โพคาล กับ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ทีมเสือใต้แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการจัดแมตช์อุ่นเครื่องกับ มาร์กเซย ของฝรั่งเศสในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคมเพื่อเคาะสนิมแข้งก่อนลงบู๊กับ เชลซี ในช่วงสัปดาห์ถัดไป

3.เยโรม บัวเต็ง
 เวลาในการเล่นไม่เป็นปัญหาสำหรับ บัวเต็ง ในซีซั่น 2019-2020 แม้ว่าเขาจะอายุ 31 ปีและลดระดับความสำคัญจากแนวรับคนสำคัญของ บาเยิร์น มิวนิค ในซีซั่น 2018-2019 ก่อนที่เขาจะพิสูจน์ให้เห็นคุณค่าหลังการบาดเจ็บหนักจนต้องพักยาวของ นิคลาส ซือเล่ และ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่ง บัวเต็ง กลับมาลงเล่นตัวจริง 23 เกมนำไปสู่การคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกา 8 ปีติดต่อกันสำเร็จ

 บัวเต็ง ยังได้คำรับเสียงชื่นชมจาก ฮันซี่ ฟลิค จากผลงานที่ผ่านมาของกองหลังวัย 31 ปี ‘เขาแสดงให้เห็นว่าสามารถเล่นได้ในระดับสูงและเขายังเล่นได้ดีมาก’

 อย่างไรก็ตามการลงเล่นตลอดซีซั่น 2019-2020 บัวเต็ง ทำหน้าที่ฐานะเซนเตอร์เท่านั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากองหลังวัย 31 ปีจะไม่สามารถเล่นตำแหน่งแบ็กขวา หลัง บัวเต็ง เคยเล่นตำแหน่งดังกล่าวมาแล้ว 58 เกมตลอดอาชีพของเขา

แน่นอนว่าถ้าเน้นเฉพาะเกมป้องกันคงไม่เป็นปัญหาสำหรับ บัวเต็ง แต่ถ้าหากจะใช้ประโยชน์ในการเติมเกมรุกเหมือนฟูลแบ็กสมัยใหม่ อาจมีเครื่องหมายคำถามสำหรับกองหลังวัย 31 ปี

 สถานะปัจจุบันของ บัวเต็ง คือการเล่นเซนเตอร์คู่กับ ดาวิด อลาบา ซึ่งเป็นปราการหลังตัวกลางคู่แรกในใจของ ฮันซี่ ฟลิค กรณีที่ นิคลาส ซือเล่ ยังไม่พร้อมสำหรับการลงเล่นเต็ม 90 นาที อีกทั้ง บัวเต็ง ที่มีส่วนสูง 6 ฟุต 3 นิ้วยังไม่เหมาะกับการเล่นด้านข้างด้วย ดังนั้นการขยับกองหลังวัย 31 ปีมาเล่นแบ็กขวาแทน ปาวาร์ น่าจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของเทรนเนอร์วัย 55 ปี

4.คริส ริชาร์ดส์
 เด็กหนุ่มวัย 20 ปีเป็นกองหนุนที่ยอดเยี่ยมของ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซีซั่นที่ผ่านมา แม้บทบาทส่วนใหญ่คือการลงเล่นกับ บาเยิร์น สมัครเล่น ในฤดูกาล 2019-2020 ก็ตาม เขาลงเล่น 30 เกมและมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ ลีกาสาม เยอรมัน ซึ่งกองหลังดาวรุ่งชาวมะกันลงเล่นเป็นเซนเตอร์ส่วนใหญ่ แต่ถูกขยับมาเล่นแบ็กขวา 12 เกม

 ฮันซี่ ฟลิค ชื่นชอบเด็กคนนี้มาก โดยเรียก ริชาร์ดส์ เป็น 1 ใน 5 นักเตะจากทีมเยาวชนขึ้นมาฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ไม่เพียงแค่นั้น เทรนเนอร์วัย 55 ปี ยังส่งชื่อแนวรับวัย 20 ปีติดโผชุดใหญ่ครั้งแรกในเกมเยือน แวร์เดอร์ เบรเมน นัดที่ 32 ของซีซั่น แต่เขาเป็นผู้เล่นสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม ก่อนทีมเสือใต้จะบุกคว้าชัยด้วยสกอร์ 1-0

วันที่เด็กหนุ่มจาก แอลาบาม่า รอคอยมาถึงในอีก 3 วันต่อมาหลัง ฮันซี่ ฟลิค ส่งลงสนามแทน ฆาบี มาร์ตีเนซ ช่วง 6 นาทีสุดท้ายของเกมชนะ ไฟร์บวร์ก 3-1 นัดที่ 33 ของฤดูกาล

 ‘นับตั้งแต่พวกเขาลงฝึกซ้อมกับเรา คุณภาพพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง’ ฟลิค พูดถึงเด็กๆ ‘(จามาล) มูเซียล่า และ ริชาร์ดส์ ทั้งคู่ต่างอยู่บนเส้นทางที่ดีมาก ดังนั้นเราจึงให้รางวัลพวกเขาสำหรับการเป็นผู้เล่นสำรองให้พวกเขามีโอกาสเห็นว่าบุนเดสลีกาเป็นอย่างไร พวกเขาทั้งสองคนอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง แต่พวกเขายังมีหนทางอีกยาวไกลและยังต้องทำงานอีกมา ก่อนที่พวกเขาจะสามารถเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค’

จากบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้แสดงความชัดเจนว่า คริส ริชาร์ดส์ ยังไม่พร้อมสำหรับการก้าวขึ้นมาท้าทายเพื่อเป็นตัวแทนของ ปาวาร์ ในตอนนี้ แต่กองหลังวัย 20 ปีน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแนวป้องกันทีมเสือใต้ในอนาคตแน่นอน

 ดังนั้นจาก 4 ตัวเลือกข้างต้นของ ฮันซี่ ฟลิค ถ้าพิจารณาอย่างรอบด้านทั้งข้อดี, ข้อเสีย บวกกับแนวทางการทำงานของเทรนเนอร์วัย 55 ปี คาดว่า อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่า มีโอกาสลงทำหน้าที่แทน แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ มากกว่า 3 คนที่เหลือจึงขึ้นอยู่กับแบ็กชาวสเปนว่าจะฉวยโอกาสได้ดีเพียงใดเท่านั้น

สุขล้นปรี่! “โซลชา” หักหน้านักวิจารณ์นำแมนยูจบที่3

อเล่ กุนนาร์ โซลขา นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สำลักความสุขหลังออกมาชื่นชมลูกทีมที่สู้อย่างเต็มที่จนในที่สุดคว้าอันดับ 3 ได้ตั๋วไปลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ พร้อมชี้เสียงวิจารณ์ต่างๆ ผิดพลาดมหันต์เพราะปรามาสทัพ "ผีแดง" ว่าจะหลุดท็อปโฟร์แต่สุดท้ายจบอันดับดีเกินคาด
    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อดใจไม่ไหวต้องออกมากล่าวแสดงความชื่นชมทัพ "ปีศาจแดง" หลังจบฤดูกาล 2019/2020 ในอันดับ 3 คว้าโควตาไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

    "เร้ด เดวิลส์" บุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ในเกมสุดท้าย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดย โซลชา ซึ่งได้รับการแต่งตั้งกุมบังเหียนถาวรเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว เปิดใจว่า "นี่คือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ผมได้รับงานนี้ และผมเชื่อมั่นในสิ่งที่ผมพยายามทำ"

    "ผมพยายามทำทีมตามแนวทางของผม และนั่นคือหนทางเดียวที่ผมต้องการจะทำให้ได้ นักเตะทำตามในสิ่งที่ผมต้องการ เราสู้ร่วมกันเป็นทีม เราสร้างทีมตามวัฒนธรรมของเรา ผมภาคภูมิใจสำหรับความพยายาม และความมุ่งมั่นกับนักเตะทุกคน"

    บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดจุดโทษให้ทีมขึ้นนำในนาทีที่ 71 จากนั้น เจสซี่ ลินการ์ด ยิงประตูตอกฝาโลงในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โดย โซลชา เผยว่าตนดีใจมากๆ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเสียงวิจารณ์ต่างๆ เป็นเรื่องที่ผิดพลาด เพราะพวกเขาจบในอันดับที่สูงกว่าที่หลายๆ คนคาดคิดเอาไว้

    "การคาดเดาทั้งหมดส่วนใหญ่จะบอกว่าเราต้องจบในอันดับที่ 6 หรือที่ 7 ดังนั้นการจบในอันดับนี้ (อันดับ 3) เป็นเรื่องที่ดีมากๆ เสียงวิจารณ์ต่างๆ ที่ผมได้รับมันทำให้ผมแข็งแกร่ง และเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นในสิ่งที่ผมพยายามทำ ผมได้อ่านเกี่ยวกับเรื่องการคาดการณ์ (อันดับในตารางลีก) มาบ้างในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้"

    "อันดับสามกับทีมชุดนี้ซึ่งเป็นทีมที่สร้างขึ้นใหม่ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับทุกๆ คน แต่ในฤดูกาลหน้าเราต้องพัฒนาอันดับในตารางลีกให้สูงขึ้นไปอีก ดังนั้นเราไม่ควรพอใจเพียงแค่นี้ ในซีซั่นหน้าจะมีบททดสอบที่มากยิ่งขึ้น และเป็นเรื่องท้าทายกับการเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย"

    ขณะเดียวกัน "น้าลูกอม" ยังกล่าวชื่นชม แฟร์นันด์ส ที่ซัดไป 10 ประตูจากทุกรายการทั้งๆ ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา "เขายิงประตูและสร้างโอกาสในการยิงประตูได้เยอะมากๆ เขาเต็มไปด้วยความนิ่ง และยิงจุดโทษได้เยี่ยมจริงๆ"

    ส่วนเรื่องการเสริมทัพเพื่อเตรียมลุย แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้า โซลชา กล่าวว่า "เราได้มีส่วนในการเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง ได้รับเงิน แต่เรื่องนั้นไม่ได้อยู่ในหัวของผม สโมสรรู้ถึงความรู้สึกของผมว่าต้องการอะไร ที่สำคัญเราพยายามที่จะทำให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้"

แลมพาร์ดมันส์มือแน่ !เปิด5แผนการเล่นสุดโหดเชลซีหากได้ฮาแวร์ตซ์

"สิงห์บลูส์" เชลซี ถือเป็นทีมที่น่าจับตามองเหลือเกินสำหรับศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลหน้า เพราะหลังจากที่ได้ ฮาคิม ซิเยค กับ ติโม แวร์เนอร์ มาเสริมทัพเรียบร้อย ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะได้ ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวเด่นของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เพิ่มอีกราย ถึงแม้ตอนนี้ยังไม่มีอะไรยืนยัน แต่ก็ไม่น่าจะพลาด ต่อให้ถูก "ห้างขายยา" โก่งค่าหัวสูงถึง 90 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท) ก็ตาม

    แน่นอนว่า แนวรุกจะกลายเป็นจุดเด่นสำหรับ เชลซี ทันที หากได้ตัว สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี มายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ และนี่คือแผนการเล่น 5 รูปแบบ ที่กุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด สามารถเลือกใช้ไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาล 2020/21 เมื่อมีสามประสาน "ฮาแวร์ตซ์-แวร์เนอร์-ซิเยค" นำทัพ (ข้อมูลจาก The Sun)

 * 4-3-3 *
ถือเป็นระบบการเล่นที่ แลมพาร์ด ชอบใช้อยู่แล้ว โดยจะให้ ฮาแวร์ตซ์ ยืนทางฝั่งขวาแทนที่ วิลเลี่ยน ซึ่งเตรียมอำลาทีม ส่วน แวร์เนอร์ ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ขณะที่ ซิเยค จะคอยสร้างสรรค์เกมจากแผงกองกลางสามตัว ซึ่งอาจจะมีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ระหว่าง จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, รอสส์ บาร์คลี่ย์ และ มาเตโอ โควาซิช

 * 3-5-2 *
มีบ่อยเหมือนกันที่ฤดูกาลนี้ แลมพาร์ด เลือกใช้แผนการเล่นแบบกองหลังสามตัว ซึ่งเหมาะอย่างมากสำหรับ รีซ เจมส์ กับการเล่นเป็นวิงแบ็กฝั่งขวา เช่นเดียวกับ มาร์กอส อลอนโซ่ ทางฝั่งซ้าย ส่วน ซิเยค กับ ฮาแวร์ตซ์ จะยืนเป็นตัวรุกตรงกลาง โดยที่มี ก็องเต้ เป็นตัวรับ ขณะที่ แวร์เนอร์ จะยืนเป็นกองหน้า คู่กับคนใดคนหนึ่งระหว่าง แทมมี่ อับราฮัม และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

 * 4-2-3-1 *
เป็นแผนยอดนิยมในเกมฟุตบอลยุคโมเดิร์น ซึ่งระบบนี้ทำให้แนวรุกมีความยืดหยุ่นสูง โดย แวร์เนอร์ ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ส่วน ซิเยค สามารถเล่นตรงไหนก็ได้ในแผงกองกลางห้าตัว เช่นเดียวกับ ฮาแวร์ตซ์ ที่เล่นได้ทั้งฝั่งซ้ายและขวา ซึ่งนั่นคงสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับทีมคู่แข่งได้ไม่น้อย

 * 4-1-2-1-2 *
แผนการเล่นแบบไดมอนด์ (รูปเพชร) อาจไม่เป็นที่นิยมในวงการฟุตบอลอังกฤษ แต่อาจจะเหมาะสำหรับ เชลซี ก็ได้ เพราะมันก็ดูลงตัวทีเดียว โดย แวร์เนอร์ กับ ฮาแวร์ตซ์ เล่นเป็นกองหน้าร่วมกัน ขณะที่ ซิเยค ยืนเป็นเพลย์เมกเกอร์ ซึ่งเจ้าตัวก็เก่งอยู่แล้วในเรื่องการสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมจบสกอร์

 * 4-3-2-1*
รูปแบบการเล่นทรงต้นคริสต์มาสอาจไม่ค่อยมีใครใช้ แต่ระบบนี้อาจจะช่วย เชลซี ตอบโจทย์เรื่องปัญหาเกมรับ เพราะการยัด เจมส์ เข้าไปในแผงกองกลางน่าจะช่วยสกัดตัวรุกพลิ้วๆ ของทีมคู่แข่งได้ และการส่ง ซิเยค เล่นเป็นตัวริมเส้น ทำให้ ฮาแวร์ตซ์ และ คริสเตียน พูลิซิช สามารถสร้างสรรค์เกมรุกได้อย่างมีอิสระอยู่ข้างหลัง แวร์เนอร์

ผีเล็งแบ็กปอร์โต้,ติอาโก้เลือกหงส์?อัพเดตล่าสุดข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก อย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เริ่มกลับมามีความเคลื่อนไหวในตลาดอีกครั้ง โดยล่าสุดมีข่าวเล็งดึง ปราการหลัง เรอัล เบติส มาเสริมแนวรับ แถมมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับในรายของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ด้วย ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล็อกเป้าไปที่ ฟูลแบ็กจอมบุก ปอร์โต้ และยังมีข่าวกับ อดีตแข้งดัง เอฟเวอร์ตัน ด้วย แต่จะเป็นใครนั้น เรามาหาคำตอบกันจากข้างล่างนี้ได้เลย

 – นาโปลี เตรียมประกาศคว้าตัว วิคเตอร์ โอซิมเฮน หัวหอกดาวดัง ลีลล์ ภายในวันนี้ โดยคาดว่านักเตะจะเซ็นสัญญาร่วมทีมยาวถึงปี 2025 ด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,160 ล้านบาท) (Fabrizio Romano)

 – ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางทักษะสูงของ บาเยิร์น มิวนิค ต้องการที่จะอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า หลังจบฤดูกาลนี้ พร้อมกับมอง ลิเวอร์พูล เป็นสโมสรตัวเลือกแรก ถึงแม้ได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นกันก็ตาม (Abendzeitung)

 – อย่างไรก็ตาม บาเยิร์น จะไม่ยอมปล่อย ติอาโก้ ออกไปในราคาถูกๆ ถึงแม้นักเตะร้องขอย้ายทีมก็ตาม (Metro)
 
 – ขณะเดียวกัน "หงส์แดง" กำลังพิจารณาที่จะออกล่าตัว ไอส์ซ่า ม็องดี้ เซนเตอร์แบ็ก เรอัล เบติส มาเสริมแนวรับ เพื่อทดแทน เดยัน ลอฟเรน ที่เตรียมอำลาถิ่น แอนฟิลด์ หลังจบซีซั่้นนี้ โดยก่อนหน้านี้ ดาวเตะทีมชาติแอลจีเรียวัย 28 ปี เคยมีข่าวเกี่ยวโยงกับ อาร์เซน่อล (Estadio Deportivo)

 – เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเปิดศึกนอกสังเวียนแข้งในการชิงตัว โฮเซ่ ฮิเมเนซ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งของ แอตเลติโก มาดริด มาเสริมแนวรับ (Telegraph)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงมีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว อาเดรียง ราบิโอต์ กองกลางเฟร้นช์แมนของ ยูเวนตุส ขณะที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน ต่างก็กำลังเล็ง มิดฟิลด์วัย 25 ปี อยู่เช่นกัน (Calciomercato)
 
 – นอกจากนี้ "ปีศาจแดง" ยังพยายามที่จะคว้าตัว อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายดาวเด่นของ ปอร์โต้ โดยเชื่อกันว่า ดาวเตะเลือดแซมบ้าวัย 27 ปี มีค่าหัวเพียง 25 ล้านยูโร (ประมาณ 900 ล้านบาท) เท่านั้น เนื่องจากเหลือสัญญากับต้นสังกัดอีกแค่ปีเดียว (Record)

 – ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด หวังเสริมแกร่งในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ พร้อมกับเล็งเด็กเก่า เอฟเวอร์ตัน อย่าง อิดริสซ่า เกย์ ที่ปัจจุบันเล่นอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นเป้าหมายหลัก (Le 10 Sport)

 – ปอร์โต้ พร้อมพิจารณาขาย ดานิโล่ เปเรยร่า กองกลางตัวรับจอมแกร่ง ที่กำลังได้รับความสนใจจาก อาร์เซน่อล ในราคาเพียงแค่ 36 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,440 ล้านบาท) ถึงแม้นักเตะมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 54 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,160 ล้านบาท) ก็ตาม (Jornal de Noticias)

 – แอตเลติโก มาดริด ยืนยันที่จะขาย ยาน โอบลัค ผู้รักษาประตูคนเก่ง ตามค่าฉีกสัญญา 109 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,360 ล้านบาท) เท่านั้น หลัง ยอดนายทวารทีมชาติสโลวีเนียวัย 27 ปี กำลังเป็นที่หมายปองของทั้ง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Daily Mail)

 – บาร์เซโลน่า กำลังมองหาช่องทางที่จะคว้าตัว เอริค การ์เซีย เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งเลือดกระทิงดุของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมช่วงซัมเมอร์นี้ (Sport)

 – นอกจากนี้ บาร์ซ่า ยังหวังปาดหน้าทั้ง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชิงตัว เปา ตอร์เรส เซนเตอร์แบ็ก บียาร์เรอัล มาเสริมแนวรับ โดยเชื่อกันว่า ตอร์เรส มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 50 ล้านยูโร (ประมาณ 1,800 ล้านบาท) (RAC1)

 – บาเลนเซีย มีแผนที่จะคว้าสองแข้งดังในเวที พรีเมียร์ลีก อย่าง เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตู เชลซี และ ดาบิด ซิลบา กองกลางจอมเก๋า ที่กำลังจะหมดสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีม (90min)

 – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังจับตาดูสถานการณ์ของ นิโคโล่ ซานิโอโล่ กองกลางดาวดัง อาแอส โรม่า โดยอาจจะมีการออกล่าตัวมาร่วมทีมในอนาคต (Guardian)

 – เซาธ์แฮมป์ตัน หวังที่จะดึง อดัม ลัลลานา มิดฟิลด์จอมเทคนิค กลับมาร่วมทีม โดย ดาวเตะวัย 32 ปี กำลังจะหมดสัญญาและแยกทางกับ ลิเวอร์พูล หลังจบซีซั่นนี้ (Daily Express)

 

 – นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มีแผนการที่จะเจรจากับ เรอัล มาดริด เพื่อขอยืมตัว ลูก้า โยวิช กองหน้าเลือดเซิร์บ มาใช้งานในฤดูกาลหน้า (Shields Gazette)

 – นอกจากนี้ "สาลิกาดง" ยังเล็ง คัลลั่ม วิลสัน หัวหอก บอร์นมัธ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก หาก "เดอะ เชอร์รี่ส์" ตกชั้น (Express)

 – เบนฟิก้า ล้มแผนล่าตัว เอดินสัน คาวานี่ หัวหอกดาวดังชาวอุรุกวัย หลังจากที่ อดีตดาวยิง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ขอค่าเหนื่อยสูงถึงปีละ 20 ล้านยูโร (ประมาณ 720 ล้านบาท) (A Bola)

6 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้าย

เดินทางมาถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล 2019/20 ความมันส์ยังมีให้ลุ้นคือตั๋วอีก 2 ใบสำหรับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงทีมตกชั้นที่ยังต้องหาอีก 2 ทีมร่วงลงไปเล่นแชมเปี้ยนชิพ

    สำหรับประเด็นก่อนเกมจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง เราคัดมาให้ดูกัน 6 แมตช์ แบบเต็มๆ เน้นๆ

    – อาร์เซน่อล – วัตฟอร์ด
    ในกรณีที่ทีมอันดับ 9 อย่าง เบิร์นลี่ย์ ไม่ชนะ ไบรท์ตัน แล้ว อาร์เซน่อล เก็บชัยได้เหนือ วัตฟอร์ด ก็จะทำให้ "เดอะ กันเนอร์ส" แซงขึ้นไปจบอันดับ 9 ทันที

    อย่างไรก็ตาม วัตฟอร์ด ที่อยู่อันดับ 18 ซึ่งเป็นพื้นที่ตกชั้น ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บชัยชนะหรือต้องทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมีผลการแข่งขันที่ดีกว่า แอสตัน วิลล่า ที่ตอนนี้ทั้งคู่มีแต้มเท่ากัน แต่ผลต่างประตูของ "แตนอาละวาด" เป็นรอง

 

    อาร์เซน่อล ไม่แพ้ใครเกมลีกในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม มาแล้ว 8 เกมติดต่อกัน (ชนะ 6 เสมอ 2) โดยสอยตาข่ายคู่แข่งได้ถึง 18 ลูก และเสียไปแค่ 5 ประตูเท่านั้น

    ส่วนการเจอกับ วัตฟอร์ด ในเกมลีกที่บ้านตัวเอง 6 นัดหลัง "ไอ้ปืนใหญ่" คว้าชัยได้ 5 นัด(แพ้ 1) ซึ่งทุกนัดที่คว้าชัยเป็นการเก็บคลีนชีตได้ทั้งหมด

    วัตฟอร์ด เสียประตูอย่างน้อย 1 ลูกตลอด 9 เกมในลีกหลังสุด และตลอดการเจอกับ อาร์เซน่อล 13 ในเกมลีก พวกเขาเป็นฝ่ายขึ้นนำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น โดยเกิดขึ้นจากประตูของ ยูเนส กาบูล เมื่อเดือนมกราคม ปี 2017 เกมที่ วัตฟอร์ด บุกไปชนะ 2-1

    – เชลซี – วูล์ฟส์
    เชลซี ต้องการแค่แต้มเดียวเท่านั้นเพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้า ส่วน วูล์ฟส์ หมายมั่นที่จะยึดท็อป 6 และไปเล่น ยูโรปา ลีก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

    ในการเจอกับ วูล์ฟส์ ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี ไม่แพ้เลยโดยแบ่งเป็นเก็บชัยได้ 4 และเสมออีก 1

 

    แทมมี่ อับราฮัม ทำสกอร์ได้ตลอด 3 เกมยามที่ เชลซี เจอกับ วูล์ฟส์ โดยซัดได้ถึง 6 ลูก รวมถึง แฮตทริกใส่ได้ในเกมนัดแรกที่ "สิงห์บลูส์" เอาชนะไป 5-2

    นับตั้งแต่ขึ้นชั้นกลับมาเมื่อปี 2018 วูล์ฟส์ ยิงใส่ เชลซี ได้ 5 ลูกจาก 3 เกมที่เจอกันบนลีกสูงสุด ซึ่งมันต่างกกันสิ้นเชิงกับก่อนหน้านี้ 8 นัดที่พวกเขายิงได้แค่ลูกเดียวเท่านั้นในการเจอกับ "สิงห์บลูส์"

    ราอูล ฮิเมเนซ ยิงได้ 17 ประตูในฤดูกาลนี้ ซึ่งประตูเหล่านั้นมีค่าทำให้ วูล์ฟส์ เก็บแต้มเข้ากระเป๋าถึง 19 คะแนน โดยมีถึง 8 เกมที่เขาเป็นผู้ซัดประตูชัยให้กับทีม

    -คริสตัล พาเลซ – สเปอร์ส
    คริสตัล พาเลซ เล่นแบบไม่มีลุ้นอะไรเลยหลังแพ้รวดมา 7 เกม ด้าน สเปอร์ส ยังคงมีลุ้นแซง วูล์ฟส์ ขึ้นไปรั้งอันดับ 6 เพื่อพื้นที่ ยูโรปา ลีก

    ในการเล่นเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่บ้านตัวเอง พาเลซ คว้าชัยชนะได้ตลอด 4 เกมหลังสุด(รวมนัดเพลย์ออฟเลื่อนชั้น)

 

    พาเลซ ของ รอย ฮ็อดจ์สัน กำลังมีโอกาสที่จะกลายเป็นทีมที่ 8 ในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก ที่ตลอดทั้งฤดูกาลไม่มีเกมไหนเลยที่ทำได้มากกว่า 2 ประตู และถ้านัดสุดท้ายพวกเขายังยิงได้ไม่เกิน 2 ประตูอีก พวกเขาก็จะเป็นทีมแรกที่มีสถิติแบบนั้นแต่รอดจากการตกชั้น

    สเปอร์ส เอาชนะ พาเลซ ได้ตลอด 9 เกมหลังสุดและไม่เสียประตูถึง 7 เกมด้วยกัน

    – เลสเตอร์ – แมนยู
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการแค่ 1 คะแนนในเกมนี้เพื่อคว้าตั๋วไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า ขณะที่ เลสเตอร์ มองหาชัยชนะเหนือ "ปีศาจแดง" ในบ้านเกมแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2014 เพื่อโอกาสไปเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่ยุโรป

    เลสเตอร์ เอาชนะ แมนยู ได้แค่ 1 นัดตลอดการเล่นในบ้านตัวเองบนเวทีพรีเมียร์ลีก(เสมอ4 แพ้8)

 

    เจมี่ วาร์ดี้ ยิงให้ เลสเตอร์ ไป 23 ประตูในฤดูกาลนี้ โดยขอแค่อีกประเดียวเดียวก็จะทำสถิติดีที่สุดเทียบเท่าเมื่อฤดูกาล 2015/16

    แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสสูงเหลือเกินที่จะจบท็อปโฟร์ เมื่อมองจากสถิติที่พวกเขาไม่แพ้ "เดอะ ฟ๊อกซ์" เลยตลอด 10 หลังสุดที่เจอกัน (ชนะ 7 เสมอ 3)

    แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เตรียมเป็นผู้เล่นตำแหน่งเอาท์ฟิลด์คนแรกของ "ปีศาจแดง" ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงทุกเกมในศึกพรีเมียร์ลีก ต่อจาก แกรี่ พัลลิสเตอร์ เมื่อซีซั่น 1994/95

    – แมนฯ ซิตี้ – นอริช
    แมนฯ ซิตี้ เล่นในบ้านชนะ นอริช ได้ 3 จาก 4 เกมหลัง(แพ้ 1) โดยสอยตาข่ายไป 16 ลูก

    หาก ราฮีม สเตอร์ลิง ทำประตูได้ จะทำให้เขาเป็นผู้เล่นชาวอังกฤษคนแรกของ ซิตี้ ที่ทำประตูบนเวที พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 20 ลูก

    นอริช แพ้ทุกครั้งที่ตัวเองตกเป็นฝ่ายตามหลัง (26 เกม) ซึ่งพวกเขาจะเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ไม่สามารถเอาแต้มคืนมาได้เลยยามที่โดนยิงนำไปก่อน

    หลังจากที่เอาชนะได้ในเกมแรกที่เจอกันเมื่อเดือนกันยายน นอริช ก็หวังที่จะเก็บชัยเหนือ ซิตี้ แบบเหย้า-เยือนให้ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ซีซั่น 1964/65

    – นิวคาสเซิล – ลิเวอร์พูล
    ลิเวอร์พูล วางเป้าเก็บให้ได้ถึง 99 คะแนน ส่วน นิวคาสเซิล ฟอร์มไม่สู้ดี ไม่ชนะใครมาแล้ว 5 เกมติดต่อกัน

    นิวคาสเซิล เป็นทีมที่เล่นเกมสุดท้ายได้ดีเหลือเชื่อ เมื่อตลอด 5 เกมหลังเอาชนะได้ทั้งหมด โดยมีผลต่างประตูถึง 17-1 อย่างไรก็ตามครั้งสุดท้ายที่พวกเขาแพ้วันปิดฤดูกาลก็คือแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล 1-2 เมื่อซีซั่น 2013/14

 

    จอนโจ้ เชลวี่ย์ เป็นผู้เล่นสาลิกาดงที่ยิงประตูมากสุดในลีกฤดูกาลนี้ที่ 6 ประตู ซึ่งในจุดนี้นับเป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่ที่ คาร์ล คอร์ต และโนลแบร์โต้ โซลาโน่ ทำไว้เมื่อฤดูกาล 2000/01

    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีส่วนร่วมกับประตู 5 ครั้งในการเจอกับ นิวคาสเซิล 4 นัด (4 ประตู 1 แอสซิสต์) ซึ่งแต่ละนัด ดาวยิงอียิปต์ จะทำประตูได้ตลอด

อดีตแมวมองผีเซ็งบอร์ดไม่เชื่อรายงานอดพูลิซิช

ฮอร์เค่ อัลวิอัล เครือข่ายแมวมอง แมนฯ ยูไนเต็ด อดเสียดายแทนสโมสรเก่าไม่หาย ที่เมินรายงานของเขาเรื่องแนะนำซื้อ คริสเตียน พูลิซิช ปีกดาวรุ่งซึ่งขณะนั้นค้าแข้งกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนกลายเป็นว่า เชลซี ปาดหน้าซิวไปด้วยค่าหัว 53 ล้านปอนด์แล้วฟอร์มกำลังร้อนแรง

 ผลงานซีซั่นแรกของดาวเตะมะกันฐานะ ‘สิงห์บลูส์’ ลงสนาม 33 นัดทุกรายการทำไป 10 ประตูและสิบแอสซิสต์ ลุ้นเพิ่มเรคคอร์ดอีกนัดชิงฯ เอฟเอ คัพ ดวล อาร์เซน่อล ( 8 ส.ค.)

 ทั้งนี้ อัลวิอัล ยังเคือง ‘ปีศาจแดง’ ไม่หายเพราะอุตส่าห์แนะนำของดีไป แต่กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อนจนปล่อยเพชรหลุดมือ

 "ผมยังเก็บวิดีโอตอนเขาอายุ 13 ที่พ่อหมอนั่นให้ไว้อยู่เลย กระทั่งส่งต่อไป เชลซี" อดีตแมวมอง แมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวกับ ‘แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์’

"ก็มีโอกาสได้เปิดดูมันหลังจากวันนั้น เห็นว่าสิ่งที่ คริสเตียน ทำไว้เมื่อก่อนมันช่างเหมือนกับในปัจจุบันเลย มันคือการเล่นคุณภาพระดับสูงซึ่งพัฒนาขึ้นไปอีก เด่นกว่าชาวบ้านแต่ไหนแต่ไร"

 "ก็ทราบว่าเจ้าตัวพัฒนาขึ้นอีกหลายด้านที่ ดอร์ทมุนด์ เชื่อว่าจากนี้คือรอเวลาแจ้งเกิดฐานะซูเปอร์สตาร์ เพราะเด็กมันมีของจริงๆ"

 "ผมเชื่อมั่นฝีเท้าหมอนั่น ก็ติดตามใกล้ชิดตลอดถามไถ่ไปยังคุณพ่อของเขา บอกไปว่าเชียร์ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว"

 "พยายามเขียนรายงานไปหลายครั้ง แต่ผลตอบรับเหมือนเดิมคงเพราะเราเป็นเครือข่ายแมวมองจากทวีปอเมริกาเหนือ ส่วนตัวนักเตะเล่นที่เยอรมัน เอาจริงๆเรามีรายชื่อกลุ่มนักเตะเจ๋งๆเพียบคัดเป็นหัวกะทิร่วมกับ อัลฟงโซ่ เดวิส (ของ บาเยิร์น)"

 "เชียร์เช้า เชียร์เย็นให้เซ็นสัญญา พูลิซิช ขณะเดียวกันก็ทราบว่าเครือข่ายแมวมองสายเยอรมันก็ส่งรายงานด้วย"

 "มันไม่ใช่กรณีว่าให้จับตาเด็กคนนี้ แต่มันจริงจังว่าต้องเซ็นหมอนั่นให้ได้"

 แมนฯ ยูไนเต็ด ยุครับรายงานเรื่อง พูลิซิช น่าจะเป็นอดีตผจก.ทีม โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งไม่ปลื้มปั้นเด็กเป็นทุนเดิม

20 แอสซิสต์! ‘เดอ บรอยน์’ทาบสถิติตลอดกาลอองรี

จอมทัพเรือใบสีฟ้าทาบสถิติแอสซิสต์สูงสุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกที่ทำไว้โดย เธียร์รี อองรี หลังจ่ายให้เพื่อนทำอีกประตูในเกมลีกนัดส่งท้ายฤดูกาล
เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ของแมนฯ ซิตี้ ทาบสถิติแอสซิสต์สูงสุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกใน 1 ซีซัน ซึ่งทำไว้โดย เธียร์รี อองรี ตำนานดาวยิงอาร์เซนอล

กองกลางเบลเยียมทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในเกมลีกนัดส่งท้าย เมื่อทำ 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ ช่วยเรือใบสีฟ้าเปิดบ้านไล่ถล่ม นอริช ซิตี้ ที่ตกชั้นไปแล้ว 5-0

นั่นทำให้ดาวเตะวัย 29 ทำแอสซิสต์ในลีกฤดูกาลนี้ไปแล้ว 20 ครั้ง เทียบเท่าสถิติสูงสุดตลอดที่อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสเคยทำไว้ในฤดูกาล 2002-03 ทันที

บาดหมาง?เก็นดูซี่เมินยินดีอาร์เซน่อลคว้าแชมป์เอฟเอ

มัตเตโอ เกนดูซี่ มิดฟิลด์ อาร์เซน่อล จุดประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจากยังไม่โพสต์ยินดีที่ทีมได้แชมป์ เอฟเอ คัพ เลย แถมยังโพสต์ภาพเรื่องการไปเที่ยวของตัวเองแทนอีก
    มัตเตโอ เกนดูซี่ กองกลาง อาร์เซน่อล สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่โพสต์ฉลองที่ต้นสังกัดได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ประจำฤดูกาล 2019-20 เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    เกนดูซี่ ตกเป็นข่าวว่ามีปัญหากับ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมชาวสแปนิชและเพื่อนร่วมทีมบางคนมาพักหนึ่งแล้ว โดยลือกันว่าตอนที่ทีมไปเก็บตัวที่นครดูไบ ประเทสสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อช่วงต้นปีนี้ เขาทะเลาะกับ โซตราติส ปาปาสตาโธปูลอส อย่างรุนแรง ก่อนจะลามไปถึงการผิดใจกับ อาร์เตต้า ในเวลาต่อมา

    แม้ว่า อาร์เตต้า จะเคยให้โอกาส เกนดูซี่ ในช่วงหนึ่ง แต่เขาก็แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในเกมลีกที่ อาร์เซน่อล แพ้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 1-2 เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพราะเขาไปบีบคอ นีล มัวเปย์ ดาวเตะของอีกฝ่าย แถมยังมีข่าวลืออีกว่าไปเย้ยบรรดาผู้เล่นฝั่ง ไบรท์ตัน ว่าได้ค่าเหนื่อยน้อยกว่าของเหล่าพ่อค้าแข้ง อาร์เซน่อล ตั้งเยอะด้วย ซึ่งนั่นก็ทำให้ อาร์เตต้า โมโหมากๆ จนถึงขั้นมีข่าวลือว่า อาร์เตต้า จับ เกนดูซี่ แยกไปซ้อมตัวคนเดียวเลย

    ทั้งนี้ ถึงแม้ อาร์เซน่อล จะคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้ แต่ เกนดูซี่ ก็ไม่คิดที่จะโพสต์ข้อความแสดงความยินดีเลย ต่างกับ เมซุต โอซิล ที่ยังโพสต์ข้อความแสดงความยินดีแม้ว่าเขาจะตกเป็นข่าวเรื่องย้ายทีมอย่างต่อเนื่องก็ตาม ซ้ำร้าย เกนดูซี่ ยังเลือกโพสต์ภาพตอนที่ตัวเองไปพักร้อนลงบน อินสตาแกรม พร้อมกับพิมพ์ข้อความในภาพว่า "วันหยุด" ซะอีก

เดอะค็อปว่าไง?เปแอสเชเล็งซิว1แข้งลิเวอร์พูล

คิก442 สื่อของประเทศแคเมอรูน และ ฟุต แมร์คาโต้ สื่อของฝรั่งเศส ระบุ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สนใจดึง โฌแอล มาติป ปราการหลัง ลิเวอร์พูล ไปเป็นตัวแทนของ ติอาโก้ ซิลวา โดยทั้ง โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือ "เปแอสเช" และ เลโอนาร์โด้ ผอ.กีฬา ปารีสฯ ต่างก็ชอบฝีเท้าของเขามากๆ

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส กำลังคิดที่จะคว้าตัว โฌแอล มาติป กองหลัง ลิเวอร์พูล ไปร่วมทัพ ตามรายงานของ คิก442 สื่อของประเทศแคเมอรูน และ ฟุต แมร์คาโต้ สื่อของแดนน้ำหอม

    "เปแอสเช" ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการเสริมทัพในตำแหน่งกองหลังตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ ติอาโก้ ซิลวา กองหลังชาวบราซิเลียนเตรียมที่จะแยกทางกับทีมแบบไร้ค่าตัวทันทีที่สัญญาของเขากับทีมสิ้นสุดลงหลังหมดเดือนสิงหาคมนี้ โดยที่จริง ซิลวา ต้องหมดสัญญากับทีมไปแล้ว แต่มันก็มีการขยายสัญญาเป็นกรณีพิเศษหลังจากเกิดปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้ ปารีสฯ ยังเหลือโปรแกรมให้ลงเล่นอยู่

    ทั้งนี้ สื่อระบุว่าทั้ง โธมัส ทูเคิ่ล เทรนเนอร์ ปารีสฯ และ เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการกีฬาของทีมต่างก็ชอบฝีเท้าของ มาติป มากๆ แต่ทีมดังของฝรั่งเศสก็น่าจะเจองานยากพอตัวในการล่าอดีตดาวเตะทีมชาติแคเมอรูนไปร่วมทัพ เพราะเขายังเหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2024 และตอนนี้ ลิเวอร์พูล ก็ไม่อยากขายเซ็นเตอร์แบ็กมากเท่าไหร่ หัลงจากเพิ่งปล่อย เดยัน ลอฟเรน ให้กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อไม่นานมานี้